ดีเอสไอ ประสาน 4 หน่วยงาน รฟท.-กรมที่ดิน-สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์-ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ขอข้อมูลเอกสาร ปมที่ดินเขากระโดง ก่อนสนธิกำลังลงพื้นที่จริง ขีดเส้นทำหนังสือทวงถาม 15 วัน

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. หลังจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบรายงานชี้แจงของ นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กรณีไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ตามที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า ที่ดินเป็นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกรมที่ดินและอธิบดีกรมที่ดิน มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล

อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยแถลงผลตรวจสอบที่ดินเขากระโดง และมีความชัดเจนว่าเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย จึงมีคำสั่งให้กรมที่ดินมีอำนาจเพิกถอนโฉนดที่ดิน 5,000 ไร่ได้ทันที ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.68 เป็นต้นไป เพื่อยึดตามคำสั่งศาลฎีกา และศาลปกครอง

ขณะที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการสืบสวนเรื่องที่ดินเขากระโดง เนื่องจาก นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว. เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้องขอให้ตรวจสอบและร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีต่อบุคคลที่อยู่ในช่วงเวลาเกิดเหตุ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพวก รวมถึงข้าราชการประจำในกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมที่ดิน ตลอดจนคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวน

ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินตามคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินว่า มีการร่วมกันจงใจปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย, ใช้อำนาจโดยทุจริตเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นในการออกโฉนดที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากตามมาตรา 60 ที่ดินของรัฐที่มีกรณีพิพาทกับเอกชน จะไม่สามารถออกโฉนดได้ ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้นว่า คณะพนักงานสืบสวนเรื่องที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ได้ประสานเรื่องเอกสารไปยัง 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 1.การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 2.กรมที่ดิน 3.สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ และ 4.จังหวัดบุรีรัมย์

โดยเฉพาะศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านตั้งแต่ปี 2539 เพราะจะมีข้อเท็จจริงหลายประการที่สามารถใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ อย่างไรก็ตาม กรณีว่าจะมีความผิดทางอาญาหรือไม่นั้น หากเป็นความผิดทางอาญา ก็อาจมีองค์ประกอบเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ด้วย เพราะถือเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีพฤติการณ์ที่ได้ประโยชน์ไปจากการได้เอกสารสิทธิ์ที่ดินไปทำการค้า หรือขาย จนได้เป็นเงินตอบแทนกลับมา

ทั้งนี้ ดีเอสไอสามารถทำหนังสือทวงถามได้อย่างมากไม่เกิน 15 วัน ที่หน่วยงานจะต้องทำเอกสารชี้แจง โดยเมื่อได้รับเอกสารชี้แจงครบถ้วนแล้ว ดีเอสไอจึงจะลงพื้นที่จริงบริเวณที่ดินเขากระโดงร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อไปพบกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการถือครองโฉนดที่ดินทั้งหมด เพราะคำพิพากษาศาลฎีกามีความชัดเจนแล้ว สามารถนำประกอบสำนวนการสืบสวนได้

รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษระบุอีกว่า กลุ่มเป้าหมายที่ดีเอสไอจะตรวจสอบเรื่องการครอบครองโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง อาทิ กลุ่มบุคคลทั่วไป กลุ่มนิติบุคคล/บริษัท มีกี่ราย รายใดบ้าง แต่ปัจจุบันยังพบว่ามี 1 ราย เป็นนิติบุคคล ที่ไม่ใช่เส้นสายตระกูลสกุลดัง มีการครอบครองเป็นพันไร่ ซึ่งดีเอสไออยู่ระหว่างสืบสวนว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของตัวจริง

ส่วนกรณีที่กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้กรมที่ดินเร่งเพิกถอนการถือครองโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.68 ในส่วนของนิติบุคคล หรือบุคคลใดมีการใช้ประโยชน์ที่ดินอยู่นั้น ต้องหยุดการใช้ประโยชน์ หรือห้ามใครเข้าใช้ประโยชน์เลยหรือไม่ ทราบในส่วนของข้อเท็จจริงว่า ตราบใดที่ยังไม่มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ บุคคลก็ยังมีอำนาจในการครอบครองได้ แต่อย่างไรเน้นย้ำว่าดีเอสไอต้องได้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อน จึงจะมีความชัดเจนต่อการลงพื้นที่สืบสวนให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง

รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยอีกว่า ส่วนประเด็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทางสาธารณประโยชน์ในพื้นที่สนามบินส่วนบุคคล ในบริเวณพื้นที่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หรือรันเวย์ ก่อนหน้านี้ดีเอสไอทำหนังสือประสานไปยัง 5 หน่วยงาน คือ 1.อบต.ขนงพระ 2.กรมที่ดิน 3.นิคมสร้างตนเองลำตะคอง 4.สำนักงานการบินพลเรือนฯ 5.ส.ป.ก.โคราช เพื่อขอข้อมูลชี้แจง ปรากฏว่าผ่านมากว่า 1 เดือน ยังไม่มีหน่วยงานใดส่งเอกสารข้อมูลให้กับดีเอสไอ ดังนั้น ในเร็วๆ วันนี้ คณะพนักงานสืบสวนจะมีการลงพื้นที่ติดตามอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน