กทม.ถกจัดระเบียบรถกู้ภัย แก้ปัญหา มูลนิธิตีกัน ทั้ง 8 มูลนิธิ ต้องทำความเข้าใจพื้นที่ปฏิบัติงาน บางสถานการณ์ อาจต้องมีทีมหลักทีมรอง ต่างพื้นที่ช่วยผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ศาลาว่าการกทม. น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีความซับซ้อน หลากหลาย และการจราจรหนาแน่นในบางช่วงเวลา การตอบสนองทางการแพทย์ฉุกเฉินต้องพัฒนาให้มีความเร็วในการเข้าถึงผู้ป่วย จึงต้องอาศัยเครือข่ายจำนวนมาก ที่ผ่านมายังไม่มีการพูดถึงเงื่อนไขด้านการแพทย์ฉุกเฉินของกทม.ในวงกว้าง

ดังนั้นการประชุมวิชาการแพทย์ฉุกเฉินในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับชาติ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 13-15 มี.ค.นี้ จึงเป็นเวทีในการสื่อสารแลกเปลี่ยน สร้างเครือข่าย เพื่อนำมาพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของ กทม. ซึ่งที่ผ่านมาหลายเรื่องยังทำไม่ได้และยังแก้ไขไม่ได้ โดยเฉพาะการประสานงานกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการ

ที่ผ่านมา กทม.พยายามนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น รถมอเตอร์แลนซ์ หรือรถมอเตอร์ไซค์ พร้อมอุปกรณ์การแพทย์เบื้องต้น พร้อมระบบฉายภาพทางไกลเชื่อมโยงแพทย์ประเมินอาการจากโรงพยาบาล เพื่อช่วยในการเข้าถึงผู้ป่วยได้เร็วขึ้นและรักษา เบื้องต้นได้ทันในช่วงเวลาการจราจรติดขัด พร้อมสร้างระบบแผนที่ออนไลน์เพื่อสำรวจว่า ในช่วงเวลาฉุกเฉินมีรถพยาบาลฉุกเฉินทั้งหมดประจำอยู่จุดใดบ้าง

ทั้งรถของศูนย์บริการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) และของโรงพยาบาลสังกัดกทม.11 แห่ง เพื่อประเมินการส่งรถไปถึงผู้ป่วยได้รวดเร็วขึ้น การจัดประชุมดังกล่าว จึงเป็นการร่วมกันเสนอแนวทาง ปัญหา และแลกเปลี่ยนกับส่วนท้องถิ่นอื่นๆ เพื่อนำมาพัฒนาให้ดีขึ้น

ส่วนผู้ที่จะเข้ามาทำงานด้านนี้ ควรมีมาตรฐานในการสรรหาคัดเลือก และรับรองทักษะการทำงาน โดยเฉพาะรถพยาบาลฉุกเฉิน ควรกำกับระเบียบการวิ่งรถ การรับคนไข้ ขอบเขตพื้นที่การทำงาน รวมถึงแนวทางการดูแลผู้ปฏิบัติงานด้านนี้

กทม.จึงขอเป็นตัวแทนในการนำเรื่องการบริหารจัดการด้านการแพทย์ฉุกเฉินขึ้นมาพูดคุยเพื่อหาทางออก เพราะที่ผ่านมามีการพูดถึงเรื่องเทคนิคทางการแพทย์ฉุกเฉินมากแล้ว ควรพัฒนาด้านการบริหารจัดการบ้าง โดยด้านบริการรถฉุกเฉิน ปัจจุบัน กทม.มีเครือข่าย 8 มูลนิธิ ได้แก่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิร่มไทร มูลนิธิจีเต็กลิ้ม ฮู้ก๊กตึ๊ง (พิรุณ) มูลนิธิอาสาหนองจอก (ราชพฤกษ์) มูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทร์) และ กู้ชีพกูบแดง

มีรถฉุกเฉินอยู่ในระบบทั้งหมด 1,101 คัน อยู่ระหว่างประสานงานกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกทม.มีรถด้านการแพทย์ฉุกเฉินเพียงพอแล้ว แต่จะมีบางเวลาเท่านั้นที่ต้องประสานเพิ่มเติม เช่น ช่วงเวลาเย็นการจราจรติดขัดอย่างมาก

ซึ่ง กทม.ไม่ได้ปิดกั้นหากมีมูลนิธิประสงค์เข้าระบบการแพทย์ฉุกเฉิน โดยให้กทม.เป็นฝ่ายกำกับนั้น ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม ในรายละเอียด ทั้งมาตรการการทำงาน ทักษะ มาตรฐานรถ การวิ่งรถกู้ชีพกู้ภัย กฎจราจร การเข้าพื้นที่ การส่งต่อผู้ป่วย รวมทั้งทำความเข้าใจขอบเขตพื้นที่ปฏิบัติงานในบางสถานการณ์ ที่อาจต้องมีทีมหลักและทีมรอง จากต่างพื้นที่เข้าช่วยผู้ป่วย ซึ่งจะต้องหารือกับ 8 มูลนิธิที่อยู่ในเครือข่ายก่อนบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการปะทะกันเกิดขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน