เผยคำพูด อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ ก่อนลาสิกขา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ ถึงกับเสียน้ำตา ผูกพันธ์เป็นลูกศิษย์มานาน เตรียมเอกสาร-สมุบัญชีให้ตรวจสอบแล้ว

วันที่ 21 ก.ค.2568 ที่วัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง พระครูสุธีธรรมบัณฑิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าตรวจสอบบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด และสมุดบัญชีธนาคารเกือบ 20 บัญชี ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน

เพื่อให้คณะกรรมการจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และเจ้าคณะอำเภอเข้าตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงินของอดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ อดีตเจ้าอาวาส และอดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ในวันนี้

เผยคำพูด อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ ก่อนลาสิกขา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ ถึงกับเสียน้ำตา ผูกพันธ์เป็นลูกศิษย์มานาน เตรียมเอกสาร-สมุบัญชีให้ตรวจสอบแล้ว

เผยคำพูด อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ ก่อนลาสิกขา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ ถึงกับเสียน้ำตา ผูกพันธ์เป็นลูกศิษย์มานาน เตรียมเอกสาร-สมุบัญชีให้ตรวจสอบแล้ว

พระครูสุธีธรรมบัณฑิต เปิดเผยว่า การเตรียมเอกสารครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของวัดที่เน้นความโปร่งใสสูงสุด โดยเอกสารการเงินที่นำมาตรวจสอบเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เนื่องจากเอกสารอีกส่วนหนึ่งอดีตเจ้าอาวาสได้ว่าจ้างสำนักงานตรวจสอบบัญชีภายนอกให้ดำเนินการ

ซึ่งทางวัดมีการส่งบัญชีเข้าสำนักตรวจสอบบัญชีมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ วัดยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบบริหารจัดการแบบดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบรายรับ-รายจ่ายของวัดได้ทุกที่ทุกเวลา

เพื่อเพิ่มความโปร่งใสยิ่งขึ้น อดีตเจ้าอาวาสได้เน้นย้ำให้เงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์ต้องผ่านระบบบัญชีธนาคาร โดยตู้บริจาคในพระอุโบสถจะมี QR Code สำหรับการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง ผู้บริจาคที่ต้องการใบอนุโมทนาบัตรเพื่อลดหย่อนภาษี สามารถติดต่อรับได้ที่สำนักงานวัด ซึ่งข้อมูลจะเชื่อมโยงกับกรมสรรพากรโดยตรง

พระครูสุธีธรรมบัณฑิต กล่าวว่า ตนเองเข้ามารับผิดชอบดูแลบัญชีของวัดได้ประมาณ 6-7 เดือนแล้ว จึงสามารถชี้แจงในส่วนนี้ได้ แต่หากเป็นช่วงเวลาก่อนหน้านั้นจะต้องรอข้อมูลจากสำนักตรวจสอบบัญชี

สำหรับกุฏิของอดีตเจ้าอาวาสในขณะนี้ถูกปิดไว้ โดยข้าวของส่วนตัวบางส่วนได้ถูกนำออกไปแล้ว พระครูสุธีธรรมบัณฑิต เน้นย้ำว่า ต้องให้ความเป็นธรรมแก่อดีตเจ้าอาวาสในเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวัด เนื่องจากท่านยังไม่มรณภาพ และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ

พระครูสุธีธรรมบัณฑิต ยังได้เล่าถึงคำสั่งเสียของอดีตเจ้าอาวาส ก่อนลาสิกขาที่กล่าวกับรองเจ้าอาวาสว่า “หลวงพ่อครับผมได้พลาดไปแล้ว ขอไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาและธรรมวินัย ขอนิมนต์หลวงพ่อดูแลวัดต่อด้วยนะครับ” และกล่าวกับตนเองให้ช่วยดูแลวัดต่อไป

พระครูสุธีธรรมบัณฑิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส

พระครูสุธีธรรมบัณฑิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส

ซึ่งทำให้ตนร้องไห้ด้วยความผูกพันที่ได้เป็นลูกศิษย์ของท่านมานานหลายสิบปี และท่านเป็นผู้ส่งเสียให้ได้รับการศึกษา พระครูสุธีธรรมบัณฑิต เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาส แต่คุณงามความดีที่ท่านได้สร้างไว้ให้แก่พระพุทธศาสนามีอีกมาก และท่านก็ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาสิกขาไปแล้ว ส่วนกระบวนการตรวจสอบ ท่านมั่นใจในระบบที่ได้วางไว้ก่อนหน้านี้

ในประเด็นการก่อสร้างพุทธะอุทยานที่ใช้เวลากว่า 15 ปียังไม่แล้วเสร็จ พระครูสุธีธรรมบัณฑิตชี้แจงว่า อดีตเจ้าอาวาสในฐานะเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ได้ดำเนินการก่อสร้างโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นสถานศึกษาสำหรับพระภิกษุและสามเณรในระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยมีผู้ใจบุญบริจาคที่ดินกว่า 300 ไร่ และมีการตั้งคณะกรรมการก่อสร้างทั้งฝ่ายคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมือง

ปัญหาที่ทำให้การก่อสร้างล่าช้ามาจากองค์พระประธาน ซึ่งเป็นพระปูนองค์ใหญ่ เมื่อสร้างเสร็จและมีการโป๊สีทองปรากฏว่าสีร่วงออก จึงได้ลอกออกและทำการปิดทองคำแทน แต่ทองคำที่ปิดไปนั้นไม่สม่ำเสมอ จึงมีการลงมติแก้ไขใหม่เป็นครั้งที่สาม ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการในปัจจุบัน แต่ละขั้นตอนมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ต้องใช้เวลาในการระดมทุน

ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างมณฑปเพื่อครอบองค์พระ เพื่อป้องกันแดดและฝน หลังจากมณฑปเสร็จสมบูรณ์ก็จะดำเนินการปิดทองพระให้เรียบร้อย พระครูสุธีธรรมบัณฑิตทิ้งท้ายว่า อยากให้สังคมมองเห็นคุณงามความดีที่อดีตเจ้าอาวาสได้สร้างไว้หลายอย่าง และอยากให้มีการนำเสนอในมุมที่ดีบ้าง นอกเหนือจากประเด็นเรื่องทุจริตเพียงอย่างเดียว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน