บุกค้นเครือข่ายบริษัท e-Money เถื่อน เงินหมุนเวียนกว่าพันล้าน จับ 3 กรรมการบริษัท ชี้ หากไม่ตรวจสอบ อาจส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง
วันที่ 1 มี.ค.2568 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์ สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย ต้องสงสัยงเกี่ยวข้องกับบริษัท e-Money เถื่อน จำนวน 4 จุดด้วยกันคือ
- ที่สำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัทแห่งหนึ่ง ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม
- สถานีขนส่งสินค้าบริษัทในซอยเพชรเกษม 99 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน
จ.สมุทรสาคร - บ้านพักหลังหนึ่งย่านถนนนวมินทร์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.
- สถานีขนส่งสินค้า แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กทม.

บุกค้นเครือข่ายบริษัท e-Money เถื่อน เงินหมุนเวียนกว่าพันล้าน จับ 3 กรรมการบริษัท ชี้ หากไม่ตรวจสอบ อาจส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง
สืบเนื่องจากปัจจุบันพบมีผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบนเว็บไซต์ ลักษณะเป็นตัวกลางสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างมาก
แค่เป็นสมัครสมาชิกและเปิดบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์กับบริษัท บนเว็บไซต์ พร้อมเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ไว้ล่วงหน้า ทำให้มียอดเงินหลั่งไหลเข้าบริษัทดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
หากไม่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือมีการประกอบธุรกิจโดยมิจฉาชีพ ก็จะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นวงกว้างอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงมีการเข้าตรวจสอบดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบบริษัทเป้าหมาย มีความผิดตามพ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน รูปแบบให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 5 บริษัท มียอดเงินหมุนเวียนรวมกันแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท จึงดำเนินคดีกับผู้มีอำนาจรับผิดชอบ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจฯ และในฐานะนิติบุคคลบริษัท คือ
- นายธนเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี
- นายธนวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี
- นายธิติพัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี
ก่อนนำตัวผู้ต้องส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันการประกอบธุรกิจการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง”





