เปิดคำให้การ สามารถ-แม่ หลังถูกดีเอสไอจับคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ดิไอคอน เตรียมส่งศาลฝากขัง ค้านประกัน แฉพฤติการณ์ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

จากกรณี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (อธิบดีดีเอสไอ) มอบหมายให้กองคดีการฟอกเงินทางอาญา ดีเอสไอ ทำการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีการกระทำความผิดการฟอกเงินทางอาญากรณีเกี่ยวกับบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด มีการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน อันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงินเป็นคดีพิเศษที่ 115/25672567

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2567 นายระวี อักษรศิริ ผู้อำนวยการกองคดีการฟอกเงินทางอาญา ตามมติของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา
เพื่อขออนุมัติหมายจับ นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช, นางวิลาวัลย์ (ขอสงวนนามสกุล) และ นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน

เปิดคำให้การ สามารถ-แม่ หลังถูกดีเอสไอจับคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ดิไอคอน เตรียมส่งศาลฝากขัง ค้านประกัน แฉพฤติการณ์ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

เปิดคำให้การ สามารถ-แม่ หลังถูกดีเอสไอจับคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ดิไอคอน เตรียมส่งศาลฝากขัง ค้านประกัน แฉพฤติการณ์ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

ต่อมา เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2567 เวลาประมาณ 16.20 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ภายใต้การอำนวยการของ นายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว โดยชุดปฏิบัติการที่ 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุม นายสามารถ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5682/2567 ลงวันที่ 24 พ.ย.2567 ในคดีพิเศษที่ 115/2567

ซึ่งจากการสืบสวนปรากฏพยานหลักฐานว่าบัญชีเงินฝากธนาคารของนางวิลาวัลย์ ซึ่งเป็นมารดาของนายสามารถ มีการโอนเงินมาจากหลายแหล่งเข้ามาในบัญชีเงินฝากธนาคารประมาณกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นการรับโอนเงินจากนายวรัตน์พล จำนวน 2.5 ล้านบาท และจากนายณัญปพนต์ หรือ กลด (สงวนนามสกุล) หรือบอสปีเตอร์ ประมาณ 5 แสนบาท

พนักงานสอบสวนคดีพิเศษสอบสวนทราบว่า นายสามารถ เป็นผู้ใช้บัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าว และยังมีการทำธุรกรรมในการโอนเงินไปยังบัญชีนายสามารถ จำนวน 33 ครั้ง ประกอบกับพยานหลักฐานอื่นเชื่อว่าผู้ต้องหารู้หรือควรรู้ว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดแชร์ลูกโซ่

พฤติการณ์จึงเป็นการโอน รับโอนทรัพย์สินจากคดีความผิดมูลฐานซึ่งผิดกฎหมาย จึงถูกกล่าวหาในข้อหา “ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน” ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

โดยเจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมได้บริเวณวัดแห่งหนึ่งใน ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย และนำตัวผู้ต้องหาเดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษกลางดึกวันเดียวกัน เพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวน นายสามารถ และ นางวิลาวัลย์ ให้การปฏิเสธ โดยจะขอให้การเป็นเอกสารภายใน 15 วัน โดยผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน แต่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาแล้วเห็นว่าจากพยานหลักฐานที่ได้จากการตรวจค้นในบ้านพัก

ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ร่วมกันกับบุคคลอื่นในการจัดทำเอกสารไม่สุจริตอันมีลักษณะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน จึงมีมติไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยในช่วงบ่ายวันที่ 26 พ.ย.นี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีการฟอกเงินทางอาญาจะนำผู้ต้องหาทั้งสองไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง

ทั้งนี้ การดำเนินการสอบสวนคดีพิเศษให้มีความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม เป็นนโยบายหลักประการสำคัญของ พ.ต.ต.ยุทธนา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการสอบสวนคดีพิเศษและให้เป็นที่เชื่อถือ ศรัทธาของสังคมในการป้องกันปราบปราม สืบสวนสอบสวนคดีในความรับผิดชอบ เพื่อให้การบริหารองค์การมีความยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน