นี่แค่เริ่มต้น เหลืออีก 14 คดี แอม ไซยาไนด์ หลังศาลตัดสินประหารชีวิต เตรียมส่งฟ้องสัปดาห์หน้า ตร.ลั่นแม้จะเกิดมานาน แต่ยังมีหลักฐานดำเนินคดีได้

จากกรณี ศาลอาญามีคำพิพากษาประหารชีวิต นางสรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ อายุ 36 ปี ส่วน พ.ต.ท.วิฑูรย์ อายุ 40 ปี อดีตสามี แอม ไซยาไนด์ โดนโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ขณะที่ ทนายพัช โดนจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วม 2 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 20 พ.ย.67 พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. หนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนคดี แอม ไซยาไนด์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่มีการฆ่าผู้เสียหายด้วยไซยาไนด์ และมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหามากถึง 15 คดี นับเป็นคดีต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558-2566 โดยในปี 2565 ผู้ต้องหาก่อคดีมากที่สุด คือ 7 ศพ ดังนั้นคดีนี้จึงถือว่าประสบความสำเร็จในแง่ของการสืบสวนสอบสวน และการรวบรวมหลักฐาน จนสามารถนำมาถอดบทเรียนเป็นใช้เป็นทิศทาง ที่คล้ายคดีในลักษณะแบบนี้ของวงการตำรวจได้เป็นอย่างดี

พ.ต.อ.เอนก กล่าวต่อว่า ส่วนคดีที่เหลืออีก จำนวน 14 คดี จะสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้หรือไม่นั้น เพราะส่วนใหญ่จะเป็นคดีที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่พนักงานสอบสวน ทั้งจากตำรวจภูธรภาค 4 ภาค 7 และตำรวจนครบาล ได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้เป็นอย่างดี โดยมีข้อกำหนดในการรวบรวมหลักฐานไว้ 3 ประการ เพื่อให้การดำเนินคดีไปในทิศทางเดียวกัน คือประการแรก ผู้ตายทั้งหมดตายด้วยไซยาไนด์ ประการที่สอง ผู้ตายมีความเกี่ยวพันกับผู้ต้องหาหรือไม่ และประการสุดท้าย ผู้ตายมีมูลเหตุจูงใจให้ผู้ต้องหาลงมือฆ่าหรือไม่

“เมื่อพิจารณาดูแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งสามประการพนักงานสอบสวนทั้ง 14 คดีที่เหลือพบว่าสอดคล้องกันหมด ในการตายของผู้ตายมีแอมเกี่ยวข้องทุกคดี โดยพบว่าผู้ตายทุกรายล้วนมีแอมเป็นลูกหนี้ทั้งสิ้น และเป็นการฆ่าเพื่อเอาทรัพย์สินทุกคดีด้วย” พ.ต.อ.เอนก กล่าว

พ.ต.อ.เอนก กล่าวอีกว่า คดีนี้ผู้ต้องหาได้ปฏิเสธทั้งหมดทุกคดี หากรับสารภาพในชั้นศาลก็อยู่ในดุลพินิจว่าจะลดโทษในคดีอื่นๆ ให้หรือไม่ โดยอีก 14 คดีที่เหลือนั้น พนักงานสอบสวนจะส่งสำนวนให้อัยการ กองคดีอาญา ในวันอังคารที่ 26 พ.ย. เวลา 10.00 น.ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน