สพฐ. เผย ครูขอย้าย ผ่านระบบTRS กว่า 3.6 หมื่นราย เพิ่มขึ้นกว่า 4 พันราย เล็งเลื่อนปิดเทอม1 คาดดำเนินการได้ในปีการศึกษา 2569 เปิดเรียน 16 พ.ค. เช่นเดิม
เมื่อวันที่ 20 ก.พ.68 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. รายงานตัวเลขครูที่ขอย้าย ผ่านระบบย้ายข้าราชการครู Teacher Rotation System (TRS) ซึ่งผลปรากฏว่ามีครูยื่นขอย้ายกว่า 3.6 หมื่นราย เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 4 พันกว่าราย
ทั้งนี้ สิ่งที่สพฐ.กังวล คือระบบการอ่านผลงาน โดยกำชับให้สพร.ติดตาม เพื่อรายงานให้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)ได้รับทราบและแก้ไขไม่ให้กระทบสิทธิของครู
ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังรับทราบความก้าวหน้า การประเมินวิทยฐานะผ่านระบบการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (DPA) ซึ่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการประเมิน วิทยฐานะ ผ่านระบบ DPA กว่า 80% มีผู้ยื่น รวม 2,156 คน แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 1,667 คน สำนักงานเขตพื้น ที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.)489 คน ทั้งนี้อาจจะมีปัญหาในส่วนของชำนาญการ ที่ยังไม่ผ่านอยู่บ้าง ดังนั้น จึงต้องช่วยส่งเสริมสนับสนุน
“ที่ประชุมรายงานความคืบหน้าการเลื่อนเปิด-ปิด ภาคเรียน โดยยังคงให้เปิดเรียนวันที่ 16 พ.ค. เช่นเดิม แต่เลื่อนการปิดเทอมจากเดิม วันที่ 11 ต.ค. เป็นวันที่ 30 ก.ย. เพื่อให้สอดคล้องกับปีงบประมาณ ส่วนภาคเรียนที่ 2 ให้คงไว้เช่นเดิม โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ในปีการศึกษา 2569
ส่วนความคืบหน้า “โครงการพาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง” (OBEC Zero Dropout) นั้นขณะนี้ สพท. 245 เขต ค้นหาเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันได้ ครบ 100% แล้ว สิ่งที่ต้องดำเนินการคือ ติดตามเด็กกลับเข้าระบบการศึกษา ตามนโยบายรัฐบาล และนโยบาย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ.
โดยสพฐ. เตรียมแนวทางดำเนินการในรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง พัฒนาแนวทาง “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” เพื่อการศึกษาที่ยืดหยุ่น ,โรงเรียนต้นแบบ 928 โรงเรียน ,นวัตกรรมโรงเรียนมือถือ (Mobile School) เป็นต้น ” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว



