จริงๆ แล้วเมื่อครั้งที่ค่ายฮอนด้าจัดทริปทดสอบ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีให้ขับทั้งรุ่น 1.0 เทอร์โบ และ HEV หรือฟูล ไฮบริด แต่ด้วยต้องแบ่งกันขับกับเพื่อนร่วมคัน ทำให้ได้ระยะทางที่น้อยนิดกระจิริด
‘ข่าวสด ยานยนต์’ เลยเลือกทดสอบเพียงรุ่นเดียวคือรุ่น 1.0 เทอร์โบ ส่วน HEV ค่อยยืมมาทดสอบ และเมื่อวันก่อนได้เจอกับทีมพีอาร์สาวน้ำใจงามแห่งค่าย ฮอนด้า ออโตโมบิล ลองแย็บถามดูได้คำตอบว่ามีให้ยืมได้ในทันทีแต่เป็นรุ่น V หรือรุ่นเริ่มต้นของ HEV

ฮอนด้า ซิตี้ รุ่น V เป็นรุ่นที่ทำขึ้นเป็นทางเลือกให้นักเลงรถที่ไม่ได้ต้องการฟังก์ชัน ฟีเจอร์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และหรูหราอะไรมาก แต่ยังคงสมรรถนะการขับขี่ และระบบความปลอดภัยได้เต็มที่ แล้วทำราคาให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้า LED โลโก้ H Mark แบบ 2 มิติ ซึ่งเหมือนกันทุกรุ่นย่อย ที่แตกต่างคือไม่มีไฟ Connecting Light ที่พาดยาวระหว่างไฟหน้าซ้ายจดขวา กับสีล้ออัลลอย

ส่วนภายในที่มีเหมือนกันทุกรุ่น หน้าจอแสดงข้อมูลแบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว เบรกมือไฟฟ้าระบบ Auto Brake Hold
ที่แตกต่าง รุ่นนี้ได้เบาะนั่งแบบผ้า ตกแต่งสีดำ ไม่มีไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร ไม่มีช่องแอร์หลัง หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ไม่มีกล้องหลังเวลาใส่เกียร์ R หลายคนบอกว่าเล็กไปหน่อย และไม่ปลอดภัย
แต่ส่วนตัวชอบมาก เพราะเวลาถอยรถ ‘ข่าวสด ยานยนต์’ ยังใช้กระจกมองข้างซ้าย-ขวาอยู่เสมอ ทำให้ไม่มีแสงไฟมาแยงตา โดยเฉพาะเวลากลางคืน ส่วนความปลอดภัย ติดสัญญาณเตือนถอยหลังราคาหลักร้อยบาท แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ติดตั้งมาให้ในทุกรุ่นย่อย อาทิ ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก ระบบเตือน และควบคุมรถออกนอกเลน ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์ พร้อมเปิดแอร์จากกุญแจรีโมต ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตออกห่างจากตัวรถ เป็นต้น
รับรถกันที่สำนักงานย่านบางชัน มีนบุรี การจราจรหนาตาเป็นปกติแต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่คันนี้ ด้วยขนาดกะทัดรัดประกอบกับกำลังที่เรียกมาจากเทคโนโลยี ฟูล ไฮบริด ได้อย่างทันอกทันใจ ไม่ถึงกับจี้ดจ้าดหลังติดเบาะ แต่ก็ไม่อืดจนน่ารำคาญ จากมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ให้แรงบิดรวม 253 นิวตัน-เมตร

ขับขี่ในเมืองแบบนี้ ระบบความปลอดภัยช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ขึ้นอย่างมาก แต่ที่ชอบเป็นพิเศษคือระบบแจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว ช่วยได้เยอะจังหวะที่เราจอดติดไฟแดง แล้วทำโน่นทำนี่ไม่ได้มองว่ารถคันหน้าเคลื่อนตัวแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนภายใน 3-4 วินาที ด้วยเสียงเบาๆ พอให้ได้รู้ตัว ไม่ต้องรอให้คันหลังบีบแตรเตือนแทน
ใช้งานในเมืองอยู่ 2-3 วัน เจอกับการจราจรหนาแน่น แถมบางวันมีฝนตกรถติดหนึบหนับพอประมาณ แต่พอเหลือบดูอัตราสิ้นเปลืองแล้วบอกเลยว่าค่อนข้างประทับใจ วิ่งไปแล้ว 119.9 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 23.6 ก.ม./ลิตร เดี๋ยวมาดูว่าใช้งานนอกเมืองแล้วจะประหยัดแบบนี้อยู่ไหม

วันรุ่งขึ้นมุ่งหน้าไป จ.นครราชสีมา กันแต่เช้า ได้โอกาสทำความเร็ว ไม่รอช้าเพิ่มน้ำหนักเท้าที่แป้นคันเร่ง ตัวเลขความเร็วเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนไปถึง 120 ก.ม./ช.ม. ตามกฎหมายกำหนด บอกเลยว่านอกจากความเร็วที่มาไวแล้ว ความนิ่งของช่วงล่างที่หากไม่มองตัวเลขที่หน้าปัดแล้ว คิดว่าอยู่ที่สัก 90-100 ก.ม.เท่านั้น
ขณะที่ความเงียบภายในห้องโดยสารถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำได้ดีกว่าที่เสียงลมจะเล็ดลอดเข้ามาได้ ความเร็วเกิน 110 ก.ม./ช.ม. ไปแล้ว จะมีก็แต่เสียงเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ที่ติดขึ้นมาเพื่อปั่นไฟไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่เมื่อจอดติดไฟแดง ที่ดังเข้ามาในห้องโดยสารอยู่พอประมาณ

ขับกันไปจนไฟเตือนน้ำมันใกล้หมดแสดงขึ้นมา ระยะทางที่ขับกันไปทั้งหมด 711.6 ก.ม. เหลือน้ำมันให้วิ่งได้อีก 70 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 22.9 ก.ม. ถือว่าประหยัดไม่เบา เพราะจากที่ดูแล้วแม้อยู่บนย่านความเร็วกว่า 100 ก.ม./ช.ม. ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเรียลไทม์ยังป่วนเปี้ยนแถวๆ 20 ก.ม./ลิตร อยู่ตลอด
ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ รุ่น V เป็นรถที่ให้อุปกรณ์มาเพียงพอสำหรับนักเลงรถที่ต้องการรถที่มีสมรรถนะการขับขี่ และระบบความปลอดภัย โดยมีค่าตัวอยู่ที่ 619,000 บาท ส่วนจะเหมาะกับการใช้งานหรือไม่ต้องแวะไปพิสูจน์ด้วยตัวเองที่โชว์รูม ฮอนด้า ทั่วประเทศ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ