เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี ซอยสีคาม ศาลอ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ในคดี อท.226/2560 ที่ นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน อดีต ผอ.สำนักวิชาการป่าไม้ 9 อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายปลอดประสพ สุรัสวดี อายุ 72 ปี อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม2546 -12 พฤศจิกายน2554 จำเลย ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งโจทก์ขึ้นดำรงตำแหน่งผอ.สำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) ของนายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรฯซึ่งเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบ เเละให้นายดำรงค์พิเดช อดีตอธิบดี รักษาการณ์อธิบดีกรมป่าไม้ขณะนั้นย้ายโจทก์ไปดำรงตำเเหน่งป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญซึ่งเป็นตำเเหน่งที่ต่ำกว่าเดิม

เนื่องจากจำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองกับโจทก์เป็นการส่วนตัว ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงขอให้ลงโทษจำเลยเเละให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2ล้านบาท??ศาลอาญาเเผนกคดีทุจริตฯในขณะนั้นพิจารณาคำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้วเห็นว่า โจทก์มีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหาร การกระทำของจำเลยได้ การที่จำเลยมีคำสั่งไม่แต่งตั้งโจทก์ให้เลื่อนขั้นเป็นข้าราชการระดับ 9 นั้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้องจริง พิพากษาจำคุก นายปลอดประสพ จำเลย ไว้ 1 ปี ปรับ 20,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา ไว้ 2 ปี และให้

จำเลยชดใช้เงินค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 1.4 ล้านบาท โดยในวันนี้นายปลอดประสพเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ ส่วนโจทก์ทราบนัดเเล้วเเต่ไม่ได้เดินทางมาศาล

ศาลอุทธรณ์เเผนกคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันเเล้วปรากฎข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นผู้ใช้ให้นายดำรงค์ พิเดช กระทำความผิด โดยจำเลย เป็นผู้มีคำสั่งเเต่งตั้งนายดำรงค์ รักษาการอธิบดีกรมป่าไม้ วันที่ 29 ตุลาคม 2546 เเละสั่งให้นายดำรงค์ได้ย้ายโจทก์ไปเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน2546

โดยนายดำรงค์ได้สั่งย้ายโจทก์ไปดำรงตำเเหน่งป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีจำเลยเป็นปลัดกระทรวงได้ให้ความเห็นชอบในการออกคำสั่งนายดำรงค์ ขณะที่นายดำรงค์รักษาการอธิบดีกรมป่า

ซึ่งการที่นายดำรงค์ขอความเห็นชอบย้ายโจทก์จากจำเลยย่อมทราบดีอยู่เเล้ว สำนักงาน ก.พ.มีมติให้กระทรวงเกษตรฯทำการยกเลิกคำสั่งย้ายโจทก์ผอ.ส่งเสริมการปลูกป่าเศษฐกิจ (นักวิชาการป่าไม้ 9) ที่ออกคำสั่งโดยจำเลยโดยที่ยังไม่ได้ยกเลิกคำสั่งเดิม

จำเลยย่อมทราบดีว่าการย้ายโจทก์ซึ่งเป็นผู้อำนวยการระดับ9ไปเป็นระดับ8เป็นการลดตำเเหน่งโจทก์ โดยให้เหตุผลว่าโจทก์มีพฤติการก่อกวนการทำงาน ไม่ปฎิบัติหน้าที่ซึ่งข้ออ้างดังกล่าวยังไม่มีการสอบวินัยการกระทำของนายดำรงค์จึงเป็นการปฎิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเกิดความเสียหายเเก่โจทก์

อีกทั้งเมื่อย้ายโจทก์จำเลยได้มีการเเต่งตั้งนายดำรงค์อย่างรวดเร็วมาดำรงตำเเหน่งผอ.ส่งเสริมการปลูกป่าเศษฐกิจ โดยไม่ได้มีการสรรหาใหม่

เมื่อพิจารณาถึงการโอนย้ายโจทก์ทั้งที่นายดำรงค์มีคำสั่งขณะที่รักษาการณ์เเทน เเต่กลับออกคำสั่งที่มีความสำคัญโยกย้ายข้าราชการการระดับสูงน่าเชื่อว่าจำเลยที่เป็นปลัดกระทรวงขณะนั้นเป็นผู้สั่งการ โดยเห็นได้จากก่อนที่จะมีคำสั่งย้ายโจทก์ นายดำรงค์ได้ขอความเห็นจำเลยก่อน เเละจำเลยได้ให้ความเห็นชอบโดยไม่ได้ทักท้วงการใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ในระหว่างที่นายดำรงค์ปฎิบัติหน้าที่เเทนอธิบดีกรมป่าไม้ นับเป็นเรื่องผิดปรกติมาก การกระทำเชื่อว่ามีการวางเเผนมาก่อนเเล้ว

ประกอบกับข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์จำเลยต่างกล่าวหาฟ้องคดีกันในศาลยุติธรรมหลายคดีจึงน่าเชื่อว่าจำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองโจทก์มาก่อน จึงรับฟังได้ว่าการที่จำเลยมีคำสั่งโยกเลิกคำสั่งเเต่งตั้งโจทก์เป็น ผอ.ส่งเสริมการปลูกป่าเศษฐกิจ เป็นการปฎิบัติหน้าที่มิชอบ ศาลอุทธรณ์เเผนกคดีทุจริตฯเห็นพ้องด้วยกับศาลชั้นต้น

เเละตามพฤติการณ์จึงรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นผู้ใช้สั่งการให้นายดำรงค์โอนย้ายโจทก์ไปเป็นป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญ การกระทำจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง เเม้โจทก์ไม่ได้อ้างประมวลกฎหมายอาญามาตรา 84 ศาลอุทธรณ์เเผนกคดีทุจริตมีอำนาจพิพากษาปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องในความผิดนี้มานั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาเเก้ว่า จำเลยมีการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 84 อีกกรรมหนึ่งการกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี ไม่ปรับเเละไม่รอการลงโทษนอกจากที่เเก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ส่วนที่ศาลไม่รอการลงโทษศาลเห็นว่าการที่จำเลยออกคำสั่งเเต่งตั้งโจทก์ย้ายจากข้าราชการระดับ 9 ไปเป็นข้าราชการระดับ 8 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการทำให้โจทก์เสียหายขาดโอกาสในการรับเเต่งตั้งให้ดำรงตำเเหน่งสูงขึ้นอีกเป็นกรณีไม่สามารถชดเชยแก่โจทก์ได้ เเละการที่จำเลยเเต่งตั้งนายดำรงค์ มาดำรงตำเเหน่งซ้อนกับตำเเหน่งที่โจทก์ได้นับการเเต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจเกิดปัญหาว่าการปฏิบัติราชการของนายดำรงค์ใรการออกคำสั่ง ของกรมป่าไม้มีความถูกต้องด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงอาจก้อความเสียหายต่อราชการนับว่าเป็นความผิดร้ายเเรง จึงเห็นไม่สมควรรอการลงโทษให้เเก่จำเลยที่ศาลชั้นต้นรอการลงโทษมานั้นศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีคำพิพากษาจำคุก นายปลอดประสพ จำเลย อยู่ระหว่างรอยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวสู้คดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน