พบแล้ว กระบะ 2 คันใช้ปล้นทอง 35 ล้าน จอดทิ้งในสวน เปิดไทม์ไลน์ปล้นรถ-ปล้นทอง พบวางบึ้มป่วนก่อน ลงมือชิงรถกระบะไปปล้นทองซ้ำ

จากเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนปล้นร้านทอง ภายในห้างดัง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ ส.อ.บุริศวร์ สังกัดหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข ถูกยิงบาดเจ็บ ขณะพยายามนำอาวุธประจำกายจากรถยนต์เข้าขัดขวาง เบื้องต้นนำส่งผู้บาดเจ็บไปรักษาที่ รพ.สุไหง-โกลก ปัจจุบันอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว เหตุเกิดวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบมีเหตุการณ์ต่อเนื่องอีกหลายเหตุการณ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • เวลา 18.30 น. วันที่ 5 ต.ค. เจ้าหน้าที่ อส.รายงานพบวัตถุต้องสงสัยลักษณะคล้ายถังแก๊ส ขนาด 15 กิโลกรัม วางไว้บริเวณจุดกลับรถหน้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุไหงโก-ลก
  • เวลา 18.33 น. วันที่ 5 ต.ค. พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยสวมหมวกคลุมศีรษะ คาดเป็นผู้วางวัตถุดังกล่าวและยิงปืนขึ้นฟ้า สร้างสถานการณ์หวาดกลัว
  • เวลา 18.36 น. วันที่ 5 ต.ค. เกิดเหตุปล้นร้านทอง ภายในห้าง ผู้ก่อเหตุชิงทองคำไปได้จำนวนหนึ่ง
  • เวลา 18.47 น. วันที่ 5 ต.ค. ส.อ.บุริศวร์ ถูกยิงจากอาวุธปืนพกและอาวุธยาวขนาด 5.56 มม. ขณะพยายามนำอาวุธประจำกายจากรถยนต์ของตนเองเข้าขัดขวาง
  • เวลา 18.55 น. วันที่ 5 ต.ค. รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบริเวณทางรถไฟโต๊ะลือเบ เขตเทศบาลสุไหงโก-ลก
  • เวลา 19.45 น. วันที่ 5 ต.ค. เกิดเหตุระเบิดอีกครั้งในพื้นที่ชุมชนเคหะ เขตเทศบาลสุไหงโก-ลก

เจ้าหน้าที่ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดแสวงเครื่อง บริเวณจุดกลับรถหน้าห้าง รวมทั้งตะปูเรือใบวางตามถนนหลายจุด คาดว่าถูกใช้เพื่อสกัดการติดตามของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นปิดกั้นพื้นที่และประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าดำเนินการอย่างเร่งด่วน

สำหรับยานพาหนะที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ คาดปล้นรถยนต์จากพื้นที่ ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี และขับมาก่อเหตุในพื้นที่ อำเภอสุไหงโก- ลก โดยเมื่อเวลา 19.20 น. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าเกิดเหตุปล้นรถยนต์ในพื้นที่ 2 คัน คือ

– คันที่ 1 เป็นรถยนต์ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กค 6521 นราธิวาส เกิดเหตุ ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เหตุเกิดเวลาประมาณ 17.00 น.
– คันที่ 2 เป็นรถยนต์กระบะ โตโยต้าวีโก้ เหตุเกิดเวลาประมาณ 17.20 น.

ความคืบหน้าล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจพบรถต้องสงสัยดังกล่าว 2 คัน จอดทิ้งไว้บริเวณบ้านตอออ หมู่ 1 ต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการควบคุมพื้นที่ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งประสานชุด EOD เก็บกู้วัตถุระเบิด และชุดเก็บพยานหลักฐานเข้าดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้หน่วยกำลังในพื้นที่ ทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหาร เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ หน่วยกำลังทุกหน่วยเข้ากดดันเต็มพื้นที่ ทั้งในพื้นที่ป่าเขา และในเขตเมือง ปฏิบัติตามแผนป้องกันเมืองเศรษฐกิจ ในระดับเตรียมพร้อม 100 % และเน้นย้ำหน่วยป้องกันชายแดน เพิ่มความเข้มการปฏิบัติตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการหลบหนี เพ่งเล็งยานพาหนะที่ก่อเหตุ บุคคลต้องสงสัย รวมถึงเส้นทางที่อาจใช้ในการหลบหนี ตลอดจนประสานขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการติดตามคนร้าย

เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างสถานการณ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนเจตนาที่ชัดเจนของผู้ก่อเหตุในการใช้ความรุนแรง เพื่อหวังประโยชน์ทางการเงิน เพื่อมาหล่อเลี้ยงกลุ่มขบวนการ โดยมิได้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและระบบเศรษฐกิจในพื้นที่

จากการตรวจสอบและวิเคราะห์พฤติกรรมย้อนหลังพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้การปล้น ลักทรัพย์ และจี้ชิงทรัพย์ เพื่อนำเงินมาใช้ในการก่อเหตุรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้ออาวุธ วัสดุประกอบระเบิด ยานพาหนะเพื่อทำระเบิด และใช้ในการก่อเหตุร้าย โดยที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุลักษณะต่อระบบเศรษฐกิจ เช่น ปล้นตู้เอทีเอ็ม หลายจุดในวันเดียว เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2568 ปล้นห้างทองมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ในพื้นที่อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2562 และลักษณะการก่อเหตุต่อที่ว่าการอำเภอตากใบ ซึ่งรูปแบบการก่อเหตุเป็นลักษณะเดียวกัน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการกระทำเยี่ยงโจรดังกล่าว ซึ่งส่งผลต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รวมถึงการไม่คำนึงปากท้องของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือวัตถุต้องสงสัยหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามผู้ก่อเหตุ สามารถแจ้งเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 โทร.1341

หรือหน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง และย้ำว่า ผู้สนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการให้ที่พักพิง ซ่อนตัว หรือจัดหาเสบียง ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 อาจถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน