จริงๆ แล้ว ‘ข่าวสด ยานยนต์’ ได้ร่วมทดลองขับเจ้า “MG URBAN” ก่อนเปิดตัวกันไปแล้วก็จริง แต่ด้วยข้อจำกัดการขับที่น้อยนิด กับสถานการณ์จำลอง เพราะทีมงาน ‘เอ็มจี’ ต้องการโชว์ฟีเจอร์ล้ำๆ ที่มีอยู่เต็มคันมากกว่า
ว่าแล้วเมื่อปล่อยให้ยืมมาทดสอบส่วนตัวได้จึงไม่พลาดที่จะนำมาเป็นข้อมูลให้กับแฟนๆ ที่สนใจได้รับทราบโดยทั่วกัน ได้เป็นตัวท็อปรุ่น ULTRA ที่ใส่อุปกรณ์ล้ำสมัยมาแบบจัดเต็ม

MG URBAN เป็นรถอีวีสไตล์แฮตช์แบ๊ก 5 ประตู ขนาดกะทัดรัด จับกลุ่มลูกค้าที่เน้นใช้งานในเมือง ตรงกับชื่อรุ่นเป๊ะ ผลิตที่โรงงานในบ้านเราบนมาตรฐานระดับส่งออกไปประเทศแถบยุโรป
เลือกใช้โหมดคอมฟอร์ตและปั่นไฟกลับแบบเบา กำลังที่ได้จากมอเตอร์ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ขณะที่แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร อาจจะไม่ถึงกับจี๊ดจ๊าดมากนัก แต่เพียงพอที่จะเรียกใช้ได้ทันใจพอสมควร ประกอบกับความกะทัดรัด ช่วยให้หลบหลีกเพื่อนร่วมทางได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ติดตั้งแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion Phosphate (LFP) จาก CATL ความจุ 53.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง

ถึงแม้ชื่อรุ่นและลักษณะตัวรถจะเน้นการใช้งานในเมือง แต่อยากรู้ว่าหากขับนอกเมืองแล้วจะมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง เลยหันหัวมุ่งหน้าสู่จ.ชลบุรี ใช้เส้นทางบูรพาวิถี เพิ่มความเร็วต่อเนื่อง ตัวเลขความเร็วไต่ระดับขึ้นไม่ถึงกับปรู๊ดปร๊าด แต่ทำได้ต่อเนื่องไม่มีเหนื่อยไม่มีท้อ
ทางเรียบตรงยาว แม้จะอยู่บนย่านความเร็วสูงแต่ตัวรถยังคงนิ่งกริบ พวงมาลัยแม่นยำพอประมาณ ทำให้ไม่รู้สึกเครียด
ช่วงทำความเร็วต่ำตัวรถถือว่าเงียบตามบุคลิกรถอีวี แต่พอเกิน 110 ก.ม.ต่อช.ม.เสียงลมเริ่มเข้ามาให้ได้ยิน และชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเพิ่มความเร็ว

ลงทางด่วนก่อนถึงปลายทาง เพราะประสบการณ์บอกว่ารถติดสาหัส แล้วลัดเลาะเข้าซอยย่อยที่ช่วยร่นระยะทางและรถไม่ติด แต่เจอกับถนนที่ค่อนข้างขรุขระ เป็นหลุมบ่อพอสมควร
ทำให้ได้รับรู้ว่าความนิ่ง หนึบแน่นในช่วงทำความเร็วสูงต้องแลกกับความนุ่มนวล เพราะแม้ว่าจะค่อยๆ หยอดลงหลุม แต่ก็ยังมีแรงสะท้านขึ้นมาให้ได้สัมผัสอยู่บ้าง เป็นผลมาจากเบาะนั่งที่ค่อนข้างแน่นทำให้การรับรู้ค่อนข้างชัดเจน
มาดูเรื่องของดีไซน์กันบ้าง MG URBAN รุ่น ULTRA ออกแบบภายใต้แนวคิด “Gender Neutral & Trendy” ด้านหน้าเพิ่มความหรูหราด้วยโลโก้เรืองแสง ไฟหน้า LED พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิด อัตโนมัติ
ไฟท้าย LED ดีไซน์ Union Jack ให้สมกับเป็นรถสายเลือดอังกฤษ ติดตั้งระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง สปอยเลอร์หลัง และระบบเปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ ระบบ V2L เปลี่ยนรถอีวีเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 3.3 kW

ภายในตกแต่งสีทูโทนเทา-ดำ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนัง เบาะนั่งหนังสังเคราะห์ ฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบเป่าลมเบาะคนขับ และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง Interactive Ambient Light 256 เฉดสี หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอสีระบบความบันเทิงแบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว ตรงนี้บางครั้งยังทำงานได้ไม่ทันใจนักกับการกดใช้งานบางไอคอน อารมณ์เหมือนหน่วงอยู่เล็กๆ มีที่ชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย หลังคากระจกพาโนรามิกเต็มแผ่น พร้อมม่านบังแดด มีช่องแอร์สำหรับเบาะนั่งแถวหลัง
ระบบความปลอดภัยใส่มาเต็มพิกัด รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ระดับ L2 +Auto Parking Assistance ผสานการทำงานจากเซ็นเซอร์ กล้อง และเรดาร์รอบคัน 21 ตำแหน่ง
ขากลับเลือกใช้เส้นทางบางนา-ตราด มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มีทำถนนเป็นระยะๆ ส่วนใหญ่จะมีแจ้งล่วงหน้าพอสมควร แต่มีบางจังหวะที่กระชั้นชิดไปหน่อยทำให้ต้องหักหลบ ดีว่าขับไม่ได้เร็วมาก สัมผัสถึงการแก้อาการทำได้รวดเร็วและช่วงล่างที่เสถียร ตัวรถไม่มีแรงเหวี่ยง แรงสะบัด แถมยังตั้งตรงเดินทางต่อราวกับว่าไม่ได้เจอเหตุการณ์ใดๆ มาก่อนหน้านี้

กลับถึงกรุงเทพฯ ดูอัตราสิ้นเปลือง ทำระยะทางไปทั้งหมด 221 ก.ม. ไฟเหลือให้วิ่งได้อีก 186 ก.ม. แบตเตอรี่จาก 100% เหลือ 41% เท่ากับใช้ไป 59% คำนวณแล้วแบตเตอรี่ 1% วิ่งได้ระยะทาง 3.74 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 13.0 kWh
อาจจะห่างจากสเป๊กอยู่พอสมควร แต่ถือว่าเพียงพอกับการใช้งาน ไม่ว่าจะใช้ในเมืองในวันทำงาน หรือออกนอกเมืองในวันพักผ่อน ไปกลับกรุงเทพฯ-บางแสนแบบไม่ต้องแวะชาร์จได้สบายๆ
ส่วนสนนราคา MG URBAN รุ่น ULTRA ช่วงแนะนำอยู่ที่ 729,900 บาท จากราคาปกติ 749,900 บาท พร้อมรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ