ทนายอั๋น ให้ข้อมูลดีเอสไอ มอบหลักฐานภาพถ่าย ปมรันเวย์ VIP ปากช่อง ใช้ถนนสาธารณะพื้นที่สนามบินขนงพระ จนท.เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 ก.ค.68 ที่กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นเอกสารเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (คำร้องที่ 2824/2568)

กรณีส่งเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมาย เกี่ยวกับการยื่นขอใช้ถนนสาธารณะเป็นรันเวย์ต่อองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขนงพระ โดยขอใช้ถนนสาธารณะเป็นทางปิดชั่วคราวเมื่อเครื่องบินขึ้น-ลง อันอาจเข้าข่ายกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ ให้มีการสร้างสนามบินส่วนบุคคลและใช้ถนนสาธารณะโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายภัทรพงศ์ เปิดเผยว่า การเดินทางมาวันนี้ เนื่องจากพนักงานสอบสวนกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นัดหมายด้วยหนังสือเชิญให้ตนมาให้ถ้อยคำ ซึ่งเคยยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบว่ามีกลุ่มบุคคลใช้รันเวย์เป็นสนามบินส่วนตัว เหตุเกิดที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยวันนี้นำภาพถ่ายและคลิปวิดีโอมามอบให้ดีเอสไอ

ส่วนการตั้งประเด็นคำถามของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ มีอยู่ประมาณ 2 ประเด็น อาทิ ดีเอสไอดูแล้วเข้าข่ายมีความผิดในส่วนของการบุกรุกที่ดินสาธารณะหรือไม่ และมีเจ้าหน้าที่มาเกี่ยวข้องใช้อำนาจหน้าที่เอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองหรือไม่ ถ้าสอบสวนแล้วพบว่าเกี่ยวกับเจ้าพนักงาน/เจ้าหน้าที่ที่ประพฤติผิดหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็อาจจะต้องส่ง ป.ป.ช. ส่วนกรณีวันที่ 17 ก.ค.นี้ ดีเอสไอจะลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบร่วมกับ อบต.ขนงพระ นั้น ตนตั้งใจจะไปร่วมด้วย หากไม่ติดว่าความในชั้นศาล

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า หลังจากมาร้องให้ดีเอสไอตรวจสอบ ก็ไม่พบว่ามีกลุ่มบุคคลใช้ถนนสาธารณะตรงนั้นไปให้เครื่องบินขึ้น-ลง แต่อย่างไรความผิดสำเร็จแล้ว สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนไปแล้ว อย่างไรก็ดีนับตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย. ที่ตนมาร้องดีเอสไอให้ตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ยังไม่มีบุคคลใดจากฝั่งผู้ถูกร้องมาติดต่อสอบถาม เพราะตนไม่ได้ร้องให้ดีเอสไอตรวจสอบเพียงเรื่องเดียว ต้องยอมรับว่าพัวพันตั้งแต่เรื่องฮั้ว สว. เรื่องที่ดินเขากระโดง ฯลฯ ฉะนั้น ฝ่ายที่ถูกร้องก็ไม่ได้ติดต่ออะไรมา เพราะเขาพัวพันในหลายเรื่อง

นายภัทรพงศ์ เปิดเผยอีกว่า กรณีดีเอสไอจะลงพื้นที่กับ อบต.ขนงพระ ไปดูถนนสาธารณะที่ถูกใช้เป็นรันเวย์ในวันที่ 17 ก.ค.นั้น ทราบว่าดีเอสไอได้ดึงภาพถ่ายผ่านดาวเทียมมาดู ว่าพื้นที่เกิดเหตุดังกล่าวรุกล้ำที่สาธารณะแค่ไหน อย่างไร และในส่วนที่สร้างเพิ่มเติมจากที่ใช้ถนนเป็นรันเวย์ รุกที่ป่าหรือไม่ ดังนั้น ตนไม่กังวลหรือต้องฝากอะไรกับดีเอสไอ เพราะเขาฝ่าอุปสรรคมาหมดแล้ว คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร คิดว่าเขาคงทำให้สุด เพราะตนร้องตรวจสอบเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่วันที่ 17 ก.ค.ก็จะลงพื้นที่จริงแล้ว ยอมรับว่าทำงานเร็วมาก

นายภัทรพงศ์ กล่าวถึงกรณีปัญหาข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินต้องชี้แจงต่อ รมว.มหาดไทย ภายใน 7 วันกรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล ว่า ตนไม่ได้จะปรามาส เพราะตนมีภูมิลำเนาที่เขากระโดง เกิดและเติบโตที่บุรีรัมย์ ย่อมหวงแหนและเรียกคืนที่ดินเขากระโดงกลับมาเป็นทรัพย์สมบัติของชาติ แต่กรณีที่ รมว.มหาดไทยทำอยู่นั้น ผลที่ได้คืออะไร เพราะอธิบดีก็คงจะยืนยันว่าตัวเองทำถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

ขนาดคดีที่ศาลปกครองก็ยังอยู่ที่ศาลปกครอง หรือถึงแม้ท้ายสุดอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ มีความกล้าหาญมากที่จะเพิกถอนเขากระโดง แต่สุดท้ายจะจบด้วยการที่ฝ่ายสีน้ำเงินย่อมไปใช้สิทธิ์ทางศาลปกครอง มันก็จะวนลูปไม่รู้จบ ไม่ใช่ทางออกทวงคืนอย่างจริงใจ ขอแนะนำให้พรรคเพื่อไทย และ รมว.มหาดไทย ดำเนินการฟ้องเองต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ อย่าเพียงใช้เขากระโดงมาเป็นเกมต่อรองทางการเมืองอีกเลย

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า เนื่องด้วยนายภัทรพงศ์ หรือทนายอั๋น ยื่นเรื่องให้ดีเอสไอตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีสนามบินขนงพระ โดยอบหมายให้บุคคลอื่นยื่นขอใช้ถนนสาธารณะเป็นรันเวย์ โดยการปิดถนนชั่วคราวเมื่อเครื่องบินขึ้น-ลง ถนนยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริงเพียงพอและพิสูจน์ข้อมูลเบื้องต้น

โดยดีเอสไอจะร่วมกับ อบต.ขนงพระ ลงตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวว่าเป็นถนนสาธารณะหรือไม่ มีขนาดเท่าใด ได้รับอนุญาตให้ใช้หรือไม่อย่างไร เพื่อที่จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ตามกำหนดนัดหมายวันที่ 17 ก.ค. เวลา 10.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นำโดย พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน