ทนายเดชา ชี้ธุรกิจเครือข่ายดัง เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ตุ๋นว่าจะสอนยิงแอดแต่กลับชวนให้คนอื่นลงทุนแทน นัดหมายผู้เสียหายพรุ่งนี้ 10 โมงแจ้งความ ที่ปคบ.
เมื่อเวลา 14:30 น. วันที่ 9 ต.ค.2567 ที่สำนักงานทนายคลายทุกข์ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา ให้สัมภาษณ์พร้อม นางวิภารัตน์ ผู้เสียหาย อายุ 63 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย จากกรณีบริษัท the icon group ที่กำลังเป็นประเด็น หลังมีผู้เสียหายมาร้องเรียน ว่าถูกหลอกให้มาลงทุน
โดยทนายเดชาให้ความเห็นว่า บริษัทมีพฤติการณ์เข้าข่ายเข้าข่ายความผิดโฆษณาชวนเชื่อให้คนมาลงทุนลักษณะเหมือนระบบแชร์ลูกโซ่ เบื้องต้นได้พูดคุยกับทาง รรท.ผบ.ตร. เพื่อให้ตนรวบรวมผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความกับทางปคบ. ซึ่งได้มีการแต่งตั้ง จนท.ปคบ.มารับผิดชอบคดีนี้
ด้าน นางวิภารัตน์ เล่าประสบการณ์ที่เข้าร่วมในเครือข่ายว่า ตนเป็นช่างเสริมสวย ซึ่งในช่วงโควิด ปี63 ลูกค้าไม่มี ทำให้ขาดรายได้ และไปเจอบริษัทนี้ยิงแอดโฆษณาพอดี ตอนนั้นอยากมีรายได้เพิ่มเลยเข้าไปสมัคร เสียเงิน 2,500 บาท พอเข้าไปในบริษัท ได้ไปเจอกับบอส เป็นคนพูดจาดี สถานที่สวยงาม มีความน่าเชื่อถือ มีลูกทีม เอาภาพความสำเร็จมาให้เห็น
เขาบอกว่าถ้าอยากรวย ให้เอาที่ดินไปขาย แล้วเอาเงินมาลงทุนซื้อของกับบริษัทนี้ รวยแน่ๆ พอตนได้ยิน ก็หลงเชื่อ เปิดบิลเพิ่มอีกเป็น 25,000 บาท แล้วก็ถูกอบรมให้หาลูกทีม (เรียกว่าการยิงแอด) มาเพิ่มเรื่อยๆ โดยตนลงทุนสูญเงินไปทั้งหมด 500,000 บาท ได้กลับมาเพียง 30,000 บาท
โดยลูกทีมข้างใน ส่วนใหญ่ที่ไม่มีเงิน ก็ต้องขายที่ดิน บ้างก็จำนำรถเอาเงินมาลงทุน แล้วก็ขยายทีมชวนลูกข่ายคนอื่นเข้ามาเพิ่ม โดยจะมีขั้นให้เลื่อน ซึ่งทุกคนก็จะพยายามไต่ไปเป็นแม่ข่ายให้ได้ สินค้าก็จะเป็น คอลลาเจน อาหารผิว โดยที่ทางบริษัทก็จะสร้างสินค้าใหม่ มาให้เราซื้อ เพื่อเอาไปขายยิงแอดหาลูกทีมเพิ่มต่ออีก

นางวิภารัตน์กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่การขายสินค้าของตัวเองออกไปให้คนภายนอก แต่เป็นการสร้างเครือข่าย ให้เราต้องออกไปหาลูกทีมเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ “ซึ่งเราก็หลงเชื่อ อยากรวยเลยเชื่อทุกอย่าง เค้าก็บอกอยากรวยก็ต้องลงทุนเยอะ ครอบครัวก็พยายามเตือน ให้เราก็ไม่เชื่อ ไปด่าเค้าอีก”
เบื้องต้น ลูกข่ายที่อยู่ในทีมก็มีทั้งแม่บ้าน ข้าราชการ วัยรุ่น มีทุกวัยที่โดนเข้าไป ซึ่งตอนแรกดาราก็เข้ามาเป็นแค่พรีเซนเตอร์มาร้องเพลง หลังๆ ดาราก็เข้ามาเชียร์พูดถึงเจ้านายตัวเอง เข้ามาพูดปลุกใจให้เอาคนเข้ามาเพิ่ม
มีหนึ่งในผู้เสียหายทราบชื่อคุณปัทมา จากจังหวัดเชียงใหม่ โทรมาเล่าประสบการณ์ที่ถูกบริษัทนี้หลอก จนเครียดถึงขั้นคิดทำร้ายตัวเอง ไม่มีเงินจนต้องเอาบัตรเครดิตพี่สาวมารูด เราต้องทยอยหาลูกทีมเข้ามาเพิ่ม เพื่อถ่ายสินค้าของเราไป ซึ่งตัวเองเสียไป 250,000 บาท ตอนแรกตนเพียงแค่อยากเข้าไปเรียนคอร์สออนไลน์

แต่ที่เปิดบิล 200,000 เพราะเห็นมีทริปบริษัท ที่มีดารามาเชิญชวน จึงหลงเชื่อ โดยคุณปัทมาบอกว่ารู้สึกเสียใจมาก ออกไปทำงานข้างนอกก็ไม่ได้ คนรอบข้างก็ไม่อยากคุยด้วย เพราะตนเคยไปชวนมาซื้อชวนกิน ก็เลยมองหน้ากันไม่ติด ตนก็รู้สึกผิดกับครอบครัว และคนรอบข้าง จึงอยากให้ทนายเดชาดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด
ด้านทนายเดชา กล่าวว่า พฤติการณ์ของบริษัทดังกล่าว เข้าข่ายโฆษณาชวนเชื่อ จากที่โฆษณาไว้ว่าจะสอนให้ยิงแอดขายของ ปักตะกร้า สอนการทำการตลาดออนไลน์ใน TikTok แต่ว่ากลับกลายเป็นการสอนให้ชวนคนอื่นมาลงทุน สอนขายตรง อีกทั้งยังมีการโปรโมต ลดราคาค่าเรียนจาก 9,900 บาท ลดเหลือ 2,900 บาท แต่มีข้อแม้ว่าต้องโอนเงินภายใน 5 นาที ซึ่งมีรูปแบบการลดราคาคล้ายกรณีแม่ตั๊ก พอคนจ่ายเงินเข้าไปเรียน กลับเป็นการขายตรง
ทนายเดชา เรียกร้องให้สคบ.ออกมาทำหน้าที่ ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น เพราะมีผู้เสียหายเยอะ แต่ตอนนี้สคบ.ยังเงียบอยู่ อีกทั้งยังเคยมีภาพข่าวที่ทางสคบ.ไปมอบโล่รางวัลให้บริษัทนี้อีก จึงไม่รู้ว่ารับรองกันมายังไง

โดยในวันพรุ่งนี้ 10:00 น. จะรวบรวมผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ปคบ. โดยอยากฝากไปถึงผู้เสียหายทุกคนว่า พรุ่งนี้ไปเจอกันที่ ปคบ.10.00 น. ให้เตรียมหลักฐานการโอนเงิน รายละเอียดเอกสารที่ถูกหลอกและคลิปต่างๆ ในงานสัมมนาที่ดารา แม่ข่ายมาชวนลงทุน มาเป็นหลักฐานประกอบการร้องทุกข์ด้วย