ป้าข้างบ้านเล่านาทีหลัง เซลส์ขายรถ ฆ่าเมียยัดเก๋ง เห็นลุกลี้ลกุลน เดินวนรอบรถ เปิดกระจกถาม “มีอะไรหรือเปล่า” แต่กลับหัวเราะใส่หน้า กลบเกลื่อน
กรณี นายพัฒน์ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เซลส์ขายรถ ก่อเหตุยิง น.ส.ชา (นามสมมติ) อายุ 36 ปี เสียชีวิต แล้วนำศพมาใส่ไว้ภายในรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า เอชอาร์วี ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะหลบอยู่ภายในบ้านพัก ก่อนที่ตร.จะบุกจับนายพัฒน์ที่นอนคลุมโปงซ่อนตำรวจอยู่บนที่นอน พร้อมยึดปืนอีก 3 กระบอก ก่อนคุมตัวดำเนินคดี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 มิ.ย.68 ที่ซอยเพชรเกษม 67 แยก 8 นางไก่ (นามสมมุติ) อายุ 63 ปี เพื่อนบ้าน เล่านาทีมีพิรุธของ นายพัฒน์ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เซลส์ขายรถ หลังจากที่ก่อเหตุยิงภรรยาสาวเสียชีวิตภายในรถ
นางไก่ กล่าวว่า เมื่อช่วง 08.00 น. ตนเห็นรถคันดังกล่าวจอดไว้หน้าบ้านของตน แต่ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะรู้ว่ารถคนนี้เป็นรถของผู้ก่อเหตุ ที่มาจอดทุกครั้งเวลามาดูบ้านที่แบ่งให้เช่า
จนกระทั่ง 10.00 น. ตนจะออกไปจากบ้านเพื่อไปซื้อของ ไม่ถึง 30 นาที ตนก็กลับมาบ้าน เห็นผู้ก่อเหตุยืนอยู่บริเวณท้ายรถ พร้อมกับมีท่าทีประหลาด เดินวนไปวนมาอยู่รอบๆ รถ พร้อมกับมีท่าทีลุกลี้ลุกลน ตนจึงเปิดกระจกถามว่า “มีอะไรหรือเปล่า” แต่ผู้ก่อเหตุหันกลับมาหัวเราะ เหมือนกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง แต่ไม่ตอบคำถามใดๆ ตนจึงขับรถเข้าบ้าน
ต่อมา 16.00 น. ตนออกมาให้อาหารแมวที่หน้าบ้าน โดยปกติแล้วจะต้องให้อาหารแมวบริเวณที่รถจอด แต่ครั้งนี้รถคันดังกล่าวติดเครื่องเอาไว้ตลอดเวลา และสังเกตเห็นผู้ก่อเหตุเดินไปมาใกล้ๆ กับรถ แต่ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะซ่อมรถอยู่ จากนั้นตนกลับเข้าบ้านไป
นางไก่ กล่าวต่อว่า จากนั้นเวลา 22.00 น. สามีตนกลับมาบอกว่าเกิดอะไรขึ้น หน้าบ้านมีตำรวจมาเป็นจำนวนมาก จนตนทราบว่ามีคนถูกยิงเสียชีวิตในรถหน้าบ้าน ซึ่งเป็นคันที่ตนเห็นแต่เช้า จนกระทั่งตำรวจไปเกลี้ยกล่อมนำตัวสามีผู้เสียชีวิตมาได้ โดยก่อนหน้านี้ตนทราบว่าผู้ก่อเหตุโทรบอกคนเช่าบ้านว่า ให้มาเอากุญแจรถไปขยับรถให้ และเมื่อผู้เช่ามาขยับรถให้เปิดประตูเข้าไปจนเจอศพ จึงแจ้งตำรวจมาให้ตรวจสอบ
“เมื่อเช้าก่อนเกิดเหตุคนงานที่มาทำงานในบ้านได้ยินเสียง 2 สามีภรรยา มีปากเสียงกัน แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้ยินเสียงปืนเลย โดยปกติแล้ว ดิฉันจะเป็นคนทักทายฝ่ายชายตลอด เพราะว่าเป็นเพื่อนบ้านกันมานาน ซึ่งเขามีลักษณะนิสัย เป็นคนนิ่งๆ ส่วนฝ่ายหญิง ไม่เคยคุยด้วย” นางไก่ กล่าว
ซึ่งบ้านเกิดเหตุเป็นบ้านของผู้ก่อเหตุมี 2 คูหา โดยแบ่งเช่าและอาศัยอยู่ ส่วนบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านที่ให้เช่า ผู้ก่อเหตุนานๆครั้ง จะกลับมาดูบ้านหลังนี้ เพราะที่นี่ผู้ก่อเหตุจะใช้เป็นที่ตรวจสอบรถยนต์ก่อนจะนำไปขาย เนื่องผู้ก่อเหตุมีอาชีพขายรถมือ 2




