ทนายอาคม เข้าเยี่ยม ทนายตั้ม กับภรรยา ปมพินัยกรรม หลังพบการแก้ไขใส่ชื่อทนายตั้ม เป็นผู้จัดการมรดก ถามล็อคอิน GPS ในรถมาดามอ้อย ด้วยสาเหตุอะไร
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 22 พ.ย.67 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความชื่อดัง เปิดเผยว่า ตนเป็นทนายความดูแลคดีให้ นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด หรือเดือน ภรรยาของทนายตั้ม และที่ผ่านมาก็เข้าเยี่ยมนางปทิตตา จึงทำให้ในวันนี้ตนมีความประสงค์จะเข้าตีเยี่ยมนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม
เพราะตนอยากทราบข้อเท็จจริงและข้อมูลจากนายษิทรา ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับนางปทิตตา ว่า มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด เนื่องด้วยสิ่งที่สังคมอยากรู้ผัวเมียนอนอยู่ด้วยกันทุกวัน ผัวไปทำอะไรเมียจะรู้หรือไม่ และรู้ลึกซึ้งมากน้อยแค่ไหน
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการติด GPS ภายในรถของมาดามอ้อยและเข้าสู่ระบบ (Log in) ในช่วงเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ตนอยากทราบว่าล็อกอินเข้าไปด้วยสาเหตุอะไร ในเมื่อส่งมอบรถไปให้เขาแล้วตั้ง 9 เดือน ดังนั้น จะไปตรวจดูอะไร และมีวัตถุประสงค์เพื่อการใด ทั้งนี้ ประการที่ 3 ที่ตนจะเข้าไปคุยกับทนายตั้ม คือเรื่องพินัยกรรมว่ามีความจริงเท็จมากน้อยแค่ไหน มีการแก้ไขพินัยกรรมด้วยการใส่ชื่อนายษิทรา เข้าไปเป็นผู้จัดการมรดก แล้วมันจะไปเชื่อมโยงกับเรื่องบุตรบุญธรรมอย่างไรบ้าง
ทนายอาคม เปิดเผยถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างตนเองและทนายตั้มว่า พูดแล้วก็เจ็บอก ตนกับนายษิทราไม่ได้ทำงานร่วมกันมานานพอสมควรแล้ว ด้วยเหตุผลส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกันในส่วนของภรรยาทนายตั้ม ต้องบอกว่าเธอมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวของตน ในช่วงที่ทำงานด้วยกันทั้งในส่วนของภรรยาตนและภรรยาของทนายตั้มก็มีความสนิทสนมกัน ซึ่งภรรยาของตนก็จะไปร้องขอให้เขามีการช่วย ถ้าหากช่วยได้ก็ช่วยเท่าที่ช่วย แต่ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าในส่วนของนายษิทราตนไม่รับเป็นทนายให้
ทนายอาคม กล่าวว่า การจะเข้าไปในวันนี้ ตนก็ไม่ทราบว่านายษิทราจะคุยด้วยหรือไม่ แต่ถ้าเป็นการเข้าไปขอข้อมูลหรือไปคุยในส่วนของภรรยาของเขา เขาคงตอบ แต่จะได้ลึกแค่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง ส่วนประเด็นที่ว่าภรรยาของทนายตั้มรู้หรือไม่ว่าทนายตั้มได้เงินมาจากมาดามอ้อยนั้น เธอรู้เพียงแค่ว่าเป็นเงินจากมาดามอ้อย แต่ไม่รู้ว่าเป็นเงินที่นายษิทราไปหลอกมาดามอ้อยมา หรือว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกง
ทนายอาคม กล่าวต่อว่า จากการเข้าตีเยี่ยมภรรยาของทนายตั้มพบว่า มีความเครียดอยู่แล้ว สิ่งที่เขาร้องขอคือ อยากประกันตัวชั่วคราว แต่ตนก็บอกไปว่าขอให้การสอบสวนมีความคืบหน้าไปมากกว่านี้ หรือให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีกหน่อย เพื่อให้ข้อเท็จจริงนิ่ง
ส่วนในวันนี้ทนายตั้มจะยอมบอกข้อมูลข้อเท็จจริงแก่ตนทั้งหมด เพื่อช่วยภรรยาหรือไม่นั้น ตนตอบยาก อยู่ที่ตัวนายษิทราเอง เพราะตอนนี้คนที่อยู่รอบข้างนายษิทราโดนทุกคน รอบข้างมันลากเข้าไปเกี่ยวทุกคน แต่จะมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดมากน้อยเพียงใด หรือรู้เห็นในการกระทำความผิดมากน้อยขนาดไหนอยู่ที่แต่ละคน
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ทนายตั้มจะยอมรับเพียงคนเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้คนรอบข้างโดนด้วยนั้น ทนายอาคม เปิดเผยอีกว่า อันนี้ตอบยาก ต้องไปถามทนายสายหยุด เพราะเขาจะคุยได้ลึกกว่า เพราะว่าวันนี้เป็นวันแรกที่ตนมาเยี่ยมนายษิทรา จึงไม่รู้ว่าเขาจะคุยกับเรามากน้อยแค่ไหน หรืออยากให้เข้าไปช่วยมากน้อยเพียงใด
ทนายอาคม เปิดเผยว่า วันนี้ที่ทางทนายเกิดผล เข้ามาเยี่ยมทนายตั้มเนื่องด้วยความเป็นเพื่อน ส่วนจะได้เยี่ยมหรือไม่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ และทราบว่าทางทนายเกิดผลเตรียมใบแต่งตั้งทนายความมาด้วย แล้วก็อยู่ที่นายษิทราด้วยว่าจะยินยอมให้ทนายเกิดผลเข้าพบหรือไม่
ทั้งนี้ ปกติตามหลักแล้วทนายความของผู้ต้องขังสามารถมีได้ตั้งแต่ 3-5 ราย แต่หลักยังเป็นทนายสายหยุดและในการเข้าเยี่ยม เราไม่ได้เยี่ยมในฐานะญาติ แต่เราเข้าเยี่ยมในฐานะทนายความ จึงสามารถให้คำปรึกษาทางคดีหารือกันได้ ทนายสายหยุดดูแลคดีของทนายษิทรา และตอนนี้เรื่องมันก็งอกไปหลายเรื่อง 6-7 เรื่อง ดูแลคนเดียวอาจไม่ไหว เพราะเนื้อหาเยอะ และเเต่ละเรื่องก็ค่อนข้างสลับซับซ้อน แต่ตนเชื่อว่ากรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา และหลังจากการพูดคุยน่าจะได้เห็นอะไรอีกเยอะ
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมจากทางทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายประจำตัวของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ว่า วันนี้ตนไม่ได้เข้ามาเยี่ยมทนายษิทรา เนื่องจากติดภารกิจและยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้องในคดี
คาดว่าในวันจันทร์หรือวันอังคารหน้า จึงจะมาเยี่ยมแทน เพื่อหารือในแนวทางการต่อสู้คดีว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พร้อมย้ำว่าในส่วนของทนายอาคมจะรับผิดชอบดูแลคดีภรรยาของทนายตั้ม และตนยังรับหน้าที่ดูแลคดี 71 ล้านของทนายตั้ม และถือว่าเป็นการแบ่งหน้าที่งานรับผิดชอบคดีกันไปเพื่อไม่ให้หน้างานมันทับซ้อนกัน


