เจ๊กัน ดอนเมือง ควงนิกกี้ขยี้ข่าวเข้ารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมแจ้งความกลับ น้าสาวแอนนา เพื่อนสนิทแตงโม หลังกล่าวหายักยอกเบนซ์หรู เผยแอนนาเครียดหนักหวังจบชีวิตในคุก น้องชายแอนนาพร้อมเป็นพยาน หลังเรื่องบานปลาย
วันที่ 23 ก.ย.68 น.ส.กรรณิกา สุทธิ อายุ 41 ปี หรือ เจ๊กัน ดอนเมือง พร้อมด้วย น.ส.ศรินทิพย์ ศรัภักดิ์ เวนไรท์ หรือ นิกกี้ขยี้ข่าว และนายแนน (นามสมมติ น้องชายของแอนนา ) ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี หลังถูก น.ส.จุฑามาส วิจารณ์ อายุ 49 ปี น้าสาวของแอนนาเพื่อนสนิทแตงโม นิดา เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งเป็นรถเบนซ์ หมายเลขทะเบียน 5 กพ 7687 กทม.
ซึ่งเป็นรถที่ น.ส.จุฑามาส น้าสาวแอนนาเป็นผู้เช่าซื้อรถคันดังกล่าวให้กับแอนนาเพื่อใช้ทำงานในวงการ แต่ต่อมาหลังแอนนาถูกศาลตัดสินจำคุกในคดีกล่องสุ่มทิพย์เป็นเวลากว่า 100 ปี และถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำคลองเปรมไปแล้วนั้น ต่อมาทางไฟแนนซ์ได้ติดตามทวงถามค่างวดรถที่ค้างชำระ จึงทราบว่าก่อนหน้าที่แอนนาจะติดคุกนั้น นายแนนน้องชายของแอนนาได้นำรถไปจำนำกับคนรับจำนำรายหนึ่ง
จนกระทั่งรถเบนซ์คันดังกล่าวกำลังจะถูกขายต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ น.ส.กรรณิกา หรือ เจ๊กัน ดอนเมือง เพื่อนสนิทแอนนา ตัดสินใจช่วยเหลือด้วยการนำเงินไปไถ่ถอนรถเบนซ์ของแอนนาออกมาในราคา 5 แสนบาท โดยนำรถคันดังกล่าวมาจอดไว้ที่บ้านพัก ทำให้ทางไฟแนนซ์ไปติดตามเร่งรัดกับ น.ส.จุฑามาส น้าสาวแอนนาแทน ทำให้ต่อมาน้าสาวแอนนาติดต่อไปยัง น.ส.กรรณิกา หรือเจ๊กัน ดอนเมืองเพื่อจะขอรถคันดังกล่าวคืน
ต่อมาเจ๊กันดอนเมือง จึงได้โอนเงินค่างวดรถที่ค้างชำระไปให้ น.ส.จุฑามาส น้าสาวแอนนาเพื่อนำไปจ่ายค่างวดรถที่ค้างชำระ 4 เดือนรวมเป็นเงิน 57,630 บาท แต่ น.ส.จุฑามาสไม่ได้นำเงินส่วนนี้ไปจ่ายค่างวดให้กับไฟแนนซ์ แต่กลับไปแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.กรรณิกา หรือเจ๊กัน ดอนเมือง แทนในข้อหายักยอกทรัพย์ จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้
ภายหลังเข้าให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว น.ส.กรรณิกา หรือเจ๊กัน ดอนเมือง ได้แจ้งความกลับกับ น.ส.จุฑามาส น้าสาวแอนนาคืนในข้อหาให้การเท็จกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะขอดำเนินการฟ้องตรงด้วยตนเอง
น.ส.กรรณิกา หรือเจ๊กัน ดอนเมือง เปิดเผยว่า ตนกับแอนนาเป็นเพื่อนสนิทกัน หลังแอนนาถูกจับดำเนินคดีแล้วติดคุกไปแล้วนั้น ต่อมาตนได้รับการติดต่อจากทางน้าสาวของแอนนาให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องรถเบนซ์ที่น้าสาวแอนนาเป็นคนออกรถมาให้แอนนาใช้ไว้ขับทำงาน ซึ่งหลังจากแอนนาเข้าเรือนจำไปแล้ว ไม่มีคนส่งค่างวดรถเบนซ์คันดังกล่าวซึ่งค้างชำระมา 4 งวดและถูกไฟแนนซ์ติดตามทวง
โดยทางครอบครัวแอนนาได้มาขอร้องให้ตนช่วยเหลือ ด้วยความสงสารและเห็นใจตนจึงได้โอนเงินจำนวน 57,630 บาท ซึ่งเป็นงวดที่ค้างชำระไปให้กับทางน้าสาวแอนนานำไปจ่ายให้กับทางไฟแนนซ์ โดยทางครอบครัวแอนนาก็รับปากว่าจะหาเงินก้อนดังกล่าวมาคืนให้ในภายหลัง
จนกระทั่งต่อมาตนก็มาถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์จากทางครอบครัวของแอนนา ทั้งๆที่ตนเป็นคนให้ความช่วยเหลือกลับกลายเป็นคนถูกแจ้งความแทน ทั้งๆที่ตนก็หมดเงินให้กับรถของแอนนาไปไม่ต่ำกว่า 8.9 แสนบาทแล้ว
แต่สาเหตุที่ตนไม่ปิดจบรถคันนี้ไปเลยเป็นเพราะตนเองมีรถส่วนตัวใช้อยู่แล้วหลายคัน และราคาที่ไฟแนนซ์ตั้งขายไว้ราคาสูงกว่าความเป็นจริง แล้วตนจะโง่ซื้อคันดังกล่าวมาทำไมอีก
ภายหลังเข้าให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวแล้ว น.ส.กรรณิกา หรือเจ๊กัน ดอนเมือง ได้แจ้งความดำเนินกลับกับ น.ส.จุฑามาส น้าสาวแอนนาคืนในข้อหาให้การเท็จกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะขอดำเนินการฟ้องตรงด้วยตนเอง
น.ส.กรรณิกา หรือเจ๊กัน ดอนเมือง กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังถูกทางน้าสาวของแอนนาฝากคำพูดกับคนที่รู้จักตนมาบอกในทำนองว่า ให้เข้ามาเคลียร์คดีที่โรงพักแห่งนี้ด้วย มีนายตำรวจผู้ใหญ่ที่นี่อยากเจอตัวตน ตนจึงต้องเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้แทน
เรื่องราวที่เกิดมาจากการที่แอนนามอบหมายให้น้องชายนำรถไปจำนำเพื่อนำเงินมาใช้ในธุรกิจและต่อสู้คดีความ จนกระทั่งรถจะถูกขายต่อออกไป ตนก็ได้รับการติดต่อขอให้ช่วยเหลือ จึงได้ไถ่ถอนรถดังกล่าวออกมาไว้ที่บ้านโดยที่ตนไม่เคยแตะหรือขับขี่แม้แต่ครั้งเดียว แถมยังโอนเงินให้ไปจ่ายค่างวดที่ค้างชำระอีก ไม่คิดว่าจะถูกทางครอบครัวแอนนาทำแบบนี้กับตน
ทำให้ตนอดคิดไม่ได้ว่านี้เป็นการตบทรัพย์หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่รถคันดังกล่าวตนก็ได้คืนให้ไปเรียบร้อยแล้ว แต่กลับมาถูกแจ้งความดำเนินคดีในภายหลัง ซึ่งถ้าทางครอบครัวแอนนาบริสุทธิ์ใจจริงเมื่อได้รถกลับคืนไปแล้วก็ควรถอนแจ้งความกับตน ไม่ต้องมาข่มขู่ในลักษณะนี้ ซึ่งตนมีหลักฐานการโอนเงินให้ทั้งหมดรวมทั้งน้องชายแอนนาเองก็พร้อมเป็นพยานให้กับตนสู้คดี
น.ส.กรรณิกา หรือเจ๊กัน ดอนเมือง เปิดเผยอีกว่า หลังจากที่แอนนาทราบข่าวเรื่องนี้ได้ไม่นาน จากเดิมที่แอนนาป่วยเป็นโรคเครียดและซึมเศร้าอยู่ก่อนหน้านี้จากคดีที่ต้องโทษอยู่ เมื่ออาทิตย์ก่อนตนเพิ่งทราบข่าวว่า แอนนาตัดสินใจผูกคอตัวเองหวังจบชีวิตในเรือนจำแล้ว แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ช่วยไว้ได้ทันก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ทันเวลาจนพ้นขีดอันตราย ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่ทราบว่าทางครอบครัวแอนนารู้เรื่องหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ตนได้แจ้งความกลับกับทางครอบครัวแอนนาแล้ว และจ้างทนายเพื่อฟ้องดำเนินคดีโดยตรงต่อไป
ทางด้านนายแนน น้องชายของแอนนา กล่าวว่า ตนเป็นคนเอารถไปจำนำเพื่อนำเงินมาให้แอนนาใช้ช่วงก่อนที่แอนนาจะติดคุก เพราะแอนนาต้องหาเงินมาจ่ายค่าแรงพนักงานรวมทั้งใช้ต่อสู้คดี โดยที่น้าสาวของแอนนาซึ่งเป็นคนออกรถให้ไม่รู้เรื่องด้วยมาก่อน จนกระทั่งแอนนาติดคุกไปแล้ว ทางน้าสาวได้ทวงถามเรื่องรถมาว่ารถอยู่ไหน
ตนจึงได้บอกไปว่ารถถูกนำไปจำนำไว้ก่อนที่แอนนาจะติดคุก ต่อมาทางไฟแนนซ์ได้ทำเรื่องฟ้องน้าสาวเกี่ยวกับเรื่องรถเบนซ์คันนี้ ทำให้น้าสาวตนตกใจกลัวว่าจะถูกไฟแนนซ์ฟ้องดำเนินคดีจึงได้ไปเข้าแจ้งความไว้โดยที่ตนเองไม่รู้เรื่องมาก่อนจนกลายเป็นเรื่องบานปลาย ซึ่งตนพร้อมเป็นพยานให้กับทางเจ๊กันในคดีนี้



