พ่อแม่สุดเศร้า เผย วินาทีรู้ข่าว พลทหารสิรวิชญ์ เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เปิดคลิปสุดท้ายเพิ่งส่งให้เมื่อวานนี้ หลังติดต่อไม่ได้ 3 วัน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 ก.ค. 2568 นายไพศาล วงษ์ชีวะสกุล นายอำเภอสีชมพู จ.ขอนแก่น พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปที่บ้านพักในพื้นที่ บ้านซ่งหนองขาม ม. 4 ต.หนองแดง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เพื่อพบกับครอบครัวของ พลทหารสิรวิชญ์ ภิญโญสุข หรือ พลทหารเต๊ะ พลกระสุนหมู่ปืนกล ร้อย ร.8022 พัน ร.802
ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุปะทะระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ เพื่อให้กำลังใจกับครอบครัวและแจ้งการดำเนินการพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติให้กับครอบครัวทราบ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวพลทหารที่เสียชีวิต

พ่อแม่สุดเศร้า เผย วินาทีรู้ข่าว พลทหารสิรวิชญ์ เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เปิดคลิปสุดท้ายเพิ่งส่งให้เมื่อวานนี้ หลังติดต่อไม่ได้ 3 วัน
พบกับ นายดำรงศักดิ์ ภิญโญสุข อายุ 49 ปี และ น.ส.สุพรรณษา กองราชา อายุ 47 ปี พ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย น.ส.วชิรญารี ภิญโญสุข อายุ 18 ปี น้องสาว กำลังช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ภายในบ้านและวัดประจำหมู่บ้าน เพื่อเตรียมการรับศพพลทหารเต๊ะ ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 จะนำศพกลับบ้านในวันที่ 30 ก.ค.นี้
น.ส.สุพรรษา กล่าวว่า ครอบครัวได้ทราบข่าวลูกชายเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าพลทหารสิรวิชญ์ เสียชีวิตจากการยิงปะทะ โดยก่อนหน้านั้นครอบครัวไม่สามารถติดต่อกับลูกชายได้ติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน
โดยการพูดคุยครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.40 น.ของวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่ลูกชายจะส่งคลิปวิดีโอที่เขาถ่ายตัวเองในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศขณะนั่งอยู่ในบังเกอร์ภายในพื้นที่ปฏิบัติการ และกล่าวในคลิปว่า “สู้ตายแม่ สู้ตาย” พร้อมชูสองนิ้ว จากนั้นก็ปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้อีก
เต๊ะเป็นบุตรชายคนโตของครอบครัว มีน้องสาว 1 คน โดยเข้ารับราชการทหารโดยสมัครเป็นทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/2567 ด้วยความตั้งใจจะรับใช้ชาติ โดยก่อนสมัครได้ฝากน้องสาวช่วยดูแลแม่ เพราะเห็นว่าตนเองไม่มีภารกิจใด ๆ ที่บ้าน และอยากทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ แม่จึงพาไปสมัคร
“แม้จะเสียใจอย่างสุดหัวใจ แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ลูกชายได้ทำหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติ และจากไปอย่างสมเกียรติ ลูกชายเคยพูดว่าจะขอเป็นทหารต่อ เพราะคิดว่าหากไปเรียนต่อคงไม่รอด เนื่องจากเรียนไม่เก่ง แต่เขามั่นใจในสภาพร่างกายและหัวใจที่เต็มร้อยพร้อมจะรับใช้ชาติ ซึ่งของแทนใจชิ้นสำคัญที่ลูกชายทิ้งไว้ให้ครอบครัว คือรถจักรยานยนต์แต่งสวยงาม ซึ่งพลทหารสิรวิชญ์ได้นำรถจักรยานยนต์ที่บ้านมาดัดแปลงและตกแต่งด้วยตนเอง โดยบอกกับแม่ว่าทำเอาไว้ขี่เท่ ๆ และเจ้าตัวก็รักรถคันนี้มาก”
น.ส.สุพรรณษา กล่าวว่า ที่ผ่านมาพลทหารสิรวิชญ์มักจะถ่ายคลิปและภาพถ่ายส่งมาให้แม่ดูเป็นระยะ เพื่อเล่าให้ฟังว่าอยู่จุดไหน ทำหน้าที่อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อปฏิบัติหน้าที่ในบังเกอร์ก็จะถ่ายภาพมาส่งเสมอ
ไม่เคยบ่นถึงอันตรายหรือความลำบาก ทำให้ครอบครัวไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น แต่เมื่อมีข่าวการสู้รบและการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ก็เริ่มเกิดความกังวลและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ นายดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ลูกชายได้สร้างความภาคภูมิใจอย่างยิ่งให้กับครอบครัว และการเสียชีวิตในครั้งนี้ถือเป็นการเสียสละอย่างสูงสุดเพื่อประเทศชาติ ก่อนจะทราบข่าวการเสียชีวิต ก็ไม่มีลางบอกเหตุหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ เพียงแต่ช่วงที่ลูกชายขาดการติดต่อในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ก็ได้แต่บ่นถามหากันในบ้าน กระทั่งได้รับคลิปสุดท้ายที่ลูกชายส่งมาให้
ด้าน นายไพศาล กล่าวว่า หลังจากทราบข้อมูลก็ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่และระดับจังหวัด เพื่อนำสิ่งของเข้าไปมอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นเบื้องต้น พร้อมพูดคุยให้กำลังใจ และได้ฝากทางผู้นำชุมชนช่วยดูแลสภาพจิตใจของครอบครัวในระยะยาวอย่างใกล้ชิด
สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศลและพระราชทานเพลิงศพ ได้จัดเตรียมสถานที่ที่วัดสายทอง บ้านโพธิ์ทอง ม.7 ต.หนองแดง อ.สีชมพู โดยมีกำลังพลจากหน่วยต้นสังกัดของพลทหารสิรวิชญ์ นำกำลังเข้าปรับปรุงพื้นที่วัดร่วมกับชาวบ้าน เพื่อจัดสร้างเมรุชั่วคราวบริเวณลานหน้าวัด
โดยมีกำหนดการเคลื่อนศพเข้าสู่ศาลาการเปรียญวัดสายทอง ในวันที่ 30 ก.ค. เวลา 17.00 น. และจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในวันเดียวกัน ขณะที่งานพระราชทานเพลิงศพ กำหนดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 ส.ค. เวลา 16.00 น.

