นัตตี้ เปิดใจขอโทษ แฉเส้นทางหนี2ปี ปลอมตัวรับจ้างส่งอาหาร จนมุมพร้อมแม่ เลขาฯยังหนี ตำรวจอินโดนีเซียเร่งติดตามไล่ล่าตัวแล้ว
เมื่อวันที่ 25 ต.ค.67 ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมด้วย ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI เดินทางมารับตัวผู้ต้องหา 2 แม่ลูกนัตตี้ ไดอารี่ จากประเทศอินโดนีเซียก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายทำบันทึกการจับกุมและนำตัวขึ้นรถดีเอสไอ เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย
พล.ต.ท.ธัชชัย กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการจับกุมตามหมายจับของตำรวจไซเบอร์ โดยตัวนัตตี้เองมีหมายจับมากถึง 13 หมายจับในข้อหาเดียวกัน ส่วนแม่ของนัตตี้มี 2 หมายจับ เป็นการออกหมายจับของตำรวจ ก่อนที่ดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษ จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย รวมไปถึงตัวเลขาฯที่ยังอยู่ในระหว่างการหลบหนี ลักลอบหนีออกจากประเทศไทยตั้งแต่เมื่อเดือนก.ค.65 ผ่านทางช่องทางธรรมชาติทางภาคใต้ มุ่งหน้าต่อไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และลักลอบนั่งเรือข้ามไปยังประเทศอินโดนีเซีย และพำนักอาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซียแบบผิดกฎหมาย ไม่มีหนังสือเดินทาง ตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหาพยายามทำอาชีพรับจ้างขนส่งอาหารเลี้ยงชีพและอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตำรวจอินโดนีเซียจับกุม
กระทั่งเมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางตำรวจอินโดนีเซียสามารถติดตามตัวจับกุมตัวนัตตี้และมารดาได้ในที่พักในเมืองดูไม จังหวัดรีเยา เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ในชั้นจับกุมนั้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายไม่ขัดขืนและยินยอมให้จับกุม ทางตำรวจอินโดนีเซียจึงดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ก่อนดำเนินการประสานกับทางตำรวจไทย เพื่อผลักดันส่งตัวกลับประเทศและรับตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไทย
ตัวเลขาสาวอีก 1 รายที่ยังอยู่ในระหว่างการหลบหนี ทางตำรวจอยู่ในระหว่างการสืบสวนหาเบาะแสและจับกุมดำเนินคดี คาดว่ายังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศและขอไม่เปิดเผยว่า ปลายทางของเลขาคนนี้ไปอยู่ที่ใด
หลังจากนี้จะส่งมอบตัวนัตตี้และมารดาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษไปดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไปและ ทางดีเอสไอต้องดำเนินการขยายผลไปยังผู้ให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาทั้ง 3 รายในระหว่างหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่า ผู้ให้การช่วยเหลือเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติท้องถิ่น
ร.ต.อ.วิษณุ กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษรับกรณีแชร์ลูกโซ่นัตตี้นี้เป็นคดีพิเศษที่ 294/2565 และที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการยึดทรัพย์ทั้งในส่วนของตำรวจและดีเอสไอไปแล้ว 16 ล้านบาท ซึ่งได้ส่งมอบให้ทาง ปปง. เป็นที่เรียบร้อย หลังจากนี้จะต้องขยายผลหาเส้นทางการเงินและสืบทรัพย์เพิ่มเติม เพื่อหาว่าทรัพย์สินของผู้ต้องหามีการแยกย้ายถ่ายเทไปที่ใดบ้าง โดยเฉพาะในระหว่างหลบหนีที่ต่างประเทศ
คดีดังกล่าวนั้นมีพฤติการณ์โดยสังเขปคือ ตัวนัตตี้ได้หลอกลวงผู้เสียหายว่า ให้สมัคร Application เพื่อลงทุนและได้ผลกำไรสูงแบบก้าวกระโดด โดยให้ผู้เสียหายลงทุนขั้นต่ำเป็นจำนวน 5,000 บาทสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อ 1 บิล ผู้เสียหายจะเปิดกี่บิลก็ได้และชวนเชื่อว่า จะได้ผลกำไรทุกเดือน เช่น สัญญา 3 เดือน ได้กำไร 25% หรือสัญญา 12 เดือน ได้กำไร 35% เป็นต้น แต่สุดท้ายผู้เสียหายก็ไม่ได้ผลกำไรตอบแทนจริง ๆ และมีเหยื่อหลงเชื่อทั่วประเทศกว่า 6,000 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านกว่าบาท เบื้องต้นมีผู้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 445 ราย
โดยหลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษแล้วนั้น พบมีผู้กระทำความผิดจำนวน 9 ราย ซึ่ง 6 รายนั้นเป็นระดับลูกข่ายที่สามารถออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาดำเนินคดีไปแล้ว ส่วนอีก 3 ราย นั่นก็คือตัวนัตตี้ มารดา และเลขา ซึ่งถือเป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่สุด ได้หลบหนีออกนอกประเทศไป จึงนำมาสู่การออกหมายจับติดตามตัว ณ ขณะนี้ก็จับกุมได้แล้ว 2 ราย คือนัตตี้และมารดา คงเหลือแต่เลขาอีก 1 รายที่ต้องติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
โดยหลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้น ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาอกจากท่าอากาศยานดอนเมือง ระหว่างทางสื่อมวลชนได้พยายามพูดคุยสอบถาม ข้อเท็จจริงจากตัวนัตตี้ ปรากฏว่า นัตตี้เปิดเผยกับสื่อมวลชนสั้น ๆ เพียงแค่ว่า วันนี้ตนมามอบตัวแล้วและขอโทษผู้เสียหายทุกคน ไม่เคยคิดที่จะหลบหนี ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทางคดีนั้น ปรากฏว่าตัวนัตตี้และมารดาไม่ตอบคำถามในส่วนนี้

