บุกค้นบ้าน ช่างสันต์ ออเงิน ยิงตำรวจ รองสวป.สน.สายไหม เสียชีวิตในเครื่องแบบ หลักฐานมัดปืนหายไปไหน ภรรยาโดนดำเนินคดีด้วย เตรียมปูนบำเหน็จ 7 ชั้นยศ

จากกรณี ร.ต.ต.บรรรัง เกษาพร รองสารวัตร(ป.) สน.สายไหม ถูกยิงจำนวนหลายนัด นอนหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลซีจีเอซสายไหมเป็นการด่วน ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา บริเวณหน้าร้านตัดผม ถนนเฉลิมพงษ์ แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเวลา 20.00 น.ของวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 4 ม.ค.2568 พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.สายไหม สั่งการให้ พ.ต.ท.สัญชัย คีรีรัตน์ รอง ผกก.ป.สน.สายไหม และ พ.ต.ท.ดิษยเดช ยิ้มแย้ม รอง ผกก.สส.สน.สายไหม นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมตัว นายอรรณพ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ สันต์ ออเงิน อายุ 40 ปี

บุกค้นบ้าน ช่างสันต์ ออเงิน ยิงตำรวจ รองสวป.สน.สายไหม เสียชีวิตในเครื่องแบบ หลักฐานมัดปืนหายไปไหน ภรรยาโดนดำเนินคดีด้วย เตรียมปูนบำเหน็จ 7 ชั้นยศ

บุกค้นบ้าน ช่างสันต์ ออเงิน ยิงตำรวจ รองสวป.สน.สายไหม เสียชีวิตในเครื่องแบบ หลักฐานมัดปืนหายไปไหน ภรรยาโดนดำเนินคดีด้วย เตรียมปูนบำเหน็จ 7 ชั้นยศ

ข้อหาฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำตามหน้าที่, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมที่ริมถนนตรงข้ามร้านตัดผม ถนนเฉลิมพงษ์แขวงสายไหม เขตสายไหม

โดยได้เข้าไปในบ้านพักหลังหนึ่ง แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพฯ เพื่อตรวจค้นอาวุธปืนใช่ก่อเหตุ หลังสอบปากคำนายอรรณพ ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์และนักแข่งรถเอาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุโยนทิ้งไป อ้างว่าเมานั้น

แต่จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดพบว่า ภรรยาเอาออกไปจากมือนายอรรณพ แล้วอาวุธปืนไปซุกซ่อนภายในบ้านหลังดังกล่าว เป็นอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อสไตเออร์ สีดำ 1 กระบอก แม็กกาซีน 2 อัน และเครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. 11 นั

จากการสอบสวนนายอรรณพ ให้การยอมรับว่า เป็นคนยิง ตนยิงเองจับตนเลย เจ้าหน้าที่ชุดจับจึงได้เชิญตัวชายทั้ง 4 คน มาที่สน.สายไหม จากการสอบถามชายทั้ง 4 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มี น.ส.รุ่งนภา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี แฟนสาวของนายอรรณพ ได้ติดต่อไปยัง น.ส.สุพรรณี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี น้องสาวว่า แฟนตนมีเรื่องให้มาช่วยหน่อย

น.ส.สุพรรณี จึงได้บอกให้พวกทั้ง 3 คน โดยมี นายสุรเชษฐ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี, นายวงศธร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี และ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี มาช่วยนายอรรณพ เมื่อทั้ง 3 คนมาโดยมีรถจักรยานยนต์ 2 คัน คันที่ 1 นายเอ ได้ขับมาคนเดียว อีก 1 คันมีนายสุรเชษฐ์ เป็นคนขับ และ นายวงศธร เป็นคนนั่งซ้อนท้าย

เมื่อมาถึงนายอรรณพได้ขับรถ โดยมีนายเอเป็นคนซ้อน จากนั้นทั้ง 2 คันได้ขับวนไปมาบริเวณที่ก่อเหตุ 1 รอบเพื่อดูต้นทางแล้วขับรถออกไป นายอรรณพได้ขับเข้าไปริมฟุตปาธที่ ร.ต.ท.บรรรัง นั่งรับประทานอาหารอยู่

เมื่อไปถึงนายอรรณพได้ถาม ร.ต.ท.บรรรัง ว่า ไอ้เสื้อขาวมาพูดอะไร ร.ต.ท.บรรรัง ได้ตอบว่า มันพม่าพูดอะไรตนก็ไม่รู้เรื่อง จะไปเอาอะไรกับเด็กมัน จึงได้มีปากเสียงกัน ร.ต.ท.บรรรังได้บอกว่าตนเป็นตำรวจและผู้ก่อเหตุก็ทราบเป็นอย่างดีว่าผู้ถูกทำร้ายเป็นตำรวจ

จากนั้น นายอรรณพจึงได้โมโหด่าร.ต.ท.บรรรัง และพูดว่า “มึงใหญ่มากหรือ” ใช้อาวุธปืนที่พกมายิงใส่จำนวนหลายนัดจึงนอนแน่นิ่ง จากนั้นจึงได้ยืนรอมอบตัว ต่อมาจากการสืบสวนทราบว่าอาวุธปืนของกลางได้ถูกนำไปชุกซ่อนบริเวณโรงจอดรถข้างบ้านพักดังกล่าว

จึงได้ไปทำการตรวจสอบพบอาวุธปืนของกลางที่ใช่ก่อเหตุและได้ตรวจยึดไว้นำส่ง พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นทาง บช.น. ได้เตรียมดูเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการการปูนบำเหน็จให้ ร.ต.ท.บรรรัง 7 ชั้นยศ เนื่องจากเสียชีวิตปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างที่เดินออกตรวจพื้นที่ ถูกคนร้ายที่เมามาเข้ามายิงเสียชีวิต เป็นเหตุสุดวิสัย

พล.ต.ท.สยาม กล่าวต่อว่า แต่จากการที่ตนไปร่วมสอบปากคำคนร้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา คนร้ายไม่ยอมรับว่านำอาวุธปืนที่ก่อเหตุไปซุกซ่อนไว้ จนกระทั่งได้หลักฐานภรรยาผู้ก่อเหตุเอาไปซ่อนในบ้าน จึงได้สั่งการให้ สน.สายไหม ดำเนินคดีกับภรรยาที่ช่วยสามีอีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้ จะมีการรดน้ำศพ ร.ต.ท.บรรรัง เวลา 16.00 น. ที่วัดสายไหม ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน