ภูมิธรรม ยันกฟภ.รู้ดี ฝั่งเมียนมาใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงผิดปกติ เผยสาเหตุตัดไฟตอนเก้าโมงเช้า ลั่นไร้ขัดแย้ง‘อนุทิน’ แจงไปตรวจแม่สอดพรุ่งนี้ ตอกย้ำ ‘เราเอาจริง’
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 5 ก.พ.2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ ‘อยากมีเรื่องคุย’ ทางข่าวสดออนไลน์ ถึงการตัดไฟฟ้า 5 จุดชายแดนไทย-เมียนมาว่า เรื่องการตัดไฟครั้งนี้ การคอลเซ็นเตอร์เกิดขึ้นมานานและยกระดับส่งผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้น ไม่เฉพาะประเทศไทย แต่หลายประเทศได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้
การตัดไฟเริ่มมาตั้งแต่ปี 2566 สมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน มีมติครม.ให้ตัดไฟไปแล้ว 2 จุด แต่ปัญหาแก้ได้ไม่ถึงที่สุด
ตอนนี้การสร้างเสียหายถือว่ารุนแรง ข้อมูลของตำรวจพบว่า ปี 2566-67 ไทยมีคดีที่เกิดจากคอลเซ็นเตอร์ 557,500 คดี คนไทยต้องเผชิญทุกข์ คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 6.8 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยวันละ 80 ล้านบาท ประชาชนต้องรับกรรม เป็นปัญหาที่ถือว่าวิกฤต เราพยายามแก้อย่างต่อเนื่อง ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเราเริ่มมาตรการซีลชายแดน ทั้งการค้ามนุษย์ ยาเสพติด การพนันออกไลน์ ทุกเรื่องเกี่ยวพันกันหมด เราทำทุกเรื่อง ซึ่งตรงนี้ชี้แล้วว่าเป็นภัยคุกคามประเทศ
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเป็นความขัดแย้งกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย เจอกันก็คุยกัน แต่เป็นเรื่องการตีความที่แตกต่างกัน ซึ่งเรื่องนี้ ตนเป็นฝ่ายนโยบายเรื่องความมั่นคงก็เห็นปัญหาเรื่องความมั่นคง แต่ในทางปฏิบัติ กฟภ.มีอำนาจโดยตรงในฐานะผู้ทำสัญญา และสังกัดกระทรวงมหาดไทย

ในแง่ของผม กฟภ.ก็รู้ในเรื่องความผิดปกติที่เกิดขึ้นมาตลอด มียอดการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก ก็ต้องตรวจสอบและยื่นเรื่องให้องค์กรรับรู้เพื่อแก้ปัญหา ว่ามีเรื่องคอลเซ็นเตอร์อยู่ ยืนยันผมกับนายอนุทิน ไม่ได้ทะเลาะกัน เรื่องนี้ไม่ได้เล่นเกมการเมือง เพียงแต่นายอนุทิน เห็นว่าควรนำเรื่องเข้าครม.ก่อน แต่เลขาธิการนายกฯบอกว่าไม่ต้องเอาเข้า เพราะเกรงจะเป็นเรื่องใหญ่ ให้คุยกันเอง
จึงคุยกันก่อนเข้าครม. ว่าประเด็นจริงอยู่ตรงไหน นายกฯคุยด้วย ก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจ และเห็นว่ากระทบคนไทยมากๆ จึงไม่ได้เสนอเข้าครม. เพียงแต่นายกฯสั่งการ มอบให้ตนดูเรื่องนี้และทำให้จบ ตนจึงเข้าไปดำเนินการ
นายภูมิธรรม กล่าวว่า กฟภ.ก็คงกังวลใจเพราะมีกฎหมายอื่นเกี่ยวข้อง อาจจะเกิดการฟ้องร้องในเชิงธุรกิจ ตนจึงชี้ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง เมื่อนายอนุทิน อยากได้สิ่งยืนยันจากสมช.จึงมีการประชุม และมีมติออกมา โดยสมช.ได้ประเมินและเชื่อว่า 4-5 จุดมีศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
เมื่อเชื่อมั่นว่ามีการทำผิดกฎหมาย เราได้รับผลกระทบจริง เราจึงมีมติดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้ 1.ตัดสินใจตัดไฟ 5 จุดทันที ซึ่งการที่เราให้ดำเนินการตอน 09.00 น. เพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศแจ้งรัฐบาลเมียนมาว่าเรามีปัญหาเดือดร้อนและต้องตัดไฟ ให้กฟภ.แจ้งคู่สัญญาทั้ง 5 สัญญา มีเรื่องเศรษฐกิจชายแดนและเรื่องมนุษยธรรม ต้องแจ้งให้โรงพยาบาลฝั่งนั้นรู้ก่อน 2.ตัดน้ำมัน หรืองดการส่งน้ำมัน โดยให้กระทรวงพลังงานดำเนินการ มากกว่านี้อาจตัดเส้นทางขนส่ง 3.เราให้กสทช.ตัดสัญญาณเน็ต
ทั้งนี้ นายกฯสั่งการให้ดูแลคนไทยด้วย เราดำเนินการตามกฎหมายชัดเจน แจ้งให้เขารับรู้แล้ว หากเขาเดือดร้อนก็ต้องไปจัดการกับคอลเซ็นเตอร์ให้หมด อะไรที่ได้จากเราไปแล้วเอื้ออำนวยให้เกิดการทำผิดกฎหมาอาญาข้ามพรมแดน เราก็ต้องจัดการ มีผลตั้งแต่วันนี้เก้าโมงเช้า
เมื่อถามว่าเขาใช้ไฟจากลาว คนไทยก็เดือดร้อนอยู่ดี นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่างน้อยเราได้ทำหน้าที่สกัดกั้นไม่ให้เขาดำเนินการได้สะดวก ซึ่งลาว กัมพูชาก็มีปัญหาคอลเซ็นเตอร์เหมือนกัน เขาก็ต้องไปจัดการกันเอง ทั้งนี้ ยืนยันว่าผู้ช่วยรัฐมนตรีจากจีนไม่ได้มากดดันไทย เราได้คุยกันแล้วและวางมาตรการหลายอย่าง เมื่อวานนายหลิว จงอี มาพูดคุยและติดตามการปฏิบัติร่วมกันที่เคยคุยกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เขานำความปรารถนาดีของกระทรวงความมั่นคงและชื่นชมไทย
ทางจีนมีข้อมูลที่อยากแลกเปลี่ยน และเครือข่ายที่ทำงานอยู่มาแลกเปลี่ยนและร่วมกันจัดการ ซึ่งเป็นประโยชน์กับเรา เราไม่ขัดข้องที่จะร่วมมือกันและต้องเคารพอธิปไตยของเราด้วย
ตอนนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ต้องคิดต่อไปอีกเพื่อไม่ให้โผล่อีก ซึ่งจะต้องคุยกัน 3 ประเทศ จากนี้เราต้องคิดทำในเรื่องระยะยาว ตราบใดมีผลกระทบต่อประเทศ เราก็ปล่อยไว้ไม่ได้
เมื่อถามว่าพรุ่งนี้ไปแม่สอด ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงรัฐบาลเมียนมาหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวพันทั้งหมด ตนไปเรื่องภัยพิบัติ ยาเสพติด ไปเยี่ยมที่ซีลชายแดนไว้ และอีกเรื่อง คือไปแสดงตัวว่ารองนายกฯฝ่ายมั่นคง เราสั่งแล้วในทางปฏิบัติหน้างานเป็นอย่างไร มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ต้องไปดูทั้งระบบ ถือเป็นสัญลักษณ์ที่เราแสดงว่าเราเอาจริง ผู้ปฏิบัติการจะได้รู้ ตนประกาศไปแล้วว่าถ้าทำไม่ได้ก็บอก จะได้หาคนอื่นมาแทน