‘ฟอร์ด มัสแตง’ สวยงามตามท้องเรื่อง-แรงหายห่วง

หลังจากโหมโรงมาพักใหญ่ ในที่สุดฟอร์ด ก็เปิดตัวยอดเก๋งสปอร์ต‘มัสแตง’ ที่มีประวัติยาวนานกว่า 50 ปี รูปร่างหน้าตาต้องบอกว่าสวยงามหยดย้อย กระจังหน้าขนาดใหญ่แต่กดต่ำลงกว่าเดิม พร้อมสัญลักษณ์‘ม้าวิ่ง’สีเงินบนกระจังหน้า ฝากระโปรงหน้าปรับให้แบนราบลงพร้อมช่องระบายอากาศในตัว ดูดุดันมากขึ้น และได้หลักอากาศพลศาสตร์ด้วย

ไฟหน้ามีขนาดเล็กแต่สว่างสะใจด้วยโคมโปรเจ็คเตอร์ LED พร้อมไฟเดย์ไทม์แบบ 3 ขีด ล้อกับไฟท้าย 3 แถวอันเป็นเอกลักษณ์ เด่นขึ้นด้วยโคมแบบใส กันชนหลังและดิฟฟิวเซอร์แบบใหม่ บวกกับสปอยเลอร์ช่วยเพิ่มความโฉบเฉี่ยวให้กับด้านท้าย

ท่อไอเสีย 4 ท่อดูดุดันขึ้นอีก ท่อไอเสียชุดนี้ติดตั้งเทคโนโลยีปรับระดับความดัง‘Active Valve Performance Exhaust’เป็นครั้งแรก ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับความดังเสียงของท่อไอเสียได้ตามความต้องการ มี‘Quiet Mode’ตั้งค่าให้ท่อไอเสียเงียบได้ในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งดีมากเมื่อขับเข้าไปในเขตชุมชน หรือต้องสตาร์ทรถตอนเช้าๆ จะได้ไม่รบลกวนเพื่อนบ้าน

ล้ออัลลอยสีดำขนาด 19 นิ้ว เต็มซุ้มพอดี ระบบเบรค Brembo มาพร้อมชุดแต่ง Performance Pack ที่ให้เฟืองท้ายแบบ Limited-Slip ให้การขับขี่ในโค้งสนุกขึ้น

ภายในเน้นโทนดำ ตกแกต่งด้วยวัสดุตกแต่งผิวสัมผัสนุ่มตลอดแนวประตู พร้อมมือจับประตูอลูมิเนี่ยม เมื่อปลดล็อคประตู ปุ่มสตาร์ทรถจะกระพริบไฟสีแดงทันทีจนกว่าจะสตาร์ทรถ โดยจะกระพริบด้วยความเร็ว 30 ครั้งต่อนาที เท่ากับอัตราการเต้นของหัวใจของม้าป่ามัสแตงขณะพัก

พวงมาลัยระบบมัลติฟังก์ชั้นแบบ 3 ก้าน หลังพวงมาลัยมีแป้นเปลี่ยนเกียร์แพดเดิ้ลชิฟท์ แผงหน้าปัดแสดงผลดิจิตอล LCD ขนาด 12 นิ้ว แสดงข้อมูลโหมดขับขี่แต่ละโหมด คล้ายกับที่มีในรถซุปเปอร์คาร์ อย่างรถฟอร์ด จีที

ขยับมาตรงกลางเป็นหน้าจอทัชสกรีนกลางขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อระบบสื่อสารและความบันเทิงภายใน‘SYNC 3’ สั่งงานด้วยระบบเสียงทั้งระบบนำทาง และระบบปรับอากาศรองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ช่องแอร์ทรงกลม 3 วง ด้านข้างทรงเหลี่ยม ต่ำลงมาเป็นระบบควบคุมต่างๆ

ฟอร์ด มัสแตง รุ่นที่จำหน่ายในเมืองไทยมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 บล็อก เริ่มจากเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 460 แรงม้า แรงบิด 556 นิวตัน-เมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 4.3 วินาที

และอีกบล็อกเป็นเครื่องยนต์อีโค่บูสต์ขนาด 2.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 300 แรงม้า และแรงบิด 440 นิวตัน-เมตร มีฟังก์ชั่น Overboost ช่วยเพิ่มแรงดันอากาศจากเทอร์โบ ให้ผู้ขับขี่ได้สนุกมากขึ้น

ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ควบคุมด้วยอิเล็คทรอนิคปรับแต่งเครื่องตามโหมดการขับขี่ต่างๆ การขับขี่มีให้เลือก 6 โหมด ประกอบด้วยโหมดปกติ (Normal) โหมดสปอร์ต (Sport) โหมดแทร็ค (Track) โหมดหิมะ/พื้นเปียก (Snow/Wet)

ส่วนอีก 2 โหมดติดตั้งเพิ่มขึ้นมาคือ โหมดแข่งทางตรง (Drag Strip) เพื่อประสิทธิภาพอัตราเร่งสูงสุดในการแข่งขันแบบควอเตอร์ไมล์ และ‘My Mode’ เลือกตั้งค่าสมรรถนะการขับขี่ และเสียงท่อไอเสียได้ตามต้องการ

ระบบช่วงล่างออกแบบให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยข้อต่อแบบ Cross-Axis ช่วยลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นในการเข้าโค้งลดการบิดของตัวถังได้ เหล็กกันโคลงที่หนาขึ้นยังช่วยลดอาการโคลง บวกกับโช้คอัพที่ปรับแต่งใหม่ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

ความปลอดภัยมีทั้งระบบเตือนการชน (Pre-Collision Assist) ผสานระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection)
ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) และระบบแจ้งเตือนระยะห่าง (Distance Alert) เป็นครั้งแรก ช่วยรักษาระยะห่างที่เหมาะสมจากรถคันหน้า ฯลฯ

มีให้เลือก 4 สี คือ สีส้ม ออเรนจ์ ฟิวรี่ เมทัลลิค ไตร-โค้ท (Orange Fury Metallic Tri-Coat), สีดำชาโดว์ แบล็ค เมทัลลิค (Shadow Black Metallic), สีแดง เรซ เรด (Race Red) และ สีเทา แมคเนติค เมทัลลิค (Magnetic Metallic)

ราคา ฟอร์ด มัสแตง 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack ราคา 4,799,000 บาท

และฟอร์ด มัสแตง 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ราคา 3,599,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้เพลง อึ้งคุณนายเจ้าระเบียบ แม่ตู่ เขียนโน๊ตเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้ทั่วบ้าน
บทความถัดไปบอคเซีย ฟอร์มเฉียบช่วยทัพพาราไทยคว้ามาได้ 2 เหรียญทอง 2 เงิน