รมช.กลาโหม สั่งเอาผิดกฎหมาย ชาวบ้านกัมพูชา ป่วนรื้อรั้วลวดหนาม เล็งใช้กำลังตำรวจคุมมวลชน ลั่น หากรุกล้ำอธิปไตย ยิงตอบโต้ได้ทันที แม้อยู่ระหว่างเจรจาหยุดยิง
เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 26 ส.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาราชการแทนรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีมวลชนชาวกัมพูชาเข้ารื้อรั้วลวดหนาม ที่บริเวณชายแดนบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ว่า จากที่ได้รับรายงาน คือทางผู้ว่าฯ สระแก้วจะเดินทางมาพบคนไทยในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว
ทางกองทัพภาคที่หนึ่งกองกำลังบูรพาจึงได้วางแนวรั้วลวดหนามเพื่อป้องกันชาวบ้านชาวกัมพูชา จะเข้ามารบกวน จึงได้มีการวางแนวลวดหนามเพิ่มเติม ซึ่งไม่ใช่ส่วนที่วางไว้เดิม ตนได้ให้แนวทางไปว่า เป็นการปฏิบัติในพื้นที่ประเทศไทยจะทำอย่างนี้ไม่ได้ ผิดกฎหมายอาญา ในฐานความผิดทำลายทรัพย์สินทางราชการ และขอให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นเมื่อวานขึ้นอีก
ซึ่งผู้ที่จะแจ้งความเป็นใครก็ได้ จะเป็นกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่หนึ่ง หรือ จ.สระแก้ว ย้ำว่าจะต้องไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก เพราะประชาชนรับไม่ได้
พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทำหนังสือประท้วงผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปด้วย เพราะนี่คือพื้นที่อธิปไตยของไทย เขาจะมาทำอย่างนี้ไม่ได้
เมื่อถามต่อว่า การปฏิบัติการหลังจากนี้จะเป็นในลักษณะการปราบกลุ่มผู้ชุมนุมใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ทางกองทัพภาคที่หนึ่งเริ่มใช้ LRAD เครื่องมือที่ช่วยสลายการชุมนุมในเบื้องต้น เพราะฉะนั้นจะต้องมีการเตรียมกำลังเพิ่มเติม พิจารณาใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะกำลังทหารอาจจะดูรุนแรงเกินไป
เมื่อถามว่า ชาวกัมพูชามีความพยายามจะใช้ชาวบ้านเป็นโล่กำแพงมนุษย์ เข้ามาสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่ไทย มีรายงานหรือไม่ว่ามีทหารกัมพูชาอยู่เบื้องหลัง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่ต้องมีข้อมูล เพราะเขายืนอยู่ข้างหลังอยู่แล้ว ซึ่งเราได้ให้กองทัพภาคที่หนึ่งทำหนังสือประท้วงไป และเรื่องนี้จะนำเข้าหารือในที่ประชุม GBC ในช่วงต้นเดือนก.ย.นี้ด้วย แต่ก็ไม่ได้รอการประชุม GBC เพราะได้สั่งให้ทำหนังสือประท้วงไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อถามว่าจะถึงขั้นใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือแก๊สน้ำตาหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งจากการประชุมอาร์บีซีของกองทัพภาคที่หนึ่งเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา มีข้อตกลงว่าจะมีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างผู้ประสานงานในพื้นที่ วันนี้อาจจะไม่มีอะไรก็ได้
ยอมรับว่าเมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) กองทัพภาคที่หนึ่ง ได้มีการพูดคุยกับทางกัมพูชา เหตุการณ์จึงคลี่คลายลงในตอนหลัง เนื่องจากกัมพูชาเข้าใจแล้วว่าไม่ได้เป็นการวางเพื่อสกัดกั้นเพิ่มเติม แต่เป็นการวางป้องกันเฉพาะกรณี
เมื่อถามว่า ในพื้นที่เขาพระวิหาร มีรายงานสถานการณ์เข้ามาบ้างหรือไม่ เนื่องจากมีการรายงานว่า ทางกัมพูชาเติมกำลังเข้ามาในพื้นที่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า มี เราได้เตรียมพร้อมเอาไว้ ส่วนเจรจาก็เจรจาไป ส่วนเตรียมกำลังก็เตรียมกำลังไป เราจะต้องไม่ยอมมาปฏิบัติการอะไรทางทหารในพื้นที่เป็นอันขาด
เมื่อถามว่า จากที่แม่ทัพภาคที่สองออกมาระบุว่าหากมีการล้ำในพื้นที่ จะไฟเขียวให้ยิงตอบโต้ได้ในทันที พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า แน่นอน เพราะตนพูดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าหยุดยิงแล้วหยุดยิงตลอดไป หากเขาล่วงล้ำอธิปไตยก็สามารถทำตามอำนาจหน้าที่ได้เลย
กฎใช้กำลังของกระทรวงกลาโหมได้ให้อำนาจไว้แล้ว ผบ.เหล่าทัพ แม่ทัพภาค มีอำนาจทำได้อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าหยุดยิงแล้วอย่างไรก็ไม่ยิง ยืนยันว่าไม่ใช่แน่นอน แต่อย่างไรไทยเรามีการเตรียมพร้อมไว้ทั้งหมด
เมื่อถามว่า หากมีการปะทะเกิดขึ้นอีกครั้งจะมีการเตรียมพร้อมอพยพประชาชนอย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ทางกระทรวงมหาดไทยเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เช่นเหตุการณ์เมื่อคืนที่ จ.สุรินทร์ ทางผู้ว่าฯ สุรินทร์ได้มีการเตรียมศูนย์อพยพเพิ่มเติม ยอมรับว่าทำให้คนในพื้นที่แตกตื่นอยู่เหมือนกัน แต่ยืนยันว่าไม่มีอะไร เป็นการเตรียมความพร้อมเอาไว้ เพราะไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์อะไรไว้ล่วงหน้า
เมื่อถามกรณีที่ผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจย ส่งหนังสือมายังผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินจะกระทบต่อความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ต้องแยกกัน การออกเอกสารสิทธิ์หรือโฉนดเป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทย แต่เรื่องความมั่นคงปกป้องอธิปไตยเป็นเรื่องของกระทรวงกลาโหม โดยมีกระทรวงมหาดไทยสนับสนุน ต้องแยกออกจากกัน เรื่องเอกสารสิทธิ์ก็ว่ากันไป ส่วนการปกป้องอธิปไตยกระทรวงกลาโหมไม่ยอมอยู่แล้ว