ประสบความสำเร็จไม่น้อยกับตลาดบ้านเรา หลังจากค่ายรถอีวีจากแดนมังกร ‘ฉางอาน’ เข้ามาเปิดตัว จนปีนี้เข้าขวบปีที่ 3 แล้ว ล่าสุด “คริส อู๋” รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลล์ ประเทศไทย จำกัด เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์อย่างใกล้ชิด
♦ ความก้าวหน้าในรอบ 3 ปี
ฉางอานเข้ามาเริ่มทำตลาดในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2566 ด้วยแบรนด์ ดีพอล และลูมิน จากนั้นนำแบรนด์อวาทาร์ รถอีวีระดับหรูเข้ามาเปิดตัว ในปี 2567 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ขณะที่ในปี 2568 ได้เปิดโรงงานผลิตรถที่ จ.ระยอง นับได้ว่าเป็นการสร้างตลาดให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยโรงงานได้ตั้งเป้าผลิตรถให้ได้เดือนละ 1,000 คัน เพื่อรองรับความต้องการทั้งตลาดในประเทศ และส่งออก
และล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ นีโว (NEVO) รุ่น Q05 รถอีวีที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น อีกทั้งประกอบที่โรงงานในประเทศไทยทั้งคัน ซึ่งจากนี้ไปจะเร่งกำลังการผลิต เพื่อส่งมอบลูกค้าที่จองเข้ามาจำนวนมากในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา

♦ มีหลายแบรนด์ลูกค้าไม่งงใช่ไหม
เราพยายามนำรถเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ให้มีความหลากหลาย และครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ แบรนด์ลูมิน ลูกค้าที่ใช้รถน้อย วิ่งระยะใกล้ รับ-ส่งลูกที่โรงเรียน จ่ายตลาด ดีไซน์ น่ารัก แบรนด์นีโว เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง โฟกัสเรื่องความคุ้มค่า ฉางอาน เน้นเทคโนโลยีทันสมัย และอวาทาร์ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหรา สะดวกสบาย ระดับราคามีให้เลือกตั้งแต่ 400,000-800,000 บาท ไปจนถึงระดับราคากว่า 1 ล้านบาท ลูกค้าอยากได้รถอีวีแบบไหน ราคาเท่าไหร่ สามารถเป็นลูกค้าแบรนด์ในเครือฉางอานได้หมด โดยเข้าชม และทดลองขับได้ที่โชว์รูม และศูนย์บริการที่เปิดทำการแล้ว 53 แห่ง และจะเพิ่มเป็น 90-100 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้เข้าถึง และครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศ
♦ ราคาน้ำมันสูงขึ้นประโยชน์ตกกับอีวี
ก่อนอื่นขอบอกว่า สงครามเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะมีผลอย่างไรกับรถอีวี น้ำมันราคาแพงขึ้นไม่ใช่เรื่องดี เพราะทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นตามไปด้วย กระทบกับทุกฝ่าย ส่วนรถอีวีเป็นหนึ่งในทางเลือก และเพื่อช่วยลดปัญหาให้กับลูกค้า ได้ร่วมกับแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำจากประเทศจีนหัวเว่ย ในการให้เจ้าของรถยนต์ในเครือฉางอาน ใช้รถอีวีกับต้นทุนพลังงานที่ถูกลง พร้อมลดความเสี่ยงหากค่าไฟมีความผันผวน ด้วยการแถมโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้เองที่บ้าน ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดศูนย์ซ่อมแบตเตอรี่ ที่กรุงเทพฯ ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ลูกค้าให้ความสำคัญ อีกทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่ารถอีวีในเครือฉางอาน จะได้รับการดูแล ซ่อมแซม ให้สามารถใช้งานได้ระยะยาวลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของรถอีวี
♦ เป้าหมายยอดขายปีนี้
เมื่อปีที่แล้วมียอดขายรวมทุกแบรนด์ในเครืออยู่ที่ 15,000 คัน แบ่งเป็น ฉางอาน S05 จำนวน 7,000 คัน ฉางอาน ลูมิน 3,000 คัน ฉางอาน S07 กับ L07 รวมกัน 4,000 คัน ที่เหลือเป็นอวาทาร์ ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 30,000 คัน หรือเติบโตขึ้น 100% มาจากฉางอาน S05 จำนวน 10,000 คัน นีโว Q05 ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก เริ่มส่งมอบได้เดือนพ.ค. ตั้งเป้าไว้ที่ 10,000-11000 คัน ขณะที่รุ่นอื่นๆ รวมกันอีก 10,000 คัน มั่นใจว่าสามารถทำได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน