เปิดคำให้การ “เพลิน” มือราดน้ำมันจุดไฟเผา พ่อค้าแตงโม เผย เป็นเพื่อนสนิท เล่าชนวนแผลใจ หลังพ้นโทษออกมาปี 64 เล่าวันเกิดเหตุ ผ่านหน้าวัดเห็นรถจอดอยู่
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 12 ก.พ.2568 ที่สน.บางโพงพาง พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ดูแลงานสืบสวน พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รองผบก.น.5 และ พ.ต.อ.อนันต์ชัย กมลรัตน์ ผกก.สน.บางโพงพาง
ร่วมสอบปากคำ นายอรรคกร หรือ นายเพลิน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี อดีตสามีของภรรยาพ่อค้าขายแตงโมที่เสียชีวิต หลังจับกุมผู้ก่อเหตุได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.มุกดาหาร ขณะที่ผู้ต้องหาแวะเข้าปั๊มน้ำมันก่อนหนีออกนอกประเทศ ไปกับขบวนการลักลอบขนหอมเถื่อน เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา

เปิดคำให้การ “เพลิน” มือราดน้ำมันจุดไฟเผา พ่อค้าแตงโม เผย เป็นเพื่อนสนิท เล่าชนวนแผลใจ หลังพ้นโทษออกมาปี 64 เล่าวันเกิดเหตุ ผ่านหน้าวัดเห็นรถจอดอยู่
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. มอบหมายตน พร้อมด้วยพล.ต.ต.โชติวัฒน์ และ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ร่วมกันติดตามเหตุคนร้ายราดน้ำมันจุดไฟมีผู้เสียชีวิตที่วัดดอกไม้ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนสน.บางโพงพาง ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา
- อ่านข่าว : จับ ไอ้เพลิน มือเผาพ่อค้าแตงโม ได้ที่ปั้มน้ำมันชายแดน
- อ่านข่าว : ญาติเศร้า รับศพ พ่อค้าแตงโม โดยราดน้ำมันจุดไฟเผา เชื่อไม่เกี่ยวเรื่องชู้สาว
จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีออกจากรุงเทพมหานคร ผบช.น.ได้สั่งการจัดชุดสืบสวนนครบาล ชุดสืบสวนนครบาล 5 ชุดสืบสวนนครบาล ประสานกับทางชุดสืบสวนจ.มุกดาหาร และตำรวจภูธรภาค 4 จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ จ.มุกดาหาร หลังจากนายเพลินจ้างรถยนต์ไปส่งที่จังหวัดดังกล่าว
ผู้ต้องหาหนีไปในป่า ชุดสืบสวนใช้ความพยายามตามเกือบ 1 วัน 1 คืน ใช้โดรนบินขึ้น ตรวจท่อน้ำ พายเรือตามหา จากการพยายามกดดัน ผู้ต้องหาพยายามติดต่อให้เพื่อนนำอาหารมาให้ ตั้งแต่คืนวันที่ 10 ก.พ.ต่อเช้า 11 ก.พ. จึงติดต่อทางเพื่อนผู้ต้องหาว่ามีหมายจับ หลอกล่อให้ออกมา แต่ไหวตัวทัน จากการซักถามมีเงินติดตัวพันกว่าบาท แต่หิวข้าวจึงเดินออกมาปั๊มน้ำมัน จนกระทั่งจับกุมได้ดังกล่าว
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนยอมรับว่า ก่อเหตุเกิดขึ้นจริง ยอมรับว่าความแค้นหึงหวงเป็นแผลใจ จากปมชู้สาว ปี 2556 เคยใช้ปืนลูกซองยิงแฟนคนใหม่ภรรยาเสียชีวิต ก่อนพ้นโทษออกมาปี 64 ออกมาเจอแฟนคนใหม่ปี 65 เป็นคนบ้านเดียวกัน จ.เลย
ช่วงปี 67 เดินทางมาที่กรุงเทพมหานคร เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว เปิดร้านเช่า นำผลไม้ขายที่วัด ต.ค.67 โดยตัวผู้ตายรู้จักผู้ต้องหามานาน 3 ปี จึงเอารถจอดที่วัดดอกไม้ เป็นประจำ ประมาณ 2 อาทิตย์กว่า เริ่มรู้ว่าภรรยากับคนตายมีการคบหากัน จึงพยายามสอบถามแต่ภรรยาไม่ตอบ จึงทำให้มีการทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง ฝ่ายหญิงบล็อกเบอร์ จึงพยายามหาข่าว ในใจเชื่อว่าอยู่กับผู้เสียชีวิต
จากนั้นมีเรื่องรถกระบะสีขาวที่ซื้อกับหญิง เป็นรถที่ซื้อร่วมกันจำนำแทนค่าแชร์เงิน 50,000 บาท จากนั้นภรรยาเอารถไป ไม่เอากลับมา วันก่อเหตุอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 4 ใช้รถยนต์นัดหมายคนงานอยู่ด้วยกันชื่อ “ติ๊ก” รับจ้างตัดต้นไม้ซอยสาธุประดิษฐ์ 57
จากนั้นผ่านหน้าวัดที่เกิดเหตุดันเห็นรถกระบะที่มีปัญหาจอดอยู่ ระหว่างขับรถผ่านวัดดอกไม้ จึงนั่งตัดสินใจที่ป้อมพระจุล ก่อนวนรถกลับมาที่วัดปริวาสราชสงครามใส่แมสก์ สวมหมวกปิดบังใบหน้า เสื้อคลุม คิดเพียงแค่ว่า ถ้าคุยเรื่องรถคืนไม่ได้จะเอาน้ำมันที่เหลือเผารถ พอเห็นรถเลยเอาน้ำมันราดจุดไฟก่อนหลบหนี้ จากความแค้นดังกล่าว
จากการซักถาม นายเพลิน ได้ชวนนายติ๊กให้ขับรถกระบะสีขาวหากทวงคืนได้ แต่ให้ติ๊กกลับไปก่อนที่จะลงมือ แล้วจากนั้นหลบหนีได้จ้างคนขับรถมาส่งที่ จ.มุกดาหาร
พนักงานสอบสวนสน.บางโพงพาง จึงแจ้งข้อหาเพิ่มคือ ข้อฆ่าผู้อื่นโดยทารุณกรรมและวางเพลิงฆ่าผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ก่อนควบคุมตัวฝากขังในวันที่ 13 ก.พ.นี้ ก่อนเวลา 12.00 น. โดยคัดค้านการประกันตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างคุมตัวนายเพลินออกจากห้องสอบสวนเพื่อเข้าห้องขัง มีอาการอิดโรย และบริเวณมือซ้ายมีบาดแผลจากการถูกไฟขณะก่อเหตุ นายเพลินให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ยืนยันว่าลงมือทำคนเดียว ไม่มีผู้ร่วมก่อเหตุ
เพราะหนักใจที่ผู้ตายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทตนเองมาคบชู้กับภรรยา โดยไม่ได้มีการพูดคุยเคลียร์ใจกับผู้ก่อเหตุก่อนลงมือ และก็ไม่ได้มีการวางแผนดูลาดเลาแต่อย่างใด หลังก่อเหตุก็ไม่มีใครช่วยพาหลบหนี ขับรถเองหนีไปมุกดาหาร เพราะตนเองก็ทำงานอยู่ที่นั่น หลังเกิดเหตุเห็นข่าวแล้วก็ตกใจอยู่ และคิดจะมอบตัว และรู้สึกผิด ทั้งหมดเกิดจากการบันดาลโทสะ อย่างไรก็ตาม ขอโทษผู้ตายและครอบครัวผ่านสื่อมวลชน
