องค์การอนามัยโลก ประกาศให้ อหิวาตกโรค เป็นภาวะฉุกเฉินครั้งใหญ่ ในไทยพบผู้ป่วยที่อ.แม่สอด จังหวัดตาก คุมเข้มชายแดน หวั่นระบาดเพิ่ม
เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.67 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์การระบาดของอหิวาตกโรคในระดับโลกนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้ “อหิวาตกโรค” เป็น “ภาวะฉุกเฉินครั้งใหญ่” หรือ Major Emergency ซึ่งจะต่างจากการประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern : PHEIC) อย่างเช่นโรคโควิด-19 โรคฝีดาษวานร
ดังนั้น การประกาศให้อหิวาตกโรคเป็นภาวะฉุกเฉินครั้งใหญ่ จะเป็นคนละนัยยะกับโรคโควิด-19 ที่เมื่อประกาศแล้วจะต้องดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอหิวาตกโรค เป็นโรคที่ป้องกันได้ด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ แต่องค์การอนามัยโลกระบุว่ามีการพบผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นและพบในหลายประเทศมากขึ้น
จากเดิมที่มีการรายงาน 44 ประเทศในปี 2565 จากนั้นก็พบมากขึ้นในหลายประเทศอย่างต่อเนื่องมากจนถึงปี 2567 ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้เป็นความกังวล แต่หากทุกประเทศร่วมกันป้องกัน ก็จะช่วยควบคุมการแพร่เชื้อได้ เพราะอหิวาตกโรค ไม่ใช่โรคใหม่ เป็นโรคที่เรารู้จักกันอยู่
“อหิวาต์เป็น 1 ในโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทยลำดับที่ 53 จากทั้งหมด 57 โรค แต่ไม่ใช่โรคติดต่ออันตรายที่มีอยู่ทั้งหมด 13 โรค การป้องกันอหิวาตกโรค สามารถทำได้ด้วยการรักษาสุขอนามัย การกินของร้อน ใช้ช้อนกลาง และหมั่นล้างมือ น้ำที่ใช้ก็จะต้องผ่านการเติมคลอรีน
ส่วนถ้าพบว่ามีอาการป่วย ท้องร่วงก็ต้องรีบไปพบแพทย์ ดังนั้นการที่องค์การอนามัยโลกออกมาประกาศให้อหิวาตกโรคเป็น Major Emergency ก็เพื่อให้แต่ละประเทศเกิดความตระหนักมากขึ้น” นพ.โสภณ กล่าว
นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์อหิวาตกโรคในประเทศไทย ขณะนี้ยังพบผู้ป่วยอยู่ใน อ.แม่สอด จ.ตาก ส่วนผู้ป่วยในประเทศเพื่อนบ้านก็เริ่มลดลงแล้ว ซึ่งการที่มีการระบาดของโรคก็จะสร้างภูมิคุ้มกันชั่วคราวให้กับผู้ที่หายป่วย ดังนั้นโอกาสที่จะกลับมาระบาดซ้ำก็จะไม่มาก
แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด เช่น การปรับปรุงสุขาภิบาลน้ำ ใช้น้ำสะอาดที่เติมคลอรีน อาหารก็ต้องปรุงสุก ทั้งนี้ การป้องกันบริเวณชายแดนไทยมีความเข้มงวดมาก เพราะหากมีคนข้ามแดนกันไปมา ก็มีโอกาสที่จะเจอผู้ป่วยในประเทศได้มากขึ้น

