กองทัพภาค 2 เผยมีกระสุนปืนทหารกัมพูชาตกใส่ไฟไหม้ป่า ไทยตอบโต้ใช้โดรนทิ้งระเบิด เสียงปืนใหญ่ ดังอีกเป็นระยะ กระสุนปืนใหญ่ตก กลางเมืองกันทรลักษ์
เมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 24 ก.ค. 2568 เพจกองทัพภาคที่ 2 ได้เผยแพร่ข้อความว่า จากเหตุการณ์ที่กัมพูชากระทำการโจมตีด้วยอาวุธใส่พื้นที่พลเรือนของไทยในเขต อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์
ประเทศไทยมีสิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ มาตรา 51 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “…รัฐสมาชิกมีสิทธิในการใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเอง หากถูกโจมตีก่อนพร้อมทั้งต้องรายงานต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทันที…”
หากจำเป็นต้องใช้กำลังเพื่อป้องกันตนเอง กองทัพบกไทยจะดำเนินการ ตามหลักสากลของกฎหมายมนุษยธรรม โดยจะโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหาร (Military Objective)
หลีกเลี่ยงการกระทบต่อ ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม เช่น ปราสาทโบราณ,ไม่ใช้ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือทางทหาร เพราะจะทำให้ หมดสิทธิได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ประเทศไทยยึดมั่นในหลักนิติธรรมและคุณค่าสากลของมนุษยธรรม แต่จะไม่ยอมให้การโจมตีใด ๆ ละเมิดอธิปไตยและบ่อนทำลายศักดิ์ศรีของชาติได้โดยไม่มีการตอบโต้
โดยก่อนหน้านั้น ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า กัมพูชาโจมตีแหล่งชุมชนโบราณสถาณ ปราสาท ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล ศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน
ล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 โพสต์ข้อความว่า “เวลา 14.41 น. ฝ่ายเรายิงตอบโต้ต่อต้านรถถังกัมพูชา ฝั่งสัตตะโสม เก็บรถถังได้ 2 คัน #กองทัพภาคที่ 2”
นอกจากนี้รายงานด้วยว่า เวลา 14.32 น. มีกระสุนปืนคอทหารกัมพูชาตกใส่ไฟไหม้ป่า ฝ่ายเราตอบโต้ด้วยการใช้โดรนทิ้งระเบิด #กองทัพภาคที่2
กองทัพภาคที่ 2 รายงานอีกว่า เวลา 14.55 น. เสียงปืนใหญ่ ดังอีกเป็นระยะ กระสุนปืนใหญ่ตก กลางเมืองกันทรลักษ์ ท่านใดยังไม่อพยพออกมา โปรดรีบอพยพออกนอกพื้นที่ก่อนเพื่อความปลอดภัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
