ทักษิณ แนะออกพันธบัตรให้รายย่อยได้ซื้อ เป็นหนี้ประชาชน ให้เศรษฐกิจได้หมุนเวียน ดีกว่าให้สถาบันการเงินกินดอก เงินไม่หมุน กระตุ้นจีดีพีให้ขึ้นไปถึง 4-5%
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับ ‘เครือมติชน’ จัดงาน สัมมนา ISAN NEXT : พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤต งานใหญ่ที่ ระดมผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ข้าราชการระดับสูง-นักการเมือง รัฐมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมโชว์วิชันผลักดันขุมทรัพย์อีสาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อัดแน่นด้วยหัวข้อน่าสนใจตลอดทั้งวัน
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวบรรยายพิเศษ เรื่อง อนาคตอีสาน โอกาสประเทศไทย ว่า วันนี้ประเทศไทยเป็นหนี้เยอะมาก หนี้ประเทศเยอะ สูงถึง 60 เปอร์เซ็นของจีดีพี เพดานอยู่ที่ 70 จะกู้อีกคงไม่ไหว รัฐบาลต้องหาทางลดหนี้ ด้วยการลดหนี้หรือเพิ่มจีดีพี พูดง่ายแต่ทำยาก เพิ่มจีดีพีต้องเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ แต่เม็ดเงินเราน้อย เลยโตได้น้อยเพราะดูดเงินออกจากระบบเยอะ
ผมได้คุยผู้เชี่ยวชาญด้านการคลังและกฎหมาย มองว่าที่ผ่านมารัฐบาลขายพันธบัตรให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินก็เก็บพันธบัตรไว้ถึงเวลาเก็บดอกเบี้ยไป ไม่ได้ช่วยอะไรเศรษฐกิจเลย วันนี้ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี เอาจริงเอาจังกับการสร้างเงินสกุลใหม่คือ คริปโทเคอร์เรนซี และบิตคอยน์ กำลังเพิ่มเงิน เราไม่ทำก็ไม่ทันเขา เราทำอย่างไรให้ประชาชนไม่เกิดความเสี่ยง
อีกประการคือ เรื่องพันธบัตร ที่ต้องออกทุกปี ปีละ 8 แสนล้านโดยประมาณ จะต้องเอามาทำประโยชน์ดีไหม โดยออกพันธบัตรขายบุคคลทั่วไป 1 พันบาท 1 หมื่นบาท โดยมีอายุสั้นๆ ให้หมุนเวียนในตลาด ออกในรูปของเหรียญหรือคอยน์
“ที่สุดเงินจะตกไปอยู่ในมือประชาชน เมื่อประชาชนใช้ก็เพิ่มเงินหมุนเวียน ไม่ใช้ก็รับดอกเบี้ย โดยจะเอาใช้ทุกภาคของประเทศ เพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่งั้นจีดีพีไม่โต ไม่ใช่ทำนายยังไงก็จีดีพี 2 กว่า ฟังแล้วทุเรศ ต้องให้ได้จีดีพี 4-5 ให้ได้”นายทักษิณ กล่าว
นายทักษิณ กล่าวว่า ระบบทุนนิยม ถ้าไม่มีทุนไม่มีทางก้าวหน้า อีสานเป็นภาคที่ถูกดูดเงินออกจากภาคมากที่สุด เช่น ร้านค้าส่วนใหญ่มีสำนักงานที่กรุงเทพ เอาของมาขายที่อีสาน ขายได้ก็เก็บเงินส่งกรุงเทพ เงินที่หาได้ไม่ได้หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจอีสาน ต้องดึงเงินมาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจอีสานให้ได้ ถ้าไม่พอก็เอาพันธบัตรมาหล่อเลี้ยง เป็นเรื่องที่ไม่ต้องพิมพ์แบงก์ เอาหนี้ที่รัฐบาลต้องเป็นมาหมุนเวียน เป็นหนี้ประชาชนดีกว่า
ประการที่ 2 เมื่อเงินถูกดูดออกจากเศรษฐกิจอีสาน การจ้างงานหายไป คนอีสานต้องไปอยู่ กทม. เพราะที่บ้านไม่มีงานทำ ผมไปหลายที่ เจอแต่ปู่ย่าเลี้ยงหลาน คนหนุ่มสาวไปกรุงเทพ คนเก่งๆ ฉลาดๆ หายตามเงินไปหมด จะก็ขอดึงกลับไปภาคอีสาน ให้หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ ให้คนอีสานได้อยู่กับครอบครัวให้สังคมเข้มแข็งขึ้น
ทั้งนี้ เราต้องสร้างความแข็งแรงให้การศึกษา ที่นายกฯ เพิ่งพูดไปว่าเราได้เงินจากลอตเตอรี่มา ก็จะส่งเด็กไปเรียนหนังสือต่อต่างประเทศ อย่างที่เคยมีมา ก็จะทำอีกครั้ง หรือส่งเด็กไปเรียนซัมเมอร์แคมป์ ให้เด็กได้เรียนรู้กับฝรั่ง เพราะวันนี้โลกมันเป็นสากล ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมสากล สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ต้องรีบทำ ทั้งเรื่องโรงเรียนต้นแบบ โรงเรียน 2 ภาษา ก็มาทำที่อีสานมากขึ้น “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งอำเภอในฝัน” จะขอทำอีกครั้งหนึ่ง จ้างครูต่างประเทศมาช่วย
นายทักษิณ กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าผมเน้นที่คน และสิ่งที่คนอีสานมีอยู่ เรื่องวัฒนธรรมงานฝีมือ ที่อยากจะลองอีกอย่างคือ เคยเห็นคนดำจากแอฟริกามาเป็นนางแบบระดับโลกไหม บางคนบอกสวย บางคนบอกไม่สวย อยู่ที่ตาคน เมื่อก่อนเรามีคนอีสานคนหนึ่งที่ไม่ได้ศัลยกรรมอะไรเลย อายุประมาณ 60 แล้ว เป็นนางแบบให้แชแนล รายได้สูงมาก
ที่บราซิล ผู้ชายเป็นนักบอล ผู้หญิงเป็นนางแบบ ผู้หญิงอีสานมีฝรั่งมาชอบเยอะ สวยธรรมชาติก็เป็นเสน่ห์ เอาคนไม่ผ่านศัลยกรรมไปสอนเป็นนางแบบระดับโลกดีไหม ก็จะสร้างรายได้อีกทางให้กับคนอีสาน แน่นอนไปนวดอะไรก็มีรายได้ แต่มันน้อย อยากให้ไปเดินแบบบ้าง อยากฝึกทักษะอะไรบ้าง ที่พูดขอให้เน้นคนอีสานด้วย
ช่องทางที่จะฟื้นอีสานให้พ้นจากความยากจนได้ ต้องสร้างคนอีสานให้เข้มแข็ง ให้มีความสมัยใหม่ให้มีการเรียนรู้ ควบคุมเอไอได้ เข้าใจเรื่องเทคโนโลยีเดิมบวกกับพื้นเพเดิมที่มีความรู้อยู่แล้วมาพัฒนาพื้นที่แก้ปัญหาความยากจน เพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่เศรษฐกิจของอีสาน
เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเน้นว่า เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคน ที่จะต้องเริ่มฝึกและปรับปรุงคุณภาพคนอีสาน เพื่อให้มีรายได้มากกว่ารายได้ขั้นต่ำที่เป็นแรงงานทั่วไป และจะพัฒนาโอท็อปอีกครั้ง เป็นโอท็อปสมัยใหม่ เพื่อให้ทำเงินให้คนอีสานมากกว่าเดิม โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยในการผลิต




