ตำรวจเชียงใหม่ ท้า คนสนิท สส.ปูอัด หากมีหลักฐานตำรวจรีดเงิน 4 แสนแลกปิดคดี ให้มาแจ้งความ ยันมีหลักฐานชัดผู้เสียหายไม่ได้สมยอม จนศาลออกหมายจับได้
วันที่ 10 ก.พ.2568 จากกรณีนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า ส่งคนใกล้ชิดชี้แจงแทน โดยยืนยันยังอยู่ กทม. พร้อมยอมรับมีเพศสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวสาวไต้หวันจริง แต่เป็นการสมยอม โดยเตรียมเข้ามอบตัวตามหมายจับศาลเชียงใหม่ ก่อนวันที่ 20 ก.พ.นี้ พร้อมปล่อยหลักฐานเด็ดสู้ ปูดถูกตำรวจเรียก 4 แสนแลกปิดคดีนั้น
พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก สภ. เมืองเชียงใหม่ กล่าวถึงกรณีคนสนิทของนายไชยามพวานให้ข่าวตำรวจเรียกรับเงิน 4 แสนบาท เพื่อปิดคดีว่า ขณะนี้ตนได้รับทราบแล้ว คดีนี้มีความละเอียดอ่อน ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและระบบการเมืองการปกครอง ดังนั้น ในการดำเนินคดีนี้ ต้องมีความรอบคอบ
กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปเรียกรับเงินนั้น ถือว่าเป็นข่าวที่เสียหายมาก ถ้าหากผู้ให้ข่าวตำรวจไปเรียกรับเงิน ถ้ามีหลักฐาน ขอให้มาแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นได้ ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ หรือผู้บังคับบัญชาได้
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ หลังจากทราบข่าวนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข่าวนี้ว่ามีผู้ใดไปเรียกรับเงิน จาก สส.ปูอัดหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบมีการเรียกรับเงินในคดีนี้จริง ตำรวจคนไหนเกี่ยวข้องก็ไม่เอาไว้แน่นอน จะดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัย
แต่หากเป็นคำกล่าวอ้าง คนที่ให้ข้อมูลก็ต้องรับผิดชอบเช่นกันที่ให้ข่าวดิสเครดิตตำรวจและคณะทำงาน ถือว่าก่อให้เกิดความเสียหาย ทางตำรวจก็ยอมไม่ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม คดีนี้หลักฐานพยานเรามีครบทุกอย่างตั้งแต่เกิดเหตุ ที่สาวไต้หวันมาแจ้งความก็มีการรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินการกับผู้ต้องหาไว้หมดแล้ว จนออกหมายจับได้ ซึ่งตำรวจรู้อยู่แล้วว่าผู้ต้องหาจะต้องแก้คดีด้วยการอ้างว่าสมยอมทั้งสองฝ่าย หากสมยอมจริงผู้เสียหายจะแจ้งความทำไม ทุกอย่างที่ออกจากฝ่ายผู้ต้องหาเป็นคำกล่าวอ้าง โต้ออกสื่อ
โดยคดีนี้ผู้เสียหายให้การกับตำรวจแต่แรกว่า ไปเที่ยวสนุกสนาน แต่ไม่ได้ต้องการมีเพศสัมพันธ์อย่างอื่น เราให้ข้อมูลมากไม่ได้ จะกระทบสำนวนการสอบสวน ตอนนี้ทีมงานสส.ประสานมามอบตัวแล้วแต่ยังไม่ได้ระบุวันเวลา คาดว่าคงรอการประชุมโหวตที่สภาฯก่อนว่าผลจะออกมาอย่างไร
การทำงานตำรวจ เรามีการรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างไว้หมดแล้ว ทั้งภาพวงจรปิด ผลตรวจทางการแพทย์ พยาน ซึ่งทุกอย่างเปิดเผยไม่ได้เป็นเรื่องในสำนวนที่เสนอศาลออกหมายจับ ไปแล้ว แต่ผู้ต้องหาเป็น สส. เราก็ดำเนินการตามกฎหมายระบุไว้ อาจจะต้องรอการพิจารณาของประธานสภาเพราะอยู่ในสมัยประชุม
แต่หากสส.คนดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวนเราก็จะแจ้งข้อกล่าวหาสอบปากคำ แล้วปล่อยตัวไปทันที จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนสรุปสำนวนส่งอัยการดำเนินการในชั้นศาลต่อไป