DSI พบกลุ่มคน รุกที่ดินเขากระโดง เกินกว่า 50 ไร่ พบทั้งคนพื้นที่-ตระกูลดั้งเดิม จับตาเป็นคดีพิเศษ ยืนยันไม่หนักใจ เเม้ขั้วการเมืองเปลี่ยน ทำคดีตามอำนาจ กรอบกฎหมาย

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 ก.ย.68 ที่กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า วันนี้จะเป็นการสอบปากคำเพิ่มเติม กรณีของนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุก หรือเจ๊แมว ร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลที่ครอบครองพื้นที่เขากระโดง รวมถึงจะร้องทุกข์เพิ่มเติมการก่อสร้างสนามแข่งรถทับลำคลองสาธารณะ

นอกจากนี้ ช่วงบ่ายวันนี้ 13.30 น. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ประสานว่าจะมาให้ข้อเท็จจริงในเรื่องการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ รวมถึงการบุกรุกอื่นๆ ในพื้นที่ 5,083 ไร่ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราลงพื้นที่ไปรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงในห้วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ธนารักษ์ การรถไฟฯ เพื่อประมวลเรื่องและนัดประชุมคณะพนักงานสืบสวนถึงหลักฐานต่างๆ และการสอบปากคำผู้ร้องทุกข์ ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

ส่วนแนวโน้มที่จะดำเนินการได้ในตอนนี้นั้น พ.ต.ต.ณฐพล เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเราพบว่ามีการออกโฉนดโดยมิชอบที่อยู่ในบัญชีท้ายของ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ที่มีตอนนี้เกินกว่า 50 ไร่ เบื้องต้นพบ 4 ราย โดยมีทั้งบุคคลในพื้นที่และบุคคลอื่น รวมถึงตระกูลดั้งเดิมในพื้นที่ ก็จะนำมาประกอบข้อมูลอื่นด้วยเช่นกัน เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ

จากการตรวจสอบกรณีที่มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างทับที่สาธารณะนั้น เราพบว่ามีอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟฯ คือ บริเวณสนามฟุตบอล และสนามแข่งรถ แต่อย่างไรต้องขอไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อน เพราะส่วนนี้คือสิ่งที่เราเจอจากสารบบที่ดินสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ว่ามีเส้นทางสาธารณะพาดผ่าน และมีข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม จึงพบว่ามีสิ่งปลูกสร้างทับที่สาธารณะ แต่จะต้องประสานกับสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อตรวจสอบข้อมูลต่อไปก่อน

พ.ต.ต.ณฐพล เปิดเผยว่า ถึงแม้เรื่องที่ดินเขากระโดงจะมีมานานกว่า 100 ปี แต่เราก็มีการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ดั้งเดิม หรือจากหอจดหมายเหตุ รวมถึงข้อมูลจากเทคโนโลยี รวมทั้งคำพิพากษาต่างๆ เพื่อเอาข้อมูลข้อเท็จจริงมารวมกับทางข้อมูลวิทยาศาสตร์ในการทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศที่ใช้เทคนิคสมัยใหม่ และการใช้โดรน จึงทำให้เราได้แผนที่ที่เกี่ยวข้องมาแล้ว ซึ่งก็ตรงกับแผนที่ของการรถไฟฯ 5,083 ไร่

ต่อมาที่ศาลปกครองให้ทางการรถไฟฯ กับกรมที่ดิน ทำแผนที่พิพาท 4,414 ไร่นั้น ก็ตรงกัน สามารถพิจารณาได้ว่าพื้นที่ของการรถไฟฯ มีขอบเขตแค่ไหน รวมถึงเรายังได้นำคำพิพากษาที่มีการตัดสิน 3 ราย และมีการยึดโยงกับพื้นที่ พบว่าข้อมูลข้อเท็จจริงตรงกันกับที่เราดำเนินการ เรื่องเหล่านี้จะสามารถประมวลขออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ ในพื้นที่ที่ออกเอกสารสิทธิในพื้นที่การรถไฟฯ จำนวน 995 แปลง มีทั้งโฉนดกับ น.ส.3 และมีที่ว่างอีก สิ่งนี้จึงต้องตรวจสอบว่าข้อมูลที่เราได้มาจากกรมที่ดินจะตรงกับการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือไม่ ก็จะต้องรอให้ทางการรถไฟฯ นำข้อมูลมาให้ในกลางวันนี้

พ.ต.ต.ณฐพล เปิดเผยอีกว่า สำหรับวันนี้ทางการรถไฟฯ ประสานมาว่าจะเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่การรถไฟทั้งหมด จึงยังไม่เห็นข้อมูลทั้งหมดของการรถไฟฯ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลก่อนหน้านี้ที่เราได้เกี่ยวกับการรถไฟฯ นั้นคือข้อมูลแผนที่ต่างๆ ขอบเขตที่แน่ชัด และผู้ที่ครอบครองอยู่ในพื้นที่การรถไฟ ซึ่งก็ตรงกัน แต่เราก็ต้องดูว่าวันนี้เขาจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนกรณีที่เราตรวจสอบแล้วพบว่าพื้นที่ที่ดิน 271 แปลง มันมีการรับรองว่าไม่ได้อยู่ในเขตของการรถไฟนั้น พอเราตรวจสอบข้อมูลในแผนที่แล้วปรากฏว่า 271 แปลงนี้ อยู่ในพื้นที่ของการรถไฟจริง ก็ต้องดูข้อมูลว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่การรถไฟถึงไปรับรองข้อมูลว่าที่ดิน 271 แปลงนี้ อ้างว่าไม่ได้อยู่ในเขตของการรถไฟ นอกจากนี้ 271 แปลงนี้ ยังพบว่าเป็นการออกข้อมูลโฉนดตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2515-2539 ก็ต้องตรวจสอบว่าแต่ละแปลงใครเป็นคนครอบครอง และเจ้าหน้าที่การรถไฟไปรับรองให้ใครบ้าง รับรองอย่างไร เมื่อใด

พ.ต.ต.ณฐพล เปิดเผยว่า ถึงแม้จะมีผู้มีอิทธิพลครอบครองที่ดินในพื้นที่นี้ด้วย ยืนยันว่าไม่กดดันในการทำคดี เพราะเราผิดชอบคดีใหญ่อยู่แล้ว และเป็นคดีที่มีความสลับซับซ้อน เป็นคดีที่มีผู้มีอิทธิพล หรือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ทำคดีเหล่านี้มาโดยตลอด จึงไม่มีความกดดันแต่อย่างใด เราทำไปตามกรอบอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีผู้มีอำนาจมากดดันอะไร ส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่าหากรัฐบาลมีการเปลี่ยนขั้วการเมือง ดีเอสไอจะยังสามารถดำเนินการทำคดีนี้ต่อไปได้ หรือจะต้องถูกเบรกก่อนหรือไม่นั้น ตนขอเรียนว่าเมื่อเรารับทุกคดี เราก็ต้องเดินหน้าทำตามกรอบหน้าที่ มันก็อยู่ที่ขั้นตอนและพยานหลักฐานที่เรามี ก็ต้องดำเนินการไปตามปกติ ซึ่งคาดว่ากรอบระยะเวลาที่จะมีการประมวลเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชารับเป็นคดีพิเศษนั้น หากทางการรถไฟแห่งประเทศไทยมีการให้ข้อมูลครบถ้วน และไม่มีการให้ดีเอสไอดำเนินการอะไรเพิ่มเติม ราวสองสัปดาห์หลังจากนี้ จะสามารถขออธิบดีดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษได้

ส่วนฐานความผิดเบื้องต้นที่จะพิจารณา มันมีเรื่องเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9 มาตรา 108 ทวิ ส่วนนี้ก็อยู่ที่การรถไฟฯ ว่าจะแจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษกับใครบ้าง นอกจากนี้ ความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากมีการครอบครอง ยึด รุกที่ เกินกว่า 50 ไร่ ก็ถือเป็นคดีพิเศษตามบัญชีแนบท้ายกฎหมายของดีเอสไอ ซึ่งจะเป็นความผิดมูลฐานนำไปสู่การตรวจสอบเรื่องการฟอกเงินด้วย เพราะมันจะเกี่ยวกับการเอาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปหากำไร ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสภาพ ไปขายหรือไปจำนอง ที่ทำให้เกิดสภาพและได้จากการค้า เรื่องนี้หากเป็นความผิดตามกฏหมายฟอกเงินก็จะต้องส่งต่อให้กับสำนักงาน ปปง. ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีอาญามูลฐานฟอกเงินได้

เมื่อถามหากพบว่าผู้กระทำความผิดเสียชีวิตไปแล้วเนื่องจากเรื่องนี้มีมานานแล้ว พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวว่า ที่ดินหากเป็นของรัฐก็เป็นของรัฐอยู่วันยังค่ำ แต่หากเสียชีวิตถ้าเป็นคดีอาญาก็จะระงับ แต่ที่ดินก็ยังอยู่ ก็จะต้องดำเนินการในตัวที่ดินต่อไป

ส่วนที่ชาวบ้านสามารถพิสูจน์ได้ว่าอยู่อาศัยมาก่อนปี พ.ศ.2464 ก็จะไม่มีความผิดหรือไม่ พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีอยู่ 2 แปลงใหญ่ ๆ ในสารบบที่ดิน ที่ได้มาก่อนปี 2462 ก็พบว่ามีการทำประโยชน์จริง แต่ก็ต้องไปดูในสารบบอีกครั้งว่าผู้ครอบครองหรือทายาท ได้มาก่อนจริงหรือไม่

เมื่อถามส่วนเรื่องนิติกรรมอำพรางที่มีข้อมูลว่ามีคนยกให้กันภายในตระกูล มองความผิดปกติเรื่องนี้อย่างไร พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวว่า เรื่องนี้สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการบอกว่าบางสิ่งบางอย่าง เขาไม่ถือปฏิบัติในการทำมา อย่างไรตรงนี้จะต้องขอตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง

ต่อมาเวลา 13.40 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายการรถไฟเดินทางมาถึงกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยยังไม่เปิดเผยว่าจะดำเนินคดีกับใครบ้าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน