เรื่องราวของรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อน และรถยนต์พลังงานไฮบริดยังเป็นที่น่าสนใจและได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วโลก เช่นเดียวกับศูนย์นิทรรศการโตโยต้า‘ไคคัง’ (Toyota Kaikan) ณ โตโยต้าซิตี้ อำเภอไอจิ ประเทศญี่ปุ่น นำรถเหล่านี้มาจัดแสดงเพื่อให้เห็นวิวัฒนาการของนวัตกรรมด้านยานยนต์
อย่าง‘โตโยต้า พริอุส’ รถยนต์ไฮบริดสีเขียวสดใส มีความพิเศษอยู่ที่ตัวถังสีเขียว ‘Thermo Tech Lime Green’ ซึ่งไม่เพียงจะโดดเด่นสะดุดตาเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองได้ เนื่องจาก termo Tech เป็นเทคโนโลยีในการพ่นสีรถยนต์ที่ไม่มีส่วนผสมของคาร์บอน แต่ใช้ไทเทเนียมออกไซด์แทน เพื่อลดการดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยให้แสงอาทิตย์สะท้อนกลับออกไป ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถลดอุณหภูมิที่ตัวถังรถยนต์ได้มากถึง 9 องศา
ขณะที่โตโยต้าเองยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไปอีกระดับ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสอดคล้องกับความท้าทายของบริษัทโตโยต้าทั่วโลก ในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมการทำงานของธุรกิจให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050

โตโยต้า มิไร ผ่าให้ดูการทำงานภายใน
ล่าสุดผลิต‘โตโยต้า มิไร’รถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน หรือ‘FCV’นับเป็นพลังานทางเลือกล่าสุดของรถยนต์ โดยโตโยต้าประสบความสำเร็จอย่างมากในการผลิตรถยนต์ชนิดนี้ พร้อมวางจำหน่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2557 จนเป็นที่นิยมอีกรุ่นในญี่ปุ่น ขณะที่ทางฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกาวางจำหน่ายไปเมื่อเดือนกันยายนและตุลาคมเมื่อปีที่แล้ว
‘มิไร’ให้กำลังสูงสุดที่ 154 แรงม้า แรงบิดที่ 335 นิวตันเมตร แต่ความพิเศษอยู่ที่การปล่อยไอเสียเป็นศูนย์ ส่วนราคาอยู่ที่ 7.236 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทย 2 ล้านกว่าบาท
เรื่องราวการผลิตของโตโยต้า รวมไปถึงแนวคิดในการใช้พลังานอย่างคุ้มค่า ถูกถ่ายทอดผ่านห้องนิทรรศการแห่งนี้มายาวนานกว่า 40 ปี

เรียนรู้เซลล์พลังงานเชื้อเพลิงไฮโดรเจน
ล่าสุด บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พาคณะครู เยาวชน และตัวแทนชุมชน ที่มีผลงานดีเด่นจากการทำกิจกรรมรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน ภายใต้กิจกรรม“ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ต่อยอดองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เดินทางไปทำกิจกรรมที่ประเทศญี่ปุ่น
โตโยต้า ไคคัง หนึ่งในสถานที่ที่ให้ตัวแทนทุกคนร่วมชมนิทรรศการที่แสดงถึงนวัตกรรมในด้านต่างๆ ของโตโยต้า โดยเฉพาะวิวัฒนาการของรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานของผู้ชนะกิจกรรม‘ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา’แก่ตัวแทนจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น ประเทศที่ญี่ปุ่น
กิจกรรม “ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา” ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการโตโยต้าเมืองสีเขียว ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนโรงเรียนและเทศบาลจากทั่วประเทศ จัดทำแผนงานส่งเข้าประกวด เพื่อช่วยสนับสนุนการลดภาวะโลกร้อนภายในชุมชนของตน โดยมีแนวทางในการทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมใน 5 ด้าน คือการลดใช้ไฟฟ้า, การลดขยะ, การเดินทางอย่างยั่งยืน, การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการอนุรักษ์น้ำ


.เรียนรู้ระบบนิเวศ ที่สถาบันชิราคาวาโก
ประเภทโรงเรียนที่ได้ถ้วยพระราชทาน รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ โรงเรียนกันตังพิทยากร อ.กันตัง จ.ตรัง จากการดำเนินกิจกรรม “โครงการกันตังพิทยากร ลดเมืองร้อนด้วยมือเรา” รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ โรงเรียนวชิรวิทย์ เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากการดำเนินกิจกรรม “โครงการวชิรวิทย์ ร่วมใจประหยัดพลังงาน” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ โรงเรียนศรีโคตรบูรณ์ อ.เมือง จ.นครพนมจากการดำเนินกิจกรรม “โครงการลดเมืองร้อน ด้วยมือเราชาวศรีโคตรบูรณ์”
ประเภทชุมชน รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ชุมชนบ้านม่อนแก้ว เทศบาลตำบลบ้านสาง อ.เมือง จ.พะเยา จากการดำเนินกิจกรรม “โครงการชุมชนบ้านม่อนแก้วร่วมใจ ลดโลกร้อนด้วยวิถีพอเพียง เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ ชุมชนบ้านดอนแยง เทศบาลตำบลหงาว อ.เถิง จ.เชียงราย จากการดำเนินกิจกรรม “โครงการลดขยะ ลดเมืองร้อนอย่างยั่งยืนที่ดอนแยง” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ ชุมชนบ้านดงมะปินหวาน เทศบาลตำบลศรีเตี้ย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน จากการดำเนินกิจกรรม “โครงการดงมะปินหวานกินอยู่รู้ค่า เพิ่มป่าในบ้าน ให้ลูกหลานอยู่เย็นเป็นสุข”

ชุมชนเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมโตโยต้า
กิจกรรมดูงานและอบรมด้านสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ มุ่งเน้นเพิ่มองค์ความรู้และความเข้าใจในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม โดยคณะครู เยาวชน และตัวแทนจากชุมชน ผู้ชนะเลิศ มีโอกาสเข้ารับฟังการบรรยายพร้อมทั้งเปิดประสบการณ์ด้านแนวคิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามสถานที่ต่างๆ อาทิ ‘ฟอเรสท์ ออฟ โตโยต้า’(Forest of Toyota) เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตในการอยู่ร่วมกับ ธรรมชาติ และป่าอย่างสมดุล ผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายในพื้นที่ป่าของโตโยต้า ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การเรียนรู้ด้านป่าไม้ (Forestry Zone) การอนุรักษ์ (Conservation Zone) และการนำมาใช้ประโยชน์ (utilization zone)
‘ชุมชนเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมโตโยต้า’(Toyota Ecoful Town) เมืองต้นแบบในการจำลองรูปแบบการใช้ชีวิตแห่งอนาคตที่นำเทคโนโลยีมาผสมผสานกับความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระหว่าง คน รถและบ้าน เช่น ระบบขนส่งในเขตเมือง (Hamo Project) ที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างสมดุลของการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและระบบขนส่งสาธารณะ โดยเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งที่จะช่วยลดจำนวนการใช้รถยนต์ส่วนตัว ทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ลดลง

เรียนรู้รถยนต์ไฟฟ้า
‘บ้านอัจฉริยะ’(Toyota Smart House) ที่หากมองจากภายนอกอาจจะมองไม่เห็นความแตกต่าง แต่ถ้าเข้าไปเยี่ยมเยียนจะพบกับการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด กักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์มาแปรสภาพเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ในบ้าน มีระบบควบคุมการใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ควบคุมการใช้ไฟฟ้าในจุดที่ไม่จำเป็น เพื่อก่อให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ
สุดท้ายคือ‘สถาบันสิ่งแวดล้อมโตโยต้า ชิราคาวา-โก’ น้องๆ เยาวชนและตัวแทนชุมชนจะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ผ่านการเรียนรู้กิจกรรมต่างๆ เช่น การดูแลรักษาป่า การทดลองผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแรงดันน้ำ ผ่านการจำลองเครื่องยนต์ของรถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง ที่เป็นต้นแบบการผลิตรถมิไร ฯลฯ

โรงเรียนกันตังพิทยากร จ.ตรัง บรรยายโครงงาน
นายอิทธิ อินทร์อ๋อง นักเรียนแกนนำ จากโรงเรียนกันตังพิทยากร อ.กันตัง จ.ตรัง เล่าว่า การมาทัศนศึกษาครั้งนี้ได้เห็นการจัดการที่เป็นระบบ อย่างเช่นการทิ้งขยะ คนญี่ปุ่นมีความรับผิดชอบต่อขยะที่ตัวเองสร้างขึ้น โดยนำกลับบ้านไปทิ้งแบบแยกชนิดของขยะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ส่งเสริมให้ระบบนิเวศน์ที่นี่ยังคงความสมบูรณ์
ประเทศญี่ปุ่นมีพื้นที่ป่ามากถึงร้อยละ 70 นอกจากนี้ยังได้เห็นได้เห็นความตั้งใจของการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการพัฒนารถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือกอย่างเซลล์พลังงานเชื้อเพลิงไฮโดรเจนทดแทนการใช้น้ำมัน
ขณะที่นายประสงค์ เหล็กกล้า นายกเทศมนตรี ชุมชนบ้านม่อนแก้ว เทศบาลตำบลบ้านสาง อ.เมือง จ.พะเยา ตัวแทนจากทีมชนะเลิศระดับชุมชน บอกว่าการมาทัศนศึกษาที่นี่ ได้เรียนรู้แนวคิดของบริษทเอกชนยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การแสวงหาผลกำไร แต่เป็นการรับผิดชอบสังคม และทำให้สังคมหรือสภาพแวดล้อมเหล่านั้นให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
การเดินทางเยือนญี่ปุ่นและได้ศึกษาการอยู่กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน กับกิจกรรม“ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา” สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมทริปทุกๆ คน
ทั้งยังได้แนวคิดเพื่อมาพัฒนา‘ชุมชน’ของตนให้ยั่งยืนต่อไปด้วย

‘หมู่บ้านชิราคาวา-โก’ ชุมชนเชื่อม‘อดีต’กับ‘ปัจจุบัน’
หมู่บ้านชิรากาวา-โก ตั้งอยู่ในเขตหุบเขาแอลป์ของญี่ปุ่น ในเขตจังหวัดกิฟุ ทางตอนกลางของเกาะฮอนชู ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งหมู่บ้านนี้มีอายุเก่าแก่กว่า 200 – 300 ปี แต่เก็บรักษาเป็นอย่างดี ในหมู่บ้านนี้ยังมีสิ่งที่แปลกตาคือหลังคาทรงสูงที่มีความชันมากถึง 60 องศากับพื้นดิน จนดูเหมือนคนพนมมือ ภาษาญี่ปุ่นเรียกสถาปัตยกรรมแบบนี้ว่า‘กัสโช่’
ทำไมถึงต้องทำเป็นรูปคล้ายพนมมือ ด้วยเพราะเวลาหิมะตกหนักหิมะก็จะสะสมตัวถ้าทำหลังคาเป็นแบบแฟลต หรือมุมป้าน หิมะจะสุมตัวกดทับหลังคาจนถล่มลงมาได้ จึงต้องออกแบบหลังคาให้รับกับสภาพอากาศของภูมิศาสตร์เขตนี้ การทำทำเป็นหลังคาทรงสูงแหลม เวลาหิมะตกก็จะไหลลงตาการลาดเอียง ขณะเดียวกันโครงสร้างหนามากๆ เพื่อความแข็งแรง

จุดเด่นอีกอย่างก็คือการที่ไม่ใช้ตะปูมุงหลังคาแต่นำไม้ขัดกันแล้วก็ใช้เชือกมัดให้แน่น หลังคาทำจากหญ้าแห้งเป็นวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น ปัจจุบันบ้านแต่ละหลังก็จะมุงหลังคาใหม่ทุกๆ 25-35 ปี ซึ่งต้องใช้แรงของชาวบ้าน 100 ถึง 200 คน มาช่วยกัน
ช่วงที่เปลี่ยนหลังคาเป็นอีกช่วงที่น่าดูมาก เพราะคนในหมู่บ้านมาช่วยกันเหมือนการลงแขกทำนาบ้านเรา ส่วนการมุงหลังคาบ้านหนึ่งหลังใช้เวลาเพียงแค่วันเดียวก็เสร็จเรียบร้อย ความสำคัญของการมุงหลังคา ทำให้คนในชุมชน ผู้หลักผู้ใหญ่ เด็กวัยรุ่น เยาวชนมาช่วยกันส่งมอบประสบการณ์ ส่งมอบภูมิปัญญาให้กับคนในรุ่นต่อๆ ไป
นี่คือปัจจัยหลักที่ทำให้‘ชิราคาวา-โก’ ยืนยงจาก‘อดีต’จวบ‘ปัจจุบัน’