นกแอร์ถูก กพท.เบรกบินเส้นทางต่างประเทศ – ห้ามขยายรูทเพิ่ม เหตุเสี่ยงความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ Darkside สายการบิน ได้เผยแพร่ หนังสือถึงสายการบินนกแอร์ เรื่อง ห้ามมิให้ใช้สิทธิตามใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ เลขที่ AOC.0006 และแก้ไขข้อกำหนดการปฏิบัติการ(Operations Specifications)
รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) แจ้งว่าเมื่อวันที่ 25 ส.ค.2568 ที่ผ่านมา กพท. ได้ส่งหนังสือไปยังประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เรื่อง ห้ามมิให้ใช้สิทธิตามใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ เลขที่ AOC.0006 และแก้ไขข้อกำหนดการปฏิบัติการ(Operations Specifications)
อ้างถึง 1. หนังสือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ที่ กพท 06/2598 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2568
2.Safety Report No. 217556 ลงวันที่ 14 เมษายน 2568
3.Safety Report No. 218327 ลงวันที่ 24 เมษายน 2568
โดยหนังสือฉบับดังกล่าวระบุว่าตามหนังสือที่อ้างถึง กพท. ได้แจ้งผลการตรวจสอบกรณีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย ซึ่งพบข้อบกพร่องในการดำเนินการของบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ทั้งในด้านเหตุการณ์อุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นในด้านบุคลากร และด้านการปฏิบัติการบิน
ต่อเนื่องมาในช่วงปี 2566-2568 โดยที่อัตราการเกิดเหตุการณ์ ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปี เกิดขึ้นจำนวนมากอาทิเช่น เหตุการณ์เครื่องยนต์ดับระหว่างปฏิบัติการบิน (Engine In-Flight Shutdown), เครื่องบินไถลออกนอกทางวิ่ง, Hard landing และ Tail strike โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์เครื่องยนต์ดับระหว่างปฏิบัติการบิน (Engine In-light Shutdown) ที่ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้แน่ชัดว่าเกิดจากเหตุใด รวมถึงการขาดประสิทธิภาพ
ที่ต้องสอบสวนวิเคราะห์ข้อมูลระบุอันตรายประเมินผลลัพธ์รวมถึงประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนเพื่อให้สามารถดำเนินกระบวนการลดความเสี่ยงและจัดทำข้อเสนอแนะที่เหมาะสมอีกทั้งการที่ผู้ประจำหน้าที่นักบินครูการบินและผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจสอบด้านการบินลาออกจากบริษัทฯเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาภายในหลายมิติ ทั้งวัฒนธรรมความปลอดภัยด้านองค์กร (Safety Culture) ขวัญและกำลังใจของพนักงาน จนเพิ่มความเสี่ยงในด้านบุคลากรที่ขาดความรู้ ประสบการณ์และความชำนาญในการปฏิบัติการบิน ซึ่งเหตุการณ์และการขาดประสิทธิภาพในระบบการปฏิบัติการบินดังกล่าวของบริษัทฯ ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กพท. พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติการบินและเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยสาธารณะจำเป็นที่จะต้องดำเนินมาตรการกำกับดูแลอย่างจริงจัง อาศัยอำนาจตามมาตรา 41/18แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่ม
ประกอบข้อ14 ของข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่26 ว่าด้วยใบรับรอง
ผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Air Operator Certificatc) ข้อ14 และมาตรา67/9 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงมีคำสังไว้ ดังนี้
1. ห้ามมิให้ใช้สิทธิตามใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ เลขที่ AOC.0006 ดังนี้
1.1 ห้ามทำการบินในเส้นทางบินระหว่างประเทศทุกเส้นทาง
1.2 ห้ามยื่นขออนุมัติหรือขยายเส้นทางบินเพิ่มเติม ทั้งเส้นทางบินภายในประเทศและเส้นทางบินระหว่างประเทศ รวมถึงการขอเพิ่มความจุและความถี่ในการให้บริการ
2. ให้ยกเลิกข้อกำหนดการปฏิบัติการ (Onerations Specification แบบท้ายข้อกำหนดการปฏิบัติการ (Attachment to Operations Specifications) ของใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ เลขที่ A0C.0006 ฉบับปัจจุบัน และแก้ไขโดยตัดพื้นที่ปฏิบัติการบิน (Area(s) of Operation)ในส่วนของระหว่างประเทศ (International) ออก ให้คงเหลือเฉพาะภายในประเทศ (Domestic) เท่านั้นตามข้อกำหนดการปฏิบัติการ (Operations Specifications: Ops Spec) เลขที่ AOCOP5.0006/01 Revision 04 และแนบท้ายข้อกำหนดการปฏิบัติการ (Attachment to Operations Specifications) เลขที่ AOC OPS.0006/01 Revision 04 (สิ่งที่ส่งมาด้วย)
3. มาตรการแก้ไขปัญหาและหน้าที่ของผู้ดำเนินการเดินอากาศ
3.1ให้บริษัทฯ จัดทำรายงานการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analysis – RCA)เกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องยนต์ดับระหว่างปฏิบัติการบิน (Engine In-light Shutdown) และเหตุการณ์หรือ อุบัติการณ์ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยนำเสนอแผนปฏิบัติการแก้ไข (Corrective Action Plan – CAP) ต่อ กพท. เพื่อขอรับความเห็นชอบภายใน 60 วัน นับแต่ได้รับหนังสือฉบับนี้
3.2 ให้บริษัทฯ จัดทำรายงานการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analysis – RCA)เกี่ยวกับผู้ประจำหน้าที่นักบิน ครูการบิน และผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจสอบด้านการบินที่ได้ลาออกจากบริษัทเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ โดยนำเสนอแผนปฏิบัติการแก้ไข (Corective Action Plan – CAP) ต่อ กพท. เพื่อขอรับความเห็นชอบภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือฉบับนี้
3.3 ให้บริษัทฯ จัดทำแผนเพิ่มประสิทธิภาพในระบบ Fight Data Analysis Program – FDAPและ Safety Management System – 5MS โดยน้ำเสนอแผนปฏิบัติการแก้ไข (Corective Action Plan – CAP) ต่อ กพท. เพื่อขอรับความเห็นชอบภายใน ๐ วัน นับแต่ได้รับหนังสือฉบับนี้
3.4 ให้บริษัทฯ ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไข (Corrective Action Plan – CAP) ที่ได้รับความเห็นชอบจาก กพท. ตาม3.1 -3.3อย่างครบถ้วน พร้อมจัดทำรายงานความก้าวหน้าเสนอ กพท.เป็นระยะจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิผล
4.การคงอยู่ของคำสั่ง คำสั่งนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ลงนามในหนังสือฉบับนี้ และจะยังคงมีผลบังคับจนกว่าบริษัทฯ จะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาและสามารถพิสูจน์ให้ กพท. เชื่อมั่นได้ว่าความปลอดภัยการบินได้รับการแก้ไขให้อยู่ในระดับที่เป็นที่ยอมรับ โดย กพท. จะเป็นผู้พิจารณาเพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่งนี้ต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อทราบคำสั่ง และดำเนินการตาม ภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไป และให้ส่งคืนข้อกำหนดการปฏิบัติการ (Operations Speciications: Ops Spec) และแนบท้ายข้อกำหนดการปฏิบัติการ (Attachment to Operations Specifications) ฉบับปัจจุบัน มายัง กพท. ภายใน 7วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ประสงค์จะโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ยื่นอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือ