เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รองผบช.น. พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รรท.รอง ผบช.น. พ.ต.อ.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์ ผกก.สส.บก.น.3 และชุดสืบสวนบก.น.3 แถลงจับ นายนราวุฒ หรือกบ ทองเกษม อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี สน.มีนบุรี 2 หมาย หมายจับศาลจังหวัดสน.คันนายาว และหมายจับศาลอาญาสน.ลาดพร้าว ข้อหาร่วมลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะหรือรับของโจร
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อมีมิจฉาชีพมาก่อเหตุทุบกระจกรถบริเวณพื้นที่สน.บางเขน และรอยต่อระหว่างชานเมือง เพื่อโจรกรรมทรัพย์สิน กระทั่งชุดสืบสวนบก.น.3 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลจากภาพกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานต่างๆ สามารถทราบชื่อคือนายนราวุฒ หรือกบ ทองเกษม อายุ 23 ปี โดยจับกุมได้ที่บริเวณโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านพญาไท เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบประวัติก่อเหตุย้อนหลังพบว่าเคยก่อเหตุที่เกี่ยวข้องทั้งหมดประมาณ 8 คดี เป็นคดีทุบกระจกรถทั้งหมด 7 คดี อาทิ ในพื้นที่สน.มีนบุรี 3 ราย จับสน.คันนายาว 2 ราย สน.สายไหม 2 ราย และหมายจับสน.ลาดพร้าว 1 หมายจับ และหมายจับข้อหาข่มขืนพื้นที่สน.วังทองหลาง 1 คดี ลักษณะวิธีก่อเหตุใช้รถจยย.เป็นยานพาหนะ หากภายในมีทรัพย์สินทิ้งไว้คนที่ชี้เป้าจะให้นายวราวุฒลงมือก่อเหตุทุบกระจก กรณีดังกล่าวนำมาแถลงข่าวเพื่อให้ดูไว้เป็นอุทาหรณ์เพื่อประโยชน์สาธารณะ และไม่มีการสาธิตวิธีการก่อเหตุแต่อย่างใด
จากการสอบสวน นายนราวุฒ ทราบว่าก่อเหตุเพื่อต้องการนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว ก่อเหตุมาแล้วเมื่อต้นปีประมาณ 2-3 ครั้ง ทำกับเพื่อน 2ก่อเหตุมากที่สุดได้เงินสดทั้งหมดจำนวน 300,000 บาท โดยวิธีการก่อเหตุศึกษาจากเว็บไซต์ยูทูปเวลามีการทำแผนผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ ส่วนคดีรถหรู 4 คัน เลือกก่อเหตุช่วงเวลาประมาณ 20.00-21.00 น. ถูกทุบบริเวณร้านอาหารข้าวเหนียวเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่ได้ก่อเหตุแต่อย่างใด
ส่วนที่ไปหลบอยู่ที่โรงเรียนย่านพญาไท เนื่องจากเป็นที่ทำงานภรรยา ซึ่งเป็นภารโรงอยู่ จึงไปขออาศัยหลบหนีคดี แนะนำว่าให้นำทรัพย์สินไว้ให้มิดชิดหรือเอาไว้ที่ด้านกระโปงหลังรถ เพื่อป้องกันการถูกก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม ทางชุดสืบสวนบก.น.3 ติดตามขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ภายหลังจากตรวจสอบข้อมูลพบว่านายวราวุฒอยู่ในแก๊งชื่อ “JAKHOO” ออกตระเวนทุบรถเหยื่อเพื่อลักทรัพย์ที่ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ต่อไป

