แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับแผน หาช่องโหว่ให้เจอ ย้ำดูแลเจ้าหน้าที่ดูแลช่วงรอมฎอนให้เต็มที่ พบซุกระเบิด100 กิโล คาร์บอมบ์ถล่มสุไหงโก-ลก
จากกรณีคนร้ายลอบวางระเบิด บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้ เจ้าหน้าที่ อส. เสียชีวิต 2 นาย ต่อมาเกิดเหตุระเบิดอีก 3 จุด ทำให้มีเจ้าหน้าที่และประชาชนบาดเจ็บอีกหลายราย
ล่าสุดเรื่องนี้ วันที่ 9 มี.ค.2568 ที่สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมประชุมและสรุปสถานการณ์ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยโตโยต้าสีบรอนส์ ยังไม่ทราบเลขทะเบียน ใช้เป็นพาหนะประกอบระเบิดคาร์บอมบ์ ถูกจอดทิ้งไว้บริเวณด้านหน้าอาคารหอประชุม ด้านในที่ว่าการอำเภอสุไหงโกลก
อนุภาพของระเบิดแสวงเครื่องที่บรรจุใส่ไว้ในถังแก็สหุ้งต้ม หนัก 100 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารด้วยความสมบูรณ์แบบทำงาน 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้รถเก๋งกลายเป็นซากเศษชิ้นส่วนกระจายในรัศมีกว่า 100 เมตร ส่งผลให้ด้านหน้าของอาคารหอประชุมได้รับความเสียหายทั้งแถบ และมีด้านหน้าของอาคารสรรพากร ห้องประชุมชั้น 2 ของที่ว่าการอำเภอ โรงจอดรถดับเพลิง อาคารที่ว่าหารอำเภอหลังเก่าที่ใช้เป็นสถานที่เก็บวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งอาคารแฟลตการเคหะแห่งชาติที่อยู่ด้านหลังที่ว่าการอำเภอ ได้รับความเสียหายด้วย ทั้งกระจกหน้าต่าง กระจกประตู กระบานเกล็ด หลังคา รถกระบะ 6 ล้อ และรถยนต์หุ้มเกราะได้รับความเสียหายจากสะเก็ดระเบิดทั้งหมด
พล.ท.ไพศาล เปิดเผยภายหลังจากการประชุมว่า เหตุครั้งนี้เจ้าหน้าที่จะต้องมีการทบทวนแผน และดูด้านการข่าวว่ามีจุดช่องโหว่ตรงไหนบ้างเพื่อปรับให้รัดกุมมากที่สุด โดยเฉพาะการมุ่งเป้าก่อเหตุกับฐานปฎิบัติการและเจ้าหน้าที่อส. โดยจากเหตุนั้นมีการวางแผนมาอย่างดี มีการเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่สักระยะน่าจะก่อนรอมฎอน คาดว่ากลุ่มก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี ส่วนการติดตามนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องสืบสวนสอบสวนไปยังเจ้าของรถ ตลอดจนเกาะรอยเส้นทางต่างๆ ส่วนตามแนวชายแดนอาจจะต้องตรวจสอบทั้งบุคคลที่จะเข้าและจะออกให้เข้มงวดขึ้น
แม่ทัพภาค 4 กล่าวด้วยว่า ตนไม่ได้มองการก่อเหตุเกี่ยวโยงกับการพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุข หรือช่วงสูญญากาศแต่อย่างใด มองถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ต้องอุดช่องโหว่และทำการข่าวให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงรอมฎอน ซึ่งที่ผ่านมามักมีเหตุรุนแรงช่วง 10 วันสุดท้ายที่มาจากความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าได้บุญ
” แต่ครั้งนี้เกิดตั้งแต่ข่วงต้นรอมฎอน เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักขึ้นและขอให้ประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตาด้วย สามารถแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ได้ทุกเมื่อ ส่วนกลุ่มที่ก่อเหตุครั้งนี้ก็ต้องมาดูว่าที่ก่อเหตุต้องการอะไร ปัญหาในอดีตผ่านมาแล้ว ยังมีอะไรที่ยังไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐ เพื่อที่จะร่วมพัฒนาพื้นที่และสร้างความสันติสุขให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไป ”
จากนั้นพล.ท.ไพศาล เดินทางไปยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อเยี่ยมเจ้าหน้าที่อส.อำเภอสุไหงโก-ลก ที่ได้รับบาดเจ็บ โดยยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู 2 นายคือ อส. ธวัชชัย ไชยศรี และอส.อภิชัย บูตจีน อีก 4 นายคือ อส.มัสลัน อารง อส มะตารี ตาเยะ อส.ณรงค์ชัย รัดตรึงสุนทรี อส.แวซุลกิฟฟิ วาจิ รักษาตัวอยู่แผนกศัลยกรรมชาย ขณะที่ประชาชนได้รับบาดเจ็บ 3 ราย มีนายจิรภัทร อาแวสือแม นางรัชนีวรรณ จุ้ยทอง และ นายสงกรานต์ ยูโซะ อยู่ระหว่างการผ่าตัด
นอกจากนั้น ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่รับการรักษาตัว รพ.สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 1 ราย คือ อส.อีซูวัน บินมะมิง แลรพ.ยะลา จ.ยะลา 1 ราย คือ อส. กำธร วงศ์นคร
อ่านข่าว ด่วน! คนร้ายก่อเหตุบึ้มนราธิวาสหลายจุด ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลกพังยับ ปชช.เจ็บ 2
อ่านข่าว เผยรายชื่อ 2 อส.เสียชีวิต-เจ็บ 10 เหยื่อบึ้มนราธิวาส เปิดภาพที่ว่าการอำเภอพังยับ


