ฟิล์ม รัฐภูมิ ลุยแจ้งความปกป้องตัวเอง ลั่นไม่ได้ช่วยโจร โอดพลาดถูกอัดเสียง ถามปม 20 ล้าน แจงขอเป็นเงินสด ยันไม่ผิด พร้อมให้ตรวจสอบ

วันที่ 12 พ.ย. 2567 ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักร้อง นักแสดง ได้แถลงปมคลิปเสียงตบทรัพย์ ดิไอคอน 20 ล้านบาท ว่า ตนเป็นแค่บริษัทหนึ่งที่เข้าไปรับงานจากผู้จ้างงาน เขาจ้างงานเรามา โดยคุณกฤษอนงค์ติดต่อตนมาอยากให้ทำพีอาร์โปรโมตดิไคอน เดือน มิ.ย. ตนก็บอกว่ายินดี เขาเล่าธุรกิจว่าเป็นยังไง ตนก็คิดว่าไม่น่าทำยาก แค่ออกรายการ เหมือนที่เขาตระเวนออกรายการอยู่ เพื่อทำให้ธุรกิจของเขามีคนรู้จักมากยิ่งขึ้น ตนก็แนะนำไป

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นประมาณต้นเดือน ต.ค. เขาบอกโอเคเขาไปเคาะงบมาแล้ว เขามีงบทำการตลาดประมาณ 20 ล้าน ตนไม่ได้คุยผ่าน ดิไอคอน ตนไม่รู้จักกัน ตนคุยผ่านคนกลางคือคุณกฤษอนงค์ ตนเป็นแค่โปรดักชั่นที่ไปรับงานมา เขาเคาะตัวเลขกันมาแล้วกับบอสพอล เขาบอกว่าบริษัทใหญ่ขนาดนี้จะใช้งบโปรโมต 20 ล้าน ตนก็กลับมาทำการบ้านว่าจะทำอะไรได้บ้าง

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวอีกว่า วันเดียวกันตอนกลางคืน คุณกฤษอนงค์โทรมาหาตน แล้วบอกบอสปันมาหา ตนก็ตกใจไม่รู้บอสปันคือใคร เขาคุยกับตนเรื่องเดิมๆ พยายามถามเราว่าสรุปเท่าไหร่ ทั้งที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเท่าไหร่ ด้วยความที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ เราก็บอกไปตามนั้นว่า 20 ล้าน ก็คุณเคาะไว้แล้ว ทางคนกลางก็บอกไปแล้วว่าคุณตกลงกันแล้วจะจ่ายเป็นเงินสด ตนก็พูดตามที่เขาบอกทุกอย่าง ในคลิปเสียงเหมือนตนเป็นคนพูด แต่จริงๆ แล้วตนไม่ได้เป็นคนพูด ตนแค่พรีเซนต์งานของตนไป

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนอยากจะขอโทษพี่หนุ่มจริงๆ ที่เอาชื่อเขาไปอ้าง ในการที่ตนจะขายงาน ไปบอกว่าจะไปออกรายการได้ ที่ตนพูดแบบนี้เพราะว่าวันนั้นตนก็ไม่ได้รู้ว่าธุรกิจของเขามีสอดแทรกไส้ในอะไร เห็นว่าธุรกิจเขาแค่ขายของ เขาก็บอกว่าถูกรังแก ตนก็อยากจะช่วย ให้เขามาออกรายการพิสูจน์ตัวเอง ตนมีเจตนาแค่นี้ แค่ชี้แนะแนวทางการพีอาร์ ให้ออกรายการนี้ เพราะรายการดังมาก คุณก็มาอธิบายตัวเอง ผิดหรือถูก ไม่ใช่ตน ไม่ใช่พี่หนุ่มเป็นผู้ตัดสิน ประชาชนทุกคนจะเป็นผู้ตัดสิน

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวอีกว่า ส่วนคนกลางเขาจะไปคุยอะไรกันมาก่อน ตนไม่รับรู้ไม่รับทราบ ตนเป็นแค่บริษัทที่ไปรับงานตัวนี้มาทำ จบเรื่องตนก็ไม่ได้รับงานนี้ ไม่ได้รับเงินจากการที่ตนพรีเซนต์ แต่บริษัทและตนเสียหาย ตนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับดิไอคอน ตนไปรับงานจากคุณกฤษอนงค์เท่านั้น

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวต่อว่า ไม่รู้ว่าตอนนั้น(เดือน ต.ค.) เขาโทรมาหาตนทำไม ตนไม่ได้โทรไปหาเขา อยู่ๆ ก็มาถามตนในคำถามเดิมๆ ว่าสิ่งที่เขาจะทำมีขั้นตอนยังไงบ้าง ตนไม่ได้เอะใจว่าเขาจะอัดเสียง เราก็พูดตามความจริงไป ไม่มีสักคำที่ตนไปขู่กรรโชก หรือไปตบทรัพย์ ตนไม่ได้งาน แล้วยังเสียชื่อเสียงอีก วันนี้เลยเอาความบริสุทธิ์ใจมาบอกทุกคน ทุกอย่างเกิดจากผู้หญิง 2 คน พูดหัวข้อมาให้ตน ตนก็ตอบไปทีละคำถาม

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวอีกว่า ตนอยากขอโทษพี่หนุ่มมากๆ เมื่อวานพี่หนุ่มก็โทรมาหาตนแล้ว ตนก็ขอโทษพี่หนุ่มที่ไปขายงานโดยไม่อนุญาตก่อน ที่พี่หนุ่มด่าตนก็จะนำไปปรับปรุง เหมือนพี่สอนน้อง ตนยินดีรับฟังทุกเรื่อง ไม่มีเจตนาไปช่วยโจร ไม่มีเจตนาช่วยผู้กระทำผิด เพราะตนไม่ได้มีอำนาจหน้าที่อะไร ตนได้รับเรื่องจากคนกลางมาอีกมุมมองหนึ่ง มันเกิดก่อนที่จะมาออกรายการพี่หนุ่ม ไม่ใช่ว่าตนไปช่วยคนที่ทำผิดแล้ว

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวต่อว่า พวกเราทุกคนก็เพิ่งมารู้ว่าธุรกิจของเขามันสอดแทรกอะไร หลักจากที่หน่วยงานเริ่มมาตรวจสอบ แล้วมาเปิดโปง ตนก็เพิ่งรู้พร้อมกับประชาชน ตนยังไปออกรายการพี่หนุ่มว่าธุรกิจเขาแปลกๆ ชวนเชื่อให้คนเห็นประโยชน์ของการลงทุน มีการชักชวนคน มากกว่าการขายสินค้า
อยากให้ทุกคนเห็นใจในมุมมองตนที่อยากไปรับงานพีอาร์แค่นั้นเอง

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องคลิปตัดต่อ เข้าใจรายการว่าอยากให้กระชับ เพราะคลิปเต็มมี 29 นาที ส่วนเรื่องที่พี่หนุ่มแจ้งความตนก็เข้าใจว่าเขาโกรธ ตนก็จะนำเรื่องนี้ให้ทนายความด้วย ต้องปกป้องตัวเอง ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด ไม่ได้มีเจตนา ตนไม่ได้ไปรับรู้อะไรกับเงินของเขา ตนไม่ได้รับเงินตรงนั้น แต่อยู่ๆ บริษิทตนต้องมาเสีย เพราะตนไปคุยแค่วันนั้น ตนพลาดที่ไม่รู้ว่าเขาอัดเสียง

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องคุณกฤษอนงค์ ตนรู้จักตอนที่เขาจ้างตนให้พรีเซนต์พรรคการเมืองและบริษัทของเขา ก็รู้จักกัน จึงติดต่อมาจ้างงานตนให้โปรโมตดิไอคอน ส่วนที่ถ่ายรูปคู่กัน ใครเจอตนก็ถ่าย

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวอีกว่า ไทม์ไลน์เกิดช่วงเดือน มิ.ย. มีบอสทั้งหลายไปคุยกับคุณกฤษอนงค์ก่อน ตนไม่มีหลักฐาน แต่ไปดูดในเฟซบุ๊กเขามา จึงเอาหลักฐานตรงนั้นว่าเขาดีลกันมาก่อนตั้งแต่ มิ.ย.แล้ว แต่สิ่งที่ตนได้รับโจทย์คือให้ทำพีอาร์โปรโมตบริษัท ส่วนที่อัดเสียงคือต้นเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่เขาเกิดเรื่องดิไอคอนในออนไลน์ ยังไม่มีเรื่องคดี ตนจะนำข้อมูลและหลักฐานตรงนี้ไปชี้แจงให้หน่วยงาานที่เกี่ยวข้อง ตนเป็นผู้ถูกกระทำ อยู่ๆ ต้องมาเกี่ยวข้อง

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวต่อว่า วันนั้น(เดือน มิ.ย.) ตนไม่รู้ว่าเขาผิดหรือถูก มีคนมาเล่าให้ฟังว่าเขาขายของอย่างเดียว เขาถูกรังแก ตนก็บอกว่าให้ออกรายการ ส่วนที่เอาพี่หนุ่มไปอ้าง ตนรู้สึกผิด เป็นบทเรียน เพราะตนคิดว่าการที่คนหนึ่งจะไปออกรายการ และการที่เขาเป็นกระแส รายการต่างๆ ต้องอยากได้เขา ตนไม่ได้บอกว่าไปออกรายการพี่หนุ่มแล้วคุณจะรอดหรือจะดูดี ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งตอนนั้นเขาก็พิจารณาว่าจะออกรายการโหนกระแสเพราะเป็นรายการใหญ่ที่สุด

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวย้ำเรื่องงบ 20 ล้าน ว่า ตนไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน คนกลางคุยอะไร เขาดีลกันมาก่อน แล้วบอกเราว่ามีงบเท่านี้ ตนไม่รู้ว่าคุณกฤษอนงค์คุยกับบอสพอลยังไง เขาบอกเรามาว่า เขาสะดวกเป็นเงินสด เขาจะให้ตนเป็นเงินสด ตนไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อยคลิปเสียง ไม่ทราบว่าต้องการอะไร แล้วเขาอัดตัวเองไปทำอะไร เพราะเราไม่ได้เกี่ยวข้อง ตนจะให้ทนายเป็นผู้รวบรวม แล้วดำเนินการต่อไป ส่วนเรื่องคลิปตนจะต้องไปดูว่ามีการตัดต่อตรงไหนบ้าง ทนายมีคลิปเสียงตัวจริงหมดแล้ว ตนจะไปแจ้งความทันที

ฟิล์ม รัฐภูมิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนยังเป็นสมาชิกของพรรคพลังประชารัฐอยู่แล้ว หากทางพรรคว่าจะตรวจสอบถานะ ก็ยินดีให้ตรวจสอบ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด หากต้องถูกขับออกจากพรรค ตนไม่ได้หวั่นใจ เพราะไม่ได้ผิด มั่นใจว่าไม่ได้เกี่ยว ตอนนี้ยังไม่ได้ชี้แจงกับผู้ใหญ่ในพรรค

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน