ไม่หมายเรียกก็หมายจับ สัปดาห์หน้ารู้เรื่อง เอาผิดนักร้อง ‘ก.’ ทนายบอสพอล มอบคลิปเสียงให้ตำรวจ ปมรีด 10 ล้าน ความยาว 5 ชั่วโมง เผยรู้สึกผิดปกติ ‘อัจฉริยะ’ เข้าไปหาโค้ชแล็ปในคุก

วันที่ 25 ต.ค.67 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป. พร้อมคณะพนักงานสอบสวนร่วมประชุมคดีการเรียกรับเงินจากกลุ่มผู้ต้องหาคดีดิไอคอน กรุ๊ป

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการประชุมความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องคลิปเสียงบุคคลรับผลประโยชน์กับผู้ต้องหาในคดี ดิไอคอน กรุ๊ป โดยคณะทำงานได้ตรวจสอบคลิปเสียง ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และพยานบุคคล ขณะนี้เหลือสอบปากคำพยานอีกไม่กี่ปาก ก็น่าจะเพียงพอที่จะสรุปสำนวนเพื่อดำเนินคดีกับนักร้องเรียนบางคนได้ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนจะเป็นหมายเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหา หรือหมายจับต้องพิจารณากันอีกครั้ง ขณะนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำ ในส่วนคลิปเสียงรีดทรัพย์จะเป็นของกองปราบ ส่วนคดีพยานเท็จจะเป็นหน้าที่ของ บก.ปอท.

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า พรุ่งนี้ (26 ต.ค.) ช่วงบ่าย ตนจะเรียกตำรวจสังกัด บก.ปคบ. ซึ่งเป็นอดีตสามีนักร้องเรียนหญิงรายนี้มาสอบปากคำเพิ่มเติมด้วย ส่วนกรณีของนายตำรวจยศ พ.ต.อ. ที่ขึ้นไปพูดบนเวที ดิ ไอคอน กรุ๊ป ตั้งแต่ปี 61 นั้น ทางสำนักงานจเรตำรวจเป็นผู้ตรวจสอบ เนื่องจากตนมีความสนิทส่วนตัว ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้พูดคุยกับนายตำรวจคนดังกล่าวแต่อย่างใด

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องเส้นเงินของบอสดาราทั้ง 3 รายที่มีการเปิดเผยในสื่อนั้น ตนไม่ทราบ เป็นในส่วนของ บก.ปคบ. ที่เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ สำหรับกรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ไปที่เรือนจำพร้อมตำรวจนั้น คาดว่า นายอัจฉริยะ ได้ประสานมาทางตำรวจว่าได้รับการติดต่อจากญาติของ นายจิระวัฒน์ แสงภักดี หรือโค้ชแล็ป หนึ่งในผู้ต้องหาว่าต้องการที่จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปด้วยก็ไม่ได้รับข้อมูลอะไร

ส่วนกรณีที่จะสอบเอาผิดกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด รวมถึงพยานที่เข้ามาให้ข้อมูลเท็จนั้น เบื้องต้นยังไม่มีการเข้าแจ้งความ แต่มีการประสานว่าจะเข้าดำเนินการหลังจากคดีรีดทรัพย์เสร็จสิ้นแล้ว

ผู้สื่อถามถึงกรณีจะมีการโอนคดีฉ้อโกง 71 ล้านบาท ที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เป็นผู้ถูกกล่าวหามาให้ บก.ป. นั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป.แล้วว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายต้องการให้คดีมาที่นี่ ไม่ใช่ทางเราไปลากคดีมา เป็นความประสงค์ของผู้เสียหาย ยืนยันไม่มีความขัดแย้งส่วนตัวกับทนายตั้ม และไม่ขอให้ความเห็นในกรณีนี้

“ในยุทธจักรยุทธภพทนายตั้มผ่านมาแล้วหลายเวที ก็ให้ข้อเท็จจริงกันไป ผมก็ทำหน้าที่ของผมไม่มีเรื่องที่จะต้องเอาคืน มีแต่ผู้เสียหายที่จะขอเอาคืนจากทนายทนายตั้มไม่ใช่ตน” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

วันเดียวกัน นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของบอสพอล เดินทางนำหลักฐานคลิปเสียงมาให้เพิ่มเติม เพื่อเป็นหลักฐานเอาผิดกับนักร้องเรียนหญิง ก. ที่เรียกรับผลประโยชน์จากบอสพอล มูลค่า 10 ล้านบาท โดยเป็นคลิปเสียงความยาวประมาณ 5 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่ นายอัจฉริยะ เรื่องรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยมีการฝากเอกสารให้เจ้าหน้าที่ของเรือนจำ นำไปให้กับโค้ชแล็ปเซ็น ทราบว่าเป็นเอกสารมอบอํานาจให้ นายอัจฉริยะ เป็นตัวแทนในการต่อสู้คดีนั้น นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ตามหลักขั้นตอนของกฎหมายแล้วตนไม่ทราบว่าสามารถทำแบบนั้นได้หรือไม่ แต่ในส่วนของตนที่เป็นทนายความนั้นจะสามารถเข้าไปในเรือนจำได้ก็ต่อเมื่อลูกความร้องขอ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่า นายอัจฉริยะ มีอำนาจอย่างไร จึงสามารถเข้าไปได้ อีกทั้งยังนำเอกสารมอบอำนาจไปให้ผู้ต้องหาเซ็น โดยตนมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะยังไม่เคยมีการพูดคุยกันถึงเรื่องแต่ตั้ง นายอัจฉริยะ เป็นทนายสู้คดีมาก่อนอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน