ตร.สับสน ไม่รู้ต้องแยกผู้ต้องหา ไปฝากขังพร้อมกัน เตรียมฝากขังศาลธัญบุรี พีม-โอชิ มือสาดซุป บ่ายวันนี้ หลังนำตัวขึ้นรถไปแล้ว แต่ต้องวกกลับมา

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 11 ก.พ.68 ที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ คุมตัว นายรษิภา หรือพีม อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรีเลขที่ 132/2568 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568

ต้องหาว่าความผิดฐาน “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และร่วมกันทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจของผู้อื่นนั้น” และนายชคัทพล หรือโอชิ อายุ 19 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรีเลขที่133/2568 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 ต้องหาว่าความผิดฐาน “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และร่วมกันทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจของผู้อื่นนั้น” มาพร้อมผู้กระทำความผิดอื่นๆ

เพื่อขึ้นรถห้องขังส่งศาลจังหวัดธัญบุรี ทางพนักงานสอบสวนคุมตัว พีมและโยชิไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรี รวมกับผู้ต้องหาในคดีอื่น แต่สุดท้ายก็ต้องนำตัวพีมและโยชิ กลับมาเพราะว่าจะควบคุมตัวพีมและพวกทั้งหมดรวม 8 คน ไปฝากขังครั้งเดียวกันในเวลา 13.00 น.

พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผู้กำกับการ สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า เกิดความสับสนเล็กน้อยของตำรวจที่มีหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง เพราะไม่ทราบว่าจะแยกผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวออกมาเพื่อฝากขังพร้อมกันในเวลา 13.00 น.

โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวเรื่องทีมขายพอร์ตเค ซีเต้และปาเต้ที่เพื่อนร่วมหุ้นด้วยกัน ยอมรับว่า ร่วมกันลงทุนขายบุหรี่ไฟฟ้าจริง แต่ไม่ได้ขายพอร์ตเค และไม่ได้จ่ายส่วยให้ตำรวจในการขายบุหรี่ไฟฟ้าแต่อย่างใด

ส่วนกรณีคลิปเสียงบังคับให้ผู้เสียหายวัดดวงดื่มเครื่องดื่มผสมไซยาไนด์นั้น ทางด้านพีมเพียงแค่ขู่เท่านั้น ไม่ได้มียาไซยาไนด์จริง ซึ่งอยากฝากน้องๆทุกคนที่เป็นเยาวชนอย่าไปทำพฤติกรรมลอกเลียนแบบ เพราะโทษที่จะได้รับนั้นคือการติดคุกและเสียอนาคตด้วย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน