แม่เด็ก 16 ร้องมูลนิธิกระจกเงา ลูกสาวหายตัวไป 5 เดือน ถูกหลอกให้ไปแพ็คของที่ จ.สระแก้ว ก่อนถูก แก๊งสแกมเมอร์ พาไปทำงาน ใช้เยี่ยงทาสวันละ 18 ชม. ติดต่อไม่ได้

เมื่อวันที่ 19 ต.ค.68 ที่มูลนิธิกระจกเงา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแถลงข่าว “คนหายสู่อาชญากรรมข้ามชาติ : สแกมเมอร์–บัญชีม้า–ค้ามนุษย์ยุคใหม่” เปิดเผยสถานการณ์ “คนหายสู่อาชญากรรมข้ามชาติ” ที่เชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ บัญชีม้า และการค้ามนุษย์ยุคใหม่ โดยพา นางนุชรินทร์ แม่ของ น.ส.ฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ที่เดินทางมาร้องเรียนกับมูลนิธิกระจกเงา หลังลูกสาวหายตัวไป มาร่วมแถลงด้วย

นางนุชรินทร์ แม่ของ น.ส.ฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เล่าว่า ช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ลูกสาวบอกตนว่าจะไปทำงานแพ็คของที่จังหวัดสระแก้ว มีรายได้ดี ประกอบกับบ้านแฟนของลูกสาวอยู่ที่ปราจีนบุรี และแฟนของลูกสาวตั้งใจจะไปทำงานที่ปราจีนบุรีด้วย ต่อมาลูกเดินทางไปทำงานและอยู่ที่ไหนสักแห่ง ซึ่งยังอยู่ในประเทศไทย

ขณะนั้นยังได้รับการติดต่อจากลูกสาวว่าทำงานอยู่ที่ จ.สระแก้ว แต่เมื่อผ่านไป 3 วัน ตนลองติดต่อไปหาลูกกลับติดต่อใครไม่ได้เลย เพราะลูกถูกยึดโทรศัพท์และลูกข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านแล้วซึ่งข้อมูลนี้ตนรู้ภายหลัง

นางนุชรินทร์ กล่าวต่อว่า จนเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ลูกสาวติดต่อกลับมาว่าอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา) ทำงานเป็นสแกมเมอร์ หลอกคนไทยข้ามไปประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนแฟนของลูกสาวไปด้วยกัน แต่ลูกสาวไม่รู้ว่าแฟนทำอะไร ลูกสาวยังบอกอีกว่า ชีวิตการเป็นอยู่นั้นทำบากต้องทำงานแลกข้าวในทุกวัน ลักษณะข้าวก็เหมือนอาหารหมู ทำงานวันละ 18 ชั่วโมง หากทำงานไม่ได้ตามเป้า ก็ต้องทำไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ ลูกสาวยังเห็นคนโดนทุบตีถูกทำร้ายร่างกายอีกด้วย

ล่าสุดสามารถติดต่อกับลูกได้เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา ลูกสาวบอกว่าไม่ได้เจอแฟนเลย เพราะแฟนออกไปรับคนที่ไทยแล้วจับลูกสาวของตนไว้เป็นตัวประกันไม่ได้เจอแฟนเลย นอกจากนี้ลูกสาวยังบอกอีกว่า ประจำเดือนไม่มา 2 เดือนแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะท้องหรือไม่

ส่วนตัวเป็นห่วงลูกสาวมาก แต่ไม่สามารถติดต่อได้แล้ว ทุกครั้งที่พูดคุยกับลูกสาว ลูกสาวบอกว่าอยากกลับบ้านตลอด เพราะอยู่แบบทรมาน แต่ลูกสาวยังไม่ได้บอกจุดที่อยู่ เพราะยังกลัวอยู่ บอกแค่ว่าอยู่ตึกสีเทา สูง 4 ชั้น

นางนุชรินทร์ บอกอีกว่า ตนติดตามข่าวทุกวัน ทุกช่องเพราะหวังว่าจะมีข่าวลูกของตนหนีออกมาบ้าง แต่ก็ไม่มีเลย ตอนนี้เป็นห่วงลูกสาวมาก เพราะประเทศนั้นโหดเหี้ยมมาก และจากที่ดูข่าวเห็นว่าจุดที่อยู่นั้นต้องย้ายไปเรื่อยๆ

สำหรับการทำงานในส่วนของการติดตามตัวคนที่ถูกหลอกตนมองว่า ประเทศไทยทำงานช้ามาก หากเทียบกับต่างประเทศไม่ได้เลย และคิดว่าน่าจะมีเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองด้วย เพราะไม่งั้นจะไม่ช้าขนาดนี้ อยากให้ทางการไทยช่วยคนไทยทุกคน ที่ไม่ได้เต็มใจไป ให้กลับบ้าน แม้จะไม่ใช่ลูกของตนทุกคน แต่ก็สงสารเค้า จึงอยากขอความกรุณาหน่วยงานทางรัฐช่วยให้คนไทยกลับออกมาให้ได้

สุดท้ายอยากฝากถึงลูกสาวว่า ให้ดูแลตัวเอง แม่เป็นห่วงมาก ไม่มีวันไหนเลยที่แม่ไม่คิดถึงไม่เป็นห่วง กลัวลูกจะโดนทำร้ายร่างกาย เวลานั่งกินข้าวก็จะนึกถึงลูกตอลดว่า ลูกจะได้กินข้าวไหม ในเมื่อแม่อิ่มลูกจะอิ่มมั้ย คิดถึงลูก และตอนนี้ลูกอาจจะท้องด้วย ตนก็ยิ่งเป็นห่วงมากขึ้น ทุกวันนี้ทำได้แต่บอกตัวเองว่า “จะสู้อยู่รอลูก”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน