“เอแซป” สยายปีก คว้าสิทธิ์ผู้แทนจำหน่าย และทำการตลาดรถอีวีเชิงพาณิชย์ “แมกซัส” จากแดนมังกร พร้อมเพิ่มความสะดวก เตรียมผุดสถานีชาร์จเสิร์ฟในพื้นที่ลูกค้า

คร่ำหวอดอยู่ในวงการยานยนต์ มากว่า 20 ปี จากการเริ่มต้นเป็นดีลเลอร์ค่ายยักษ์ใหญ่ และขยายอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถเช่าระยะสั้น ระยะยาว รวมถึงเป็นดีลเลอร์รถอีวี

ด้วยวิสัยทัศน์ และความสามารถของ ทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติคออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือเอแซป (ASAP)

ล่าสุดเล่นใหญ่ชนิดที่ใครต้องเหลียวมอง เพราะก้าวขึ้นเป็นผู้แทนจำหน่าย และทำการตลาดรถเชิงพาณิชย์อีวีแบรนด์ “แมกซัส (MAXUS)” จากประเทศจีน พร้อมแย้มเตรียมผุดสถานีชาร์จ

เอแซปขยับใหญ่อีกครั้ง

ด้วยเพราะมองเห็นโอกาสในการทำตลาดรถอีวีเชิงพาณิชย์ ที่ยังมีผู้เล่นไม่มาก แต่เชื่อว่าจากนี้ไปความต้องการจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะทั้งองค์กรภาครัฐ-เอกชน ให้ความสำคัญกับเรื่องของความประหยัด ซึ่งรถอีวีให้ความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก รวมถึงหลายองค์กรต้องหันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้นด้วย

โดยรถอีวีเชิงพาณิชย์ แมกซัส ดำเนินธุรกิจภายใต้บริษัท อีแวนเต จำกัด (EVANTE) ผู้จัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบรนด์ MAXUS อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ที่บริษัทได้รับการแต่งตั้งจาก SAIC MOTER มาตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2569 และพร้อมดำเนินธุรกิจแล้วตั้งแต่เดือนส.ค. ที่ผ่านมา

เปิดตัวทำตลาดกี่รุ่น

เบื้องต้น ทำตลาดด้วยการเปิดตัวรถอีวีาเพื่อการพาณิชย์ จำนวน 5 รุ่น โดยเปิดตัวครั้งแรกในงาน Big Motor Sale 2026 เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม eDeliver เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าในธุรกิจขนส่ง โลจิสติกส์ ได้แก่ 1. eDeliver 5 Cargo รถอีวีตู้ทึบเพื่อการขนส่งขนาดเล็ก 2.eDeliver 5 Passenger รถอีวีตู้เพื่อการโดยสารขนาดเล็ก 3. eDeliver 7 รถอีวีตู้โดยสารเพื่อการขนส่ง และโดยสารขนาดกลาง 4. eDeliver 9 รถอีวีตู้โดยสารขนาดใหญ่ ใช้สำหรับเจาะกลุ่มรถพยาบาล รถกู้ภัยต่าง ๆ เพราะมีหลังคาสูง เหมาะสำหรับการใช้งานลักษณะเฉพาะ และeTerron 9 รถอีวีปิกอัพขนาดใหญ่ ใช้สำหรับการขนสินค้า ตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ไว้ที่ 500 คัน

แผนการทำตลาด

เน้นกลุ่มลูกค้าองค์กร ทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่ใส่ใจเรื่องความประหยัด และรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งนอกจากจะจัดจำหน่ายรถแล้ว บริษัทยังมีแผนในการจัดสร้างสถานีชาร์จ ในพื้นที่ของลูกค้า เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

การขยายเครือข่าย

เบื้องต้นตั้งเป้าเปิดโชว์รูม และศูนย์บริการ ภายในปีนี้ 5 แห่ง โดยเป็นการลงทุนเองในรูปแบบแฟลกชิปสโตร์ 1 แห่ง บนถนนบางนา-ตราด กม.11 ที่เหลือเป็นการเเต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) กระจายออกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ สาขารามอินทรา กม.4, ชลบุรี, เชียงใหม่ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าเพียงพอกับความต้องการ เพราะตลาดนี้ยังไม่ใหญ่มาก แต่มีโอกาสในการเติบโตค่อนข้างสูง คาดว่าในช่วง 1-2 ปีจากนี้ไป ความต้องการใช้งานรถอีวีเชิงพาณิชย์อยู่ที่ปีละ 10,000 คัน และขยายเพิ่มเป็น 30,000 คัน ในอนาคตอันใกล้

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน