ด่วน ศาลฎีกา สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 1 ปี สมชาย เล่งหลัก สว. คดีซื้อเสียงสมัยเป็นผู้สมัคร สส.สงขลา ภูมิใจไทย เจ้าตัวจ่อยื่น ศาลรธน. สู้คดี โวย กกต.ร้องไม่ชอบ
เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2567 ศาลฎีกา ออกประกาศแจ้งคำสั่งศาลฎีกา คดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต สส 4/2567 หมายเลขแดงที่ 338/2567 ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง นายสมชาย เล่งหลัก ผู้คัดค้าน เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. (เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง)
ศาลฎีกา มีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายสมชาย เล่งหลัก ผู้คัดค้าน เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา ทั้งนี้ นายสมชาย เล่งหลัก ปัจจุบันเป็น สว. กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ (กลุ่ม 19)
ด้านนายสมชาย เล่งหลัก สว. ให้สัมภาษณ์ถึงศาลฎีกาพิพากษาถอนสิทธิสมัครเลือกตั้ง 10 ปี ข้อหารู้เห็นเป็นใจให้บุคคลจัดเตรียมเงินเพื่อจะให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเสียงให้ตนเอง ถือเป็นการทุจริตเลือกตั้งว่า ตนได้รับทราบคำสั่งศาลฎีกาแล้ว เนื่องจากฝ่ายทนายได้แจ้งมาแล้ว โดยต่อไปจะต้องชี้แจงและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญว่าจะให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สว.หรือไม่ โดยภายหลังจากคัดคำสั่งศาลแล้ว ทางทนายจะดำเนินการต่อให้เลย
เมื่อถามถึงแนวทางต่อสู้คดี นายสมชาย กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า กกต. ร้องตนโดยไม่ชอบ วันที่กล่าวหาตน พยานหลักฐานของกกต. ก็ไม่ได้นำแสดงว่าเป็นของกลาง ทั้งนี้ ตนได้เดินทางไปที่ศาล และจากคำให้การพยานของกกต. ก็เป็นที่ทราบกันว่ามีลักษณะเหมือนกับจัดฉาก หรือเป็นคู่แข่งทางการเมือง ซึ่งเราต้องต่อสู้คดีในส่วนนี้
นายสมชาย กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นด่านสุดท้ายในการสู้คดีนี้ และมีความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากกกต. ฟ้องร้องตนโดยไม่ชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลในบัญชีรายชื่อสำรองที่อาจจะได้ขึ้นมาเป็น สว. แทนนายสมชาย คือ นายธนัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2567 เว็บไซต์สำนักงาน กกต. เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ นายสมชาย เล่งหลัก ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 9 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 (1) ประกอบมาตรา 138 วรรคหนึ่ง และให้ดำเนินคดีอาญาแก่ นายสมชาย เล่งหลัก นายวินัย บัวทอง และ พ.ต.อ.ถวัลย์ นคราวงศ์ ตามมาตรา 73 (3) ประกอบมาตรา 158 วรรคหนึ่งของกฎหมายเดียวกัน
กรณีปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า นายสมชาย ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลทั้งสองจัดเตรียมเพื่อจะให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ซึ่งเป็นการทุจริตเลือกตั้ง อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 มาตรา 73 (1) ประกอบมาตรา 138 วรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้ผลการเลือกตั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ นายสมชาย ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม