สพฐ.แจงปมครู ถูกไล่ออก หลังป.ป.ช.ชี้มูล โกงค่าอาหารกลางวัน ให้หาหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์มายืนยัน ยื่นอุทธรณ์ได้ เชื่อโลกนี้ ใครไม่ได้ทำผิด ก็จะไม่มีความผิด
กรณีครูสาวโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี มีความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษปลดออกกับไล่ออก ภายใน 30 วัน ก่อนสิ้นเดือนนี้ เนื่องจากถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลว่ามีส่วนร่วมทุจริตเงินอาหารกลางวันเมื่อ 13 ปีก่อน แม้จะระบุว่า เพียงเซ็นเอกสารตามคำสั่งของผู้อำนวยการโรงเรียนเท่านั้น ไม่เคยถือเงินหรือใช้จ่ายเงินโรงเรียนแม้เพียงนิดเดียว อยากทวงคืนความยุติธรรม ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ความคืยบหน้า เมื่อวันที่ 4 ก.ค.68 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงศ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รับทราบกรณีดังกล่าวแล้ว ในเบื้องต้นทางสพฐ.ต้องดำเนินการตามมติของป.ป.ช.ที่ชี้มูลว่า ครูคนดังกล่าวมีความผิดตามกระบวนการกฎหมาย
ขณะเดียวกันก็จะมีกระบวนการที่ให้ครูยื่นอุทธรณ์ โดยการส่งมอบหลักฐานที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือใช้เงินดังกล่าว โดยหากนำหลักฐานมา ทางสพฐ.ที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัด และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่เป็นหน่วยงานพิจารณาวินัย ก็จะสามารถอุทรณ์ตามกระบวนการได้
และหากพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริง ก็สามารถกลับคำตัดสิน และเปลี่ยนจากการให้ออกจากราชการเป็นการลงโทษอื่นๆ ที่เหมาะสมได้ ทั้งนี้หากก.ค.ศ.เห็นชอบตามมติของป.ป.ช.ในเรื่องดังกล่าว ก็ยังสามารถไปยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้เช่นกัน
“เบื้องต้นครูรายดังกล่าวจะต้องหาหลักฐานที่ชี้ว่า ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริต หรือเป็นการถูกบังคับให้เซ็นชื่อร่วมกัน โดยป.ป.ช.ก็จะต้องสอบสวนตามหลักฐานที่มี ซึ่งเป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผมขอเป็นกำลังใจให้คุณครู
และผมเชื่อว่าในโลกนี้ หากใครไม่ได้ทำผิด ก็จะไม่มีความผิด ทั้งนี้สพฐ.กำลังออกแบบแนวทาง ที่จะให้ครูไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเงินเหล่านี้ ซึ่งคิดไว้หลายแนวทาง ทั้งการใช้พนักงานธุรการที่สพฐ.กำกับดูแลอยู่ เข้ามาทำแทน โดยอบรมมอบความรู้ด้านการเงินเพิ่มเติม และเพิ่มค่าตอบแทนให้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่สพฐ.กำลังพิจารณา” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว
