เปิดใจ ลูกบ้านคอนโด ถูกเพื่อนบ้านคลั่งขู่ฆ่า ไล่เคาะทีละห้อง เผยส่งเสียงดังรบกวนจนทนไม่ไหว รับเคยแจ้งนิติให้จัดการ จนโดนพุ่งเป้า ผวาจนต้องย้ายหนี

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เล่าประสบการณ์สุดผวาภายในคอนโด หลังถูกเพื่อนบ้านที่มีพฤติกรรมผิดปกติทางจิต ก่อกวนสารพัด ทั้งการเคาะและถีบประตูห้อง ข่มขู่ด้วยมีด รวมถึงนำเลือดสกปรกมาป้ายใส่ประตู สร้างความหวาดกลัวอย่างหนัก แต่กลับไม่มีมาตรการป้องกันที่จริงจัง จากทั้งนิติบุคคลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 23 ก.ย.68 นายเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดใจกับผู้สื่อข่าว เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ซึ่งตรงกับคืนวันเสาร์ที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดและใช้ชีวิตตามปกติภายในห้อง ทั้งทำอาหารและซักผ้า จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่นว่า “ใครเป็นคนโทรแจ้งกู” พร้อมถ้อยคำหยาบคาย และท้าทายให้ตนออกไปเผชิญหน้า

ผู้เสียหาย เล่าย้อนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีต้นตอมานานเกือบปี บริเวณห้องมุมดังกล่าวมักมีการเปิด–ปิดประตูเสียงดัง ทะเลาะรุนแรง รวมถึงเสียงเด็กร้องไห้บ่อยครั้ง ซึ่งในส่วนของเสียงเด็กร้องตนไม่ได้ติดใจ เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของเด็ก

แต่สิ่งที่รู้สึกไม่สบายใจคือเสียงกระแทกประตูและเสียงดังรบกวนจนทนไม่ไหว จึงเคยเป็นหนึ่งในผู้ที่แจ้งนิติบุคคลเข้ามาจัดการ ซึ่งคาดว่า นี่เองอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ก่อเหตุพุ่งเป้ามาที่ตน ผู้ก่อเหตุเดินเคาะไล่ไปทีละห้อง พร้อมพูดอ้างว่าเคยฆ่าคนมาแล้ว 5–6 ศพ และคนต่อไปที่จะฆ่าก็คือคนที่แจ้งนิติฯ และผู้ก่อเหตุพยายามเรียกให้ตนออกไปเจอข้างนอก ซึ่งสร้างความหวาดกลัวอย่างหนัก

จนกระทั่งตำรวจเข้ามาที่ล็อบบี้แต่ก็ไม่ยอมขึ้นมาระงับเหตุ พอตนสอบถามตำรวจก็ บอกว่าผู้ก่อเหตุมีอาวุธ จึงทำให้ตนยิ่งตกใจ เพราะถ้าผู้ก่อเหตุมีอาวุธทำไมถึงไม่รีบขึ้นมาระงับเหตุ ส่วนทางเจ้าหน้าที่นิติ อยากให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยของลูกบ้านให้มากกว่านี้

ตอนนี้นิติทำได้แค่ตักเตือนผู้ก่อเหตุ ยังไม่สามารถ ขับไล่ผู้ก่อเหตุออกไปอยู่ที่อื่นได้ ก็ยิ่งทำให้ตนไม่สะดวกใจที่จะกลับเข้าไปอยู่ที่เดิม ถ้าวันหนึ่งต้องกลับไปก็จะต้องอยู่แบบหวาดระแวง

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนต้อง ย้ายที่อยู่ชั่วคราว เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย ทำให้ต้องลางาน แต่ดีที่เจ้านายลูกค้า ทุกคนเข้าใจและให้กำลังใจกลับมา พร้อมบอกว่ามีหลายคนที่เจอเหตุการณ์เหมือนกับตนเอง

“ในส่วนทางคู่กรณี อยากจะบอกว่า ถ้าหากมีอาการปวดจิตเวชจริง ก็ขอให้เข้ารับการรักษา ตอนนี้ไม่ต้องการคำขอโทษ เพราะมันเกินเวลานั้นมานานแล้ว ยืนยันจะดำเนินการตามกฎหมาย เพราะสุดท้ายแล้วผมเชื่อว่า กฎหมายจะให้ความเป็นธรรมกับผมได้” นายเอ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน