ตร.ลุยจับพระ 154 รูป ทั้งหนีคดียา-มีหมายจับ พบบางรูปไม่ยอมสึก ต่อไป จว.ไหน มีพระทำผิดเกิน 3 ราย เด้ง ผอ.สำนักพุทธฯจังหวัด ทันที
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 ส.ค.68 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบช.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องผลปฏิบัติการ ‘ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา’ ตรวจค้น 181 เป้าหมายทั่วประเทศ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
พล.ต.อ.ไกรบุญ เปิดเผยว่า สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวมี 181 เป้าหมาย โดยมีเป้าหมายเป็น พระสงฆ์ 154 รูป พระที่ลาสิกขาไปแล้ว 27 คน จับได้แล้วตอนนี้รวม 154 คน จาก 73 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งผู้ต้องหาส่วนมากรับสารภาพ เนื่องจากเราดำเนินการโดยมีหมายจับ แต่ยังมีบางรายที่ไม่ยอมลาสิกขา ยังอาศัยผ้าเหลืองเป็นที่ค้ำจุนให้ตัวเอง แต่เรื่องนี้มหาเถรสมาคมออกระเบียบและแก้ไขขั้นตอนระยะเวลาในการลาสิกขาแล้ว จาก 3 ปี ลดเหลือ 10 วัน ฉะนั้นในวันนี้เราจะดำเนินการลาสิกขาให้พระที่ทำผิดกฎหมายลาสิกขาทั้งหมด เพื่อจะเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภารกิจหลังจากวันนี้ยังมีอย่างต่อเนื่อง และจะประชุมหารือในระดับนโยบาย โดยวันนี้เราจะจัดทำข้อมูลวัดและพระภิกษุสงฆ์ รวมทั้งสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในวัด ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิต่างๆ ที่แอบแฝงแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยเช่นกัน และจะเห็นได้ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็มีวัดใหญ่จังหวัดพิจิตรที่มีปัญหาสะสมมานาน แก้ไขไม่ได้สักที แต่ รองผบช.ก.ก็ได้ลงไปดำเนินแก้ไขเรียบร้อยแล้วประชาชนในพื้นที่ก็ชื่นชม ยืนยันว่าเราจะกวาดล้างพระที่ทำผิดทั้งหมด
นอกจากนี้พวกที่ยังอาศัยผ้าเหลืองหนีออกนอกประเทศ วันนี้เราได้ร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไม่ว่าจะหนีไปประเทศไหนกฎหมายการฟอกเงินสามารถตามไปดำเนินการได้หมด
ส่วนความผิดที่จับกุมพบว่าส่วนใหญ่จะเป็นกรณีที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดแล้วหลบหนีมาบวชพบมากเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนจะมีพระชั้นผู้ใหญ่หรือไม่ ยืนยันว่าหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการทั้งหมด ส่วนมีเหตุผลที่จะต้องจับกุมวันนี้พร้อมกันทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นยุทธวิธีในการทำงานของตำรวจ และป้องกันการหลบหนีของเป้าหมาย
ขณะที่ พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า เรามีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบความเชื่อมโยงต่างๆที่ทำให้เห็นว่า มีคนไปแอบแฝงอยู่ในคราบผ้าเหลือง สำหรับข้อมูลก็ได้มาจากทั้งของศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งก็จะมีการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
โดยเป้าหมายที่จับกุมในวันนี้บางส่วนจะนำเข้ามาที่บช.ก. แต่บางส่วนก็ส่งให้พื้นที่รับผิดชอบตามหมายจับดำเนินคดี และส่วนใหญ่เป็นหมายค้างเก่าที่มีอยู่แล้ว ซึ่งการรวบรวมข้อมูลนั้นได้มีการรวบรวมมาตั้งแต่ตั้งศูนย์ป้องกันฯ ดังกล่าวแล้วโดยทำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วน
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดรอบนี้ถึงยอมเปิดเผยข้อมูลออกมาดำเนินการ นายบุญเชิด กล่าวว่า หากเป็นข้อมูลที่มีความผิดทางบ้านเมืองก็นำมาให้ตำรวจดำเนินการได้ แต่บางเรื่องเป็นความผิดทางวินัยจะต้องดำเนินการตามวินัย เพื่อนำข้อมูลมารวบรวมให้เป็นเอกภาพ
ส่วนที่ก่อนหน้านี้สำนักพุทธฯ ถูกกล่าวหาว่าไม่ให้ความร่วมมือและปกปิดข้อมูลไว้ แสดงว่าครั้งนี้จะเป็นการเริ่มต้นให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องหรือไม่ นายบุญเชิด กล่าวว่า แน่นอน หลังจากนี้หากตำรวจต้องการข้อมูลอะไรก็จะส่งให้ทั้งหมด
ขณะที่ พล.ต.อ.ไกรบุญ กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ได้มีการทำข้อตกลงร่วมกับสำนักพุทธฯ หากพบว่ามีพระสงฆ์ใน 1 จังหวัด ทำผิดเกิน 3 รูป จะต้องให้ผู้อำนวยการสำนักพุทธฯในจังหวัดนั้นต้องย้าย ใช้มาตรการเดียวกันกับตำรวจ ส่วนจะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ทำเพื่อให้พุทธศาสนิกชน
