ถกแก้รัฐธรรมนูญวุ่น หมอเปรมศักดิ์ เสนอนับองค์ประชุม หลังสว.-สส.ภูมิใจไทย วอล์กเอาต์ องค์ประชุมไม่ครบเหลือแค่ 204 เสียง
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 13 ก.พ.2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
ก่อนเข้าสู่วาระ นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นอภิปรายในฐานะตัวแทนพรรค ว่าวาระที่กำลังจะพิจารณาค่อนข้างผิด และขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยจึงขอไม่เข้าร่วมพิจารณา
ก่อนที่นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. จะเสนอญัตติขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ถูกสส.พรรคประชาชนทักท้วงว่ายังไม่ได้รับเอกสารญัตติดังกล่าว นายวันมูหะมัดนอร์ จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่แจกเอกสารแก่สมาชิก ก่อนสั่งพักการประชุม 15 นาที เพื่อให้วิป 3 ฝ่ายหารือร่วมกัน
ต่อมาเวลา 10.13 น. การประชุมร่วมรัฐสภา เริ่มขึ้นอีกครั้ง โดยนายวันมูหะมัดนอร์ แจ้งที่ประชุมว่า ตนขออาศัยข้อบังคับการประชุมสภาข้อที่ 32 (1) และ (5) เพื่อรับเรื่องที่นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.กับคณะ ส่งมาเมื่อเช้านี้(13 ก.พ.) ซึ่งข้อบังคับข้อ 32 ไม่ต้องเสนอส่งเป็นหนังสือก่อนหนึ่งวันได้ ถ้าถือว่าเป็นเรื่องด่วนและ (5) คืออำนาจหน้าที่ของประธานว่าจะอนุญาตให้บรรจุได้ แต่ขั้นตอนต่อไปตนจะอนุญาตให้นพ.เปรมศักดิ์ เสนอญัตติก่อนแต่ไม่ได้หมายความว่าจะอภิปราย ซึ่งเสนอเพื่อให้เข้าใจเป็นญัตตินี้
หลังจากนั้นตนก็จะถามกับที่ประชุมว่าจะขออนุญาตให้เอาเรื่องญัตติขอให้หนังสือที่นพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาพิจารณาก่อนญัตติอื่นๆที่บรรจุไว้แล้วหรือไม่ ซึ่งต้องเป็นมติที่ประชุมถ้าเห็นว่าควรจะเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนก็จะเริ่มกระบวนการขั้นตอนการพิจารณาซึ่งนพ.เปรมศักดิ์ ก็ได้เสนอไปแล้ว
ขั้นตอนต่อไปคือสมาชิกท่านใด จะขออภิปรายก็มาเสนอชื่อได้ตามสมควร และจะมีมติว่าให้ส่งหรือไม่ส่ง ถ้าส่งก็ดำเนินการตามมติที่ส่ง ส่วนเรื่องต่อไปก็อาจจะต้องพักเรื่องการพิจารณารัฐธรรมนูญเอาไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เราเคยปฏิบัติมาแล้วไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่
จากนั้นสส.และสว.ได้อภิปรายทั้งเห็นด้วยว่าควรเลื่อนญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาก่อน ขณะที่บางส่วนไม่เห็นด้วย
ต่อมาเวลา 11.20 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ได้ขอมติจากที่ประชุมว่าจะเลื่อนญัตติด่วนขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนหรือไม่ ของนพ.เปรมศักดิ์ เป็นผู้เสนอ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นด้วย 247 เสียง ไม่เห็นด้วย 275 เสียง
ที่ประชุมจึงไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยเป็นการพิจารณาตามระเบียบวาระเดิม โดยพิจารณาญัตติของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย
ทั้งนี้ ประธานรัฐสภาแจ้งว่าญัตติที่เสนอโดยนพ.เปรมศักดิ์ ยังอยู่ในวาระและจะพิจารณาต่อจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว อย่างไรก็ตาม นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ สว. ได้ลุกขึ้นแจ้งต่อที่ประชุมว่า ขอออกจากที่ประชุม เพราะการพิจารณานั้นไม่ชอบ โดยมี สว.ที่นั่งอยู่ด้วยจำนวนหนึ่งลุกออกจากห้องประชุมไปด้วย โดยก่อนหน้านี้สส.พรรคภูมิใจไทย ก็วอล์กเอาต์ไม่เข้าร่วมพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมได้มีการถกเถียงถึงประเด็นดังกล่าว ก่อนที่นพ.เปรมศักดิ์ จะเสนอให้นับองค์ประชุม ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.พรรคประชาชน เสนอให้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ
ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ เรียกสมาชิกเพื่อนับองค์ประชุมตามที่นพ.เปรมศักดิ์ เสนอ ทั้งนี้ ระหว่างการรอสมาชิกเข้ามาร่วมแสดงตน สส.พรรคประชาชน ลุกขึ้นขอให้ไปตามสส. และสว. โดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ระบุว่า ให้ประธานส่งเจ้าหน้าที่ไปที่โรงอาหารเพราะตอนนี้เสียงตะเกียบช้อนดังโป้งเป้ง ไม่รู้ว่ามาประชุมสภาหรือมาชมเชฟกะทะเหล็ก
ด้านนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเสนอให้ส่งญัตติแก้รัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะเกรงว่าหากอภิปรายและมีการลงมติแล้วร่างแก้ไข ต้องตกไปก็จะไม่สามารถเสนอขึ้นมาได้ จึงเห็นด้วยกับญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ เพราะอยากให้ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญค้างอยู่ในวาระก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สส.พรรคประชาชนและสว.พยายามอภิปราย แต่นายวันมูหะมัดนอร์ ไม่อนุญาต ก่อนแจ้งผลการนับองค์ประชุมว่า มีผู้เข้าร่วมประชุม 204 คน ถือว่าไม่ถึงกึ่งหนึ่งขององค์ประชุม ฉะนั้นต้องปิดการประชุม ไม่สามารถดำเนินการประชุมต่อไปได้ ขอเลิกการประชุมและนัดประชุมใหม่ในวันที่ 14 ก.พ.เวลา 09.30 น. ถ้ามาแล้วให้ลงชื่อเพื่อดำเนินการประชุม
ก่อนสั่งปิดการประชุมในเวลา 12.00 น.