ดีเอสไอ ส่งสำนวนฟ้อง 18 บอสดิไอคอน 4 ข้อหา เอกสาร 3.4 แสนแผ่น ส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ ส่งทรัพย์สินอายัดได้ 747 ล้านบาท ให้ ปปง.เฉลี่ยคืนประชาชน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ธ.ค.2567 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ, พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค,

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และในฐานะโฆษกดีเอสไอ และ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ร่วมกันแถลงการส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมพยานหลักฐาน กรณี บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด คดีพิเศษที่ 119/2567 ไปยังพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ

ดีเอสไอ ส่งสำนวนฟ้อง 18 บอสดิไอคอน 4 ข้อหา เอกสาร 3.4 แสนแผ่น ส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ ส่งทรัพย์สินอายัดได้ 747 ล้านบาท ให้ ปปง.เฉลี่ยคืนประชาชน

ดีเอสไอ ส่งสำนวนฟ้อง 18 บอสดิไอคอน 4 ข้อหา เอกสาร 3.4 แสนแผ่น ส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ ส่งทรัพย์สินอายัดได้ 747 ล้านบาท ให้ ปปง.เฉลี่ยคืนประชาชน

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า สำหรับการสอบสวนปากคำสำนวนคดีดิไอคอน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ใช้เวลาสอบสวนทั้งสิ้นเพียง 54 วัน และคณะพนักงานสอบสวนได้มีมติสั่งฟ้องผู้ต้องหา 18 ราย และ 1 นิติบุคคล

ในฐานความผิด ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ, พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545

สืบเนื่องจากที่ดีเอสไอได้รับสำนวนจากกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) ซึ่งได้สอบสวนไว้เบื้องต้น ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

และหลังจากที่ดีเอสไอรับสำนวนมา เราก็ได้มีการตั้งผู้มีความรู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ มาเป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษ ไม่ว่าจะด้านบัญชี ด้านเทคโนโลยี รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทั่งเห็นควรสั่งฟ้องทั้ง 4 ข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม ในส่วนความผิดอาญาฐานฟอกเงินและความผิดเกี่ยวกับเรื่องภาษี และบัญชี ดีเอสไอได้มีการแยกไว้สอบสวนอีกส่วนหนึ่ง วันนี้ตนจึงอยากขอบคุณหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก)

ที่ได้ประสานงานการสอบสวนร่วมกันมาโดยตลอด จนทำให้ดีเอสไอสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน เป็นเอกสารกว่า 340,000 แผ่น แฟ้มกว่า 900 แฟ้ม บรรจุลงลัง 165 ลัง ซึ่งจะใช้รถตู้ในการขนลังสำนวนทั้งสิ้น 4 คัน และรถกระบะ รวม 6 คัน ทั้งนี้ ดีเอสไอจะได้นำส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในกลางวันนี้

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวอีกว่า ส่วนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาในคดี ดีเอสไอได้ตรวจยึดและอายัดทรัพย์แล้ว 747 ล้านบาท เป็นรายการจำพวกอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์หรู เป็นต้น

และจะได้มีการทำรายการทรัพย์สินนำส่งสำนักงาน ปปง. เพื่อเข้าสู่กระบวนการที่ ปปง. จะได้นำสำนวนเรื่องทรัพย์สินส่งพนักงานอัยการ เพื่อเสนอต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน และจะได้เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายเพื่อเฉลี่ยทรัพย์สินชดใช้คืนผู้เสียหายต่อไปตามกฎหมายของ ปปง.

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการขยายผลสืบทรัพย์สินเพิ่มเติมของผู้ต้องหา ดีเอสไอจะดำเนินการต่ออย่างแน่นอน ขณะที่สำนวนการฟอกเงินทางอาญาของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป หรือคดีพิเศษที่ 115/2567 ดีเอสไอยังอยู่ระหว่างการดำเนินการขยายผล มีการตรวจสอบบัญชีและทรัพย์สินต่าง ๆ หากมีความคืบหน้าจะได้นำเรียนสื่อมวลชนต่อไป

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ทนายความของผู้ต้องหาจะใช้สิทธิโต้แย้งในชั้นพนักงานอัยการ กรณีการสอบสวนปากคำพยานของผู้ต้องหาเข้าสู่สำนวน เนื่องด้วยดีเอสไอสอบสวนปากคำนำเข้าสำนวนเพียง 50 รายนั้น ถือเป็นสิทธิของฝ่ายผู้ต้องหาที่สามารถร้องขอความเป็นธรรม

แต่ที่ประชุมของคณะพนักงานสอบสวนก็ได้มีการลงมติแล้วว่าประเด็นมันเพียงพอ ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้ว ซึ่งดีเอสไอก็ได้รับฟังคำให้การของทุกฝ่ายเข้าสู่สำนวนการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีว่าในปี 2568 ดีเอสไอจะมีการขยายผลไปยังกลุ่มแม่ทีมหรือไม่ เนื่องจากแม่ทีมเหล่านั้นก็ได้มีดาวไลน์ หรือลูกทีมของตัวเอง พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างวิเคราะห์คำให้การ และจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ว่าจะมีการกล่าวหาใครเพิ่มเติมหรือไม่ แต่เชื่อว่าน่าจะมี เพียงแค่ยังไม่สามารถระบุได้ในตอนนี้

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้มีความรู้ด้านกฎหมายได้ไปมีพฤติการณ์ข่มขู่พยานหรือผู้เสียหายของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ปฯ ว่า ในเรื่องนี้ดีเอสไอได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอยู่ ว่ามีการกระทำความผิด มีการละเมิดกฎหมาย หรือมีการคุกคามข่มขู่พยานหรือไม่ อย่างไร ซึ่งถ้ามีพยานหลักฐานเข้าองค์ประกอบความผิดกฎหมาย ก็จะมีการดำเนินคดี

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวอีกว่า หากภายหลังจากที่ดีเอสไอได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว และพนักงานอัยการคดีพิเศษมีหนังสือคำแนะนำอยากให้ดีเอสไอมีการสอบสวนประเด็นใดเพิ่มเติม หรือแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลใดเพิ่มเติม ดีเอสไอก็จะรับกลับมาดำเนินการตามขั้นตอน

ขณะที่ คณะพนักงานสอบสวน กล่าวว่า สำนวนคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป ปรากฏจำนวนผู้เสียหาย 7,875 ราย มูลค่าความเสียหาย 1,644 ล้านบาท ซึ่งภายหลังจากที่นำส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ พนักงานอัยการจะได้ทำการตรวจสอบรายละเอียดภายในสำนวน ไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำให้การของผู้เสียหายและคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ต้องหา รวมถึงพยานหลักฐาน พยานเอกสาร พยานวัตถุที่ดีเอสไอได้รวบรวมมาได้

ดังนั้น การยื่นขอประกันตัวชั่วคราวของทนายความของผู้ต้องหา คาดว่าจะเกิดขึ้นภายหลังจากที่พนักงานอัยการรับมอบสำนวนการสอบสวนจากดีเอสไอ เนื่องด้วยจะมีการใช้เงื่อนไขว่าดีเอสไอได้มีการส่งสำนวนเป็นที่เรียบร้อย มีมติสั่งฟ้อง 18 ผู้ต้องหา และ 1 นิติบุคคล

จึงจะใช้เป็นเงื่อนไขเสนอต่อศาลได้ว่าผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลางในตอนนี้จะไม่สามารถไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือมีพฤติกรรมหลบหนีได้ อีกทั้งบัญชีธนาคารบัญชีเงินฝากก็ได้ถูกยึดและอายัดไว้ตรวจสอบแล้ว จึงอาจเป็นข้อพิจารณาที่ทนายความของผู้ต้องหาจะใช้ในการยื่นขอประกันตัวชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม หากศาลพิจารณาให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหารายใดก็ตาม การไปออกรายการทีวีหรือแสดงความเห็นใด ๆ ผู้ต้องหาก็สามารถทำได้แต่ต้องไม่ก้าวล่วงรายละเอียดภายในสำนวนคดี มิเช่นนั้นก็จะกลับไปเข้าการผิดเงื่อนไขยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน