นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)เปิดเผยถึงกรณีที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ผ่านร่างกฎกระทรวงคมนาคม ของกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)2ฉบับ คือการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการขอต่ออายุ และการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ… และการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการบำรุงรักษาไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง พ.ศ…. เพื่อยกระดับความปลอดภัยการขับขี่ทางถนน โดยในอนาคตจะเพิ่มชั่วโมงอบรมความรู้จาก 5 ชั่วโมง เพิ่มเป็น 15 ชั่วโมง และกำหนดให้ผู้ขอใบขับขี่สามารถ อบรมและทดสอบจากโรงเรียนขับรถเอกชนที่ได้รับการรับรองจากขบ. ซึ่งปัจจุบันมีภาระค่าใช้จ่ายค่าเรียนและอบรมประมาณ 5,000 บาท/คน ว่ากฎกระทรวงดังกล่าวออกมาเพื่อพัฒนามาตรฐานการขับขี่บนถนนให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งจะใช้บังคับกับทั้งรถจักรยายยนต์และรถยนต์ส่วนบุคคล
ขณะนี้ร่างอยู่ระหว่างการรอนำเสนอต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าจะประกาศบังคับใช้ภายในปี 2561 เนื่องจากขบ. ต้องใช้เวลาการจัดทำและติดตั้งระบบออนไลน์ เพื่อรองรับระบบการสอนและการสอบของโรงเรียนสอนขับรถ คงไม่ทันในปีนี้

สนิท พรหมวงษ์
ส่วนสาเหตุที่ขบ.จะต้องส่งเสริมให้โรงเรียนสอนขับรถเอกชนเข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันโรงเรียนสอนขับรถของขบ.ยังมีน้อยมาก ขณะที่สำนักงานสาขาของขนส่งตามต่างจังหวัดก็ยังมีไม่ครอบคลุม มีจำนวนน้อยกว่าจำนวนคนที่ต้องการมาสอบใขขับบี่ทำให้คิวรอสอบในหลายๆ จังหวัดยาวมาก ในบางจังหวัดต้องรอคิวนานกว่า 3 เดือนจึงจะได้สอบ ซึ่งหากมีโรงเรียนเอกชนมารองรับจะทำให้ขบวนการเร็วขึ้น
นายสนิท กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเรียนและสอบใบขับขี่ผ่านโรงเรียนขับรถเอกชน ซึ่งปัจจุบันที่มีราคาเฉลี่ยสูงถึงคนละ 5,000 บาทว่า ขณะนี้โรงเรียนสอนขับรถส่วนใหญ่คิดค่าใช้จ่ายสำหรับรถยนต์ประมาณคนละ 5,000 บาท ในขณะที่ขบ. กำหนดเพดานค่าใช้จ่ายไว้ ระหว่าง 2,000-6,000 บาท/คน ส่วนรถจักรยานยนต์ กำหนดเพดานไว้ระหว่าง 500-1,000 บาท/คน ทั้งนี้หากประชาชนเลือกสอบใบขับขี่ผ่านโรงเรียนสอนขับรถเอกชน จะต้องลงทะเบียนทั้งเรียนขับรถและสอบใบขับขี่ไปพร้อมกันด้วย ไม่สามารถที่จะมาลงทะเบียนขอสอบขับรถอย่างเดียวต้องซื้อเป็นแพคเกจพ่วงกัน
“สำหรับค่าเรียนรถยนต์คนละ 5,000 บาท ขณะนี้หลายคนมองว่าแพงเกินไป ดังนั้นกรมการขนส่งจะต้องกลับไปทบทวนอัตราค่าใช้จ่ายในการเรียนและอบรมโรงเรียนเอกชนใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด และให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยอาจจะปรับลดลง เพราะหากอนาคตมีโรงเรียนเอกชนเพิ่มขึ้นราคาค่าเรียนและค่าสอบจะลดลงเอง เพราะมีการแข่งขันกันมากขึ้น”อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าว

นายสนิท กล่าวต่อว่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการทำใบขับขี่ นั้น ขอแนะนำให้ไปสอบที่สำนักงานสาขาของกรมขนส่งตามจังหวัดต่างๆ ได้ตามเดิม หรือไปเรียนและสอบผ่านโรงเรียนสอนขับรถของขบ. ซึ่งปัจจุบันเสียค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 650 บาทเท่านั้น ไม่ได้บังคับว่าจะต้องไปเรียนและสอบผ่านโรงเรียนสอนขับรถเอกชนเท่านั้น
ทั้งนี้ยอมรับว่าปัจจุบันโรงเรียนของขบ.ที่เปิดสอนและสอบราคาถูกมีน้อยมาก ปัจจุบันมี 4 แห่ง คือ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี เพชรบูรณ์ และชัยภูมิ โดยขณะนี้มีแนวคิดว่าจะเปิดโรงเรียนของขบ.เพิ่มขึ้นในอีกหลายจังหวัดให้ครบทั้ง 4 ภาค เช่น ชลบุรี ชัยภูมิ(ขยายเพิ่ม) ส่วนในภาคใต้ อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะสร้างที่ไหนบ้างระหว่าง สุราษฎร์ธานี สงขลา ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนภาคกลาง อาจจะเป็นที่นครสวรรค์ ส่วนภาคอีสานคือเชียงใหม่ เป็นต้น
นายสนิท กล่าวถึงการปรับเพิ่มเวลาอบอรมความรู้จาก 5 ชั่วโมง เพิ่มเป็น 15 ชั่วโมง ว่า การอบรม 15 ชั่วโมงนั้น แบ่งเป็นออกเป็น 1.การอบรมภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง 2.ฝึกหัดขับในสนาม จำนวน 4 ชั่วโมง 3.ขับขี่บนถนนจริง 3 ชั่วโมง และ 4.อบรมความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ ส่วนประกอบ ส่วนควบของรถ 3 ชั่วโมง เบื้องต้นคาดว่าอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการอบรมมากกว่า 1 วัน เพราะการอบรมแบ่งออกเป็นหลายประเภท ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยขณะนี้ขบ. ไม่ได้มีการกำหนดหรือบังคับว่าจะต้องใช้เวลาในอารอบรมให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากข่าวเกี่ยวกับกฎกระทรวงใบขับขี่ใหม่รูปแบบใหม่ เผยแพร่ออกไปเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากกรมการขนส่งทางบก ให้ผู้สอบใบขับขี่สามารถเลือกไปเรียนและสอบใบขับขี่ยังโรงเรียนสอนขับรถเอกชน ซึ่งคิดค่าใช้จ่ายแพงเฉลี่ยคนละ 5 พันบาทนั้น ทำให้ช่วงเช้าของวันที่ 15 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ เรียกนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เข้าพบทันที จากนั้นนายอาคม มอบหมายให้นายจิรุต วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวง และนายสนิท แถลงข่าวเพื่อชี้แจงอีกครั้ง พร้อมกับเลื่อนบังคับใช้กรณีนี้ดังกล่าวไปเป็นปีหน้า จากเดิมกำหนดว่าจะใช้ภายในปีนี้