ในที่สุดรถอีวีที่เป็นกระแสแรงแห่งปี เจคู 5 อีวี (JAECOO 5 EV) ก็มาอยู่ในมือของ ‘ข่าวสด ยานยนต์’ เพื่อทดสอบกันเสียที หลังจากที่รอคอยมาพอสมควร เพราะคิวทดสอบจากทั้งสื่อมวลชน และลูกค้ายาวเหยียด ผลจากการตอบรับอย่างท่วมท้นนั่นเอง
โดยทีมงาน TQPR เอเยนซี่ ที่ดูแลแบรนด์ โอโมดา แอนด์ เจคู จัดมาให้เป็นตัวท็อป Long Range Max ได้เทคโนโลยีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ส่วนสมรรถนะเหมือนกันทุกประการ กับรุ่นเริ่มต้น Long Range Dynamic

นัดรับรถกันที่โชว์รูม โอโมดา แอนด์ เจคู ย่านอุดมสุข ถ.สุขุมวิท ดีไซน์จอเจ้า เจคู 5 อีวี จากแดนมังกร ค่อนข้างเรียบง่าย ภายใต้ปรัชญา ‘Origin of Nature’ เน้นความสมดุลแบบธรรมชาติ
เจคู 5 อีวี เป็นรถในเซ็กเมนต์ B-SUV แต่ขนาดใหญ่ใกล้ๆ C-SUV แม้หลายคนบอกว่ามีเค้าโครงคล้ายรถ SUV หรูจากฝั่งยุโรป แต่เท่าที่ดูแล้วดีไซน์ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง อาจจะมีบางมุมที่มองผาดๆ แล้วคลับคล้ายคลับคลา เท่านั้นเอง

มิติตัวรถที่สูงใหญ่ ประกอบกับภายในโทนสีขาว ช่วยให้พื้นที่ดูกว้างขวางสบายตา เบาะนั่งนุ่มแน่น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หน้าจอแสดงข้อมูลขนาด 8 นิ้ว หน้าจอกลางแนวตั้ง ระบบสัมผัสขนาด 13.2 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อหลากหลายรูปแบบ และมีที่ชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สายที่คอนโซลกลาง
เจคู 5 อีวี ถือเป็นหนึ่งในรถอีวี ที่ยังคงให้ปุ่มปรับกระจกมองข้าง และปรับช่องแอร์แบบได้ทันที เหมือนรถปกติทั่วไป ตรงนี้เหมาะกับใครที่ไม่ชอบวุ่นวาย ในการเข้าไปตั้งค่าในหน้าจอกลาง
ได้เวลาออกเดินทาง การจราจรย่านอุดมสุข แม้จะเป็นช่วงสายๆ วันธรรมดา แต่บอกได้เลยว่ายังหนาตาอยู่ไม่น้อย อาศัยความสูงของเจ้า เจคู 5 อีวี มองไปข้างหน้าได้ไกลหลายช่วงคัน ทำให้การประเมินว่าควรอยู่เลนไหนถึงจะไปเร็วกว่ากันได้เป็นอย่างดี

กำลังที่ได้จากมอเตอร์ ที่เรียกมาใช้งานได้สูงสุด 211 แรงม้า แรงบิด 288 นิวตัน-เมตร ที่แม้จะดูไม่มากมายอะไร แต่ด้วยความเป็นรถอีวี ที่กดเป็นพุ่งไม่ต้องรอรอบ ประกอบกับความคล่องตัวที่มีพอประมาณ ไม่ได้อุ้ยอ้ายแม้รูปร่างจะใหญ่โต ช่วยให้ออกตัว โยกซ้ายแซงขวาได้แบบสบายๆ แม้จะมีพี่ใหญ่ น้องเล็กเป็นเพื่อนอยู่เต็มถนนก็ตาม
ช่วงอยู่ในเมืองให้โหมดอี ยังไม่ค่อยรับรู้ถึงความหน่วงของตัวรถ เวลาถอนเท้าจากแป้นคันเร่ง เพราะทำความเร็วได้ไม่มาก ประมาณขับตามกันไป
แต่พอขึ้นสายเอเชียเพื่อมุ่งหน้าไปจ.ลพบุรี เริ่มทำความเร็วได้พอสมควร เห็นชัดถึงอาการหน่วง เลยกลัวว่าอาการเมารถจะถามหา รีบปรับโหมดมาตรฐาน ส่วนรีเจนแบตเตอรี่ ไม่มีให้ปิดระบบ ทำได้เพียงให้น้อยที่สุด แต่ก็ดูดีขึ้นมาก แม้จะมีให้ได้รับรู้เล็กๆ อยู่บ้างก็ตาม
ส่วนโหมดสปอร์ต ลองใช้อยู่พักหนึ่ง ช่วงที่ทำความเร็วสูง ถึงจะมีความกระชับมากขึ้น แต่แถมมาด้วยการออกตัวที่ค่อนข้างกระชาก และหน่วงเวลาถอนคันเร่ง คล้ายกับโหมดอีโค่ สรุปว่าโหมดมาตรฐานน่าจะเหมาะสมที่สุด

ระบบความปลอดภัยจัดให้มาล้นคัน ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน เป็นต้น
จากการจับระยะทาง กับอัตราสิ้นเปลืองพบว่า แบตเตอรี่ 1% วิ่งได้ระยะทางประมาณ 4 ก.ม. หากเต็ม 100% และขับแบบปกติน่าจะได้ระยะทาง 320-350 ก.ม. ถือว่าเพียงพอกับการใช้งานทั่วไป
ขณะที่การชาร์จไฟ ใช้สถานีชาร์จของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กำลังไฟฟ้า 50kW จากไฟที่มีอยู่ 27% ชาร์จเป็น 85% ได้ไฟมาทั้งหมด 41.05 kWh จ่ายค่าชาร์จไป 242.28 บาท ใช้เวลาชาร์จทั้งหมด 52 นาที จากนั้นขับทดสอบไปอีก 132 ก.ม. ไฟในแบตเตอรี่เหลือ 54% เท่ากับใช้ไฟไป 31% ถือว่าประหยัดได้ใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ใครที่กำลังมองหารถอีวีสักคันไว้ใช้งาน เจคู 5 อีวี Long Range Max คันนี้ ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย แม้อาจจะไม่ได้หรูหรา หรือมีเทคโนโลยีสุดล้ำ แต่ทุกอย่างที่มีมาให้ ก็ถือว่าเพียงพอเหมาะสมกับค่าตัวที่ต้องจ่ายในราคา 599,000 บาท ขณะที่ยังมีรุ่นเริ่มต้น Long Range Dynamic ค่าตัวอยู่ที่ 549,000 บาท ไว้เป็นทางเลือก
แวะไปชมและทดลองขับ เพื่อพิสูจน์ว่าทำไมเจ้าเจคู 5 อีวี ถึงได้เป็นรถสุดร้อนแรงแห่งปี ได้ที่โชว์รูม โอโมดา แอนด์ เจคู ได้ทุกแห่งทั่วประเทศ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ