ทดสอบ ‘ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์’ ทั้งออนโรด-ออฟโรด

17 ส.ค. 2563 - 17:28 น.

พบบททดสอบโตโยต้า ‘ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์’ รุ่นท็อปสุด ตะลุยทั้งออนโรด-ออฟโรด พิสูจน์สมรรถนะ ช่วงล่าง-ความนุ่มนวล-หนึบแน่น ไม่แพ้รถเอสยูวี

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อแรกที่‘แขไข’สุชญา เชียรแกล้วกล้า ผู้จัดการฝ่ายบริหารการตลาด และประชาสัมพันธ์สาวอารมณ์ดี แห่งค่ายโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กรี๊งกร๊างมาชักชวนให้ไปร่วมทริปทดสอบ‘โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์’ ใหม่ รุ่นพิเศษ เลเจนเดอร์ (Legender) ในแบบออฟโรดกันที่จ.ชลบุรี

บอกตามตรงในใจแอบคิดว่า จริงหรือ ที่ว่าออฟโรด เพราะไม่เคยได้ยินว่าจ.ชลบุรี มีเส้นทางออฟโรด อีกทั้งเจอมาเยอะ แค่วิ่งบนถนนลูกรัง มีหลุมน้ำสูงไม่ถึงขอบแม็กด้านล่าง บางค่ายก็บอกว่านี่คือการขับแบบออฟโรดแล้ว

แต่งานนี้ทีมการตลาดยืนยันว่าเป็นเส้นทางออฟโรด โหด มัน ฮา ของจริง คือเชื่อใจ จึงตกปากรับคำกันไป โดยนัดเจอกันแต่เช้า ที่โตโยต้า ไดร์ฟวิ่ง เอ็กซ์พีเรียนซ์ พาร์ค สนามทดสอบรถยนต์โตโยต้า ย่านถ.บางนา-ตราด กม.3

แนะนำตัวรถว่ามีอะไรเป็นไฮไลต์บ้าง ที่เห็นได้ชัดก็ต้องยกให้กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ให้ทั้งความหรูหรา และดุดันโดยเฉพาะกับสีดำ เพิ่มความพรีเมี่ยม ด้วยหลังคาทูโทน และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 20 นิ้ว

ไฟหน้า DayTime Running Light แบบ Light Guiding ดีไซน์เรียงตัวกันราวกับเปลือกหอย ไฟเลี้ยว LED แบบ Sequential ในลักษณะไฟวิ่ง ช่วยดึงดูดสายตาจากรถที่สวนมา และที่ตามหลัง

แต่ขัดใจนิดหนึ่ง ตรงไฟเลี้ยวด้านหน้าที่อยู่ด้านล่างกันชน น่าจะไม่ใช่ตำแหน่งที่เหมาะสม เพราะแยกออกจากชุดไฟหน้า และยังอาจทำให้รถที่สูงกว่าสังเกตุได้ยากขึ้นด้วย

ภายในเน้นความหรูหรา หน้าจอสัมผัสที่รองรับ Apple CarPlay พร้อมระบบ T-Connect ที่ช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยสารพัดเรื่อง

กล้องมองภาพรอบคันพร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ ไม่ว่าจะเปิดไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน หรือเข้าเกียร์ R เพื่อถอยรถ เพิ่มทัศนวิสัย และความปลอดภัย เอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย

จากนั้นต่อกันด้วยเส้นทาง ระยะทางรวมกว่า 200 กม. มีเส้นทางออฟโรดคือทางเข้าไปยัง เขาระเบิด อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวชมทะเลหมอก และลานกิจกรรมสำหรับฝึกร่มร่อน ทดสอบกันคันละ 2 คน

‘ข่าวสด ยานยนต์’ร่วมทดสอบกับนักทดสอบสาวมือหนึ่ง แห่งสำนักประชาชาติธุรกิจ‘น้องต้า’วุฒณี ทับทอง ซึ่งนางขันอาสาเป็นผู้ขับไม้แรก ในเมื่อน้องเค้าแจ้งความจำนงขนาดนี้ ก็ตามนั้น แถมขอกระโดดไปนั่งเต๊ะจุ้ยอยู่หลัง

เบาะแถวสองปรับเอน และเลื่อนเข้าออกได้เล็กน้อย ช่วยให้ไม่ต้องนั่งหลังตรง และมีพื้นที่วางเท้าเพิ่มขึ้น แต่ตัวเบาะนั่งสั้นไปหน่อย รองรับต้นขาได้ไม่เต็มที่ นั่งไปนานๆ ต้องขยับเปลี่ยนอิริยาบท เพื่อคลายความเมื่อยล้า

ช่วงล่างของโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์ ด้านหลังแบบโฟร์ลิงค์คอยล์สปริง ทำให้อารมณ์เข้าใกล้รถ SUV เมื่อยามวิ่งบนทางหลวง เนียนเรียบ นั่งเพลินๆ มีเผลองีบเอาได้ง่ายๆ

แต่เมื่อยามต้องผ่านทางขรุขระ หลุมบ่อ คอสะพาน ยังคงมีสัมผัสเข้ามาที่เบาะอยู่พอสมควร ตามแบบฉบับรถ PPV แต่ไม่ถึงกับกระเด้งกระดอน จนหัวสั่นหัวคลอน


เข้าเส้นทางออฟโรด ที่ช่วงแรกดูแล้วก็ไม่มีอะไร ทางลูกรังแคบๆ ลัดเลาะไปตามไหล่เขา จนถึงครึ่งทางพบกับทางลาดลึกประมาณ 30 เมตร แล้วเชิดขึ้นทางชันประมาณ 50 เมตร ก็ไม่น่ามีอะไร หากเส้นทางสั้นๆ รูปตัว V นี้ ไม่เต็มไปด้วยทะเลโคลน เพราะก่อนหน้าหนึ่งวัน ฝนตกลงมาอย่างหนัก

งานนี้ต้องปรับเป็นระบบขับเคลี่อนสี่ล้อ ที่ทำได้อย่างง่ายดาย เพียงหยุดรถให้สนิท แล้วบิดปุ่มเบาๆ ก็เข้าระบบในทันที ช่วยให้รถผ่านไปได้อย่างฉลุย

ขากลับทีมงานให้เปลี่ยนคนขับขึ้นนนั่งประจำการคนขับบ้าง เบาะนั่งขนาดใหญ่โอบกระชับนุ่มสบาย ทัศนวิสัยด้านหน้าเปิดโล่ง ช่วยให้มองไปได้ไกล ขับบนทางลูกรัง แต่เสียงล้อบดถนนมีแทรกเข้ามาในห้องโดยสารน้อย ถึงน้อยมาก เรียกว่างานนี้ทีมงานวิศวกรโตโยต้า ทำการบ้านมาดี

ถึงจุดทางชันรูปตัว V ไฮไลต์ของการทดสอบครั้งนี้ ปรับเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ค่อยๆ เคลื่อนตัวรถลงไปยังทะเลโคลน เลี้ยง และเติมคันเร่งเบาๆ เครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร VN เทอร์โบ ที่เรียกกำลังได้สูงสุด 204 แรงม้า บวกกับแรงบิดมหาศาล 500 นิวตัน-เมตร

ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ซิกม่า 4 สามารถนำพาตัวรถผ่านเส้นทาง ที่มีโคลนสูงอยู่เกินครึ่งล้อขนาด 20 นิ้วไปได้แบบเนียนๆ แบบไม่ต้องออกแรงลุ้นแต่ประการใด

ออกมาวิ่งถนนหลวง ทำความเร็วกันได้ยาวๆ กดคันเร่งเต็ม หวังเรียกความเร็วปลาย ดูกำลังของเครื่องยนต์ วันนั้นทำไปได้เกิน 160 กม.ต่อชม. ไปเล็กน้อย แบบชนิดมาตามเท้า ไม่ต้องรอให้เหนื่อยใจ และไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ เพราะแป้นคันเร่งยังมีช่องว่าง ให้เหยียบได้อีกมากอยู่พอควร จังหวะเร่งแซงทำได้ทำได้อย่างกระชับฉับไว

เหลือบไปเห็นว่ามีโหมดสปอร์ต ให้ได้เลือกใช้งาน เลยลองเอื้อมมือไปกดปุ่มดู ความรู้สึกไม่ชัดเจนนักว่ามีการปรับเพิ่ม-ลดอะไรบ้าง นอกจากเสียงเครื่องยนต์ เมื่อเทียบกับโหมดนอร์มอล

ส่วนโหมดประหยัด หรืออีโค ขอติดแฟนานุแฟนไว้ก่อน คราวหน้ามีโอกาส รับปากเลยว่า จะนำเจ้าโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์ มาทดสอบแบบยาวๆ เพื่อหาอัตราสิ้นเปลืองให้รู้แจ้งเห็นจริงอย่างแน่นอน

แต่ที่ประทับใจคือช่วงออกตัว วางเท้าเบาๆ ที่คันเร่ง เสียงเครื่องยนต์เงียบกริ๊บ ตัวรถวิ่งไปข้างหน้าแบบเนียนๆ หากไม่บอกว่าอยู่บนรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลแล้ว ต้องนึกว่ากำลังขับรถ SUV ปลั๊ก-อิน ไฮบริด อะไรประมาณนั้นกันเลยทีเดียว

ขับกันไปเพลินๆ บางครั้งตัวรถเบี่ยงออกนอกเลน หรือเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ระบบควบคุมตัวรถให้อยู่ในเลน หนึ่งในระบบความปลอดภัยที่อัดแน่นเต็มคัน เสียงเตือนดังขึ้น พร้อมรั้งพวงมาลัยให้กลับเข้าเลนในทันที ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่ดี ป้องกันการเผลอเรอ หรืออาการหลับใน
พร้อมทั้งทีมงานวิศวกรโตโยต้า ยังแอบกระซิบว่า หวังให้คนไทยจากนี้ไป เวลาเปลี่ยนเลนจะเปิดไฟเลี้ยว ตามมารยาทที่ควรจะเป็น และความปลอดภัย

แต่ด้วยทีมงานตั้งความเข้มข้นของระบบไว้เต็มที่ ทำให้จังหวะรั้งพวงมาลัย ดูจะดุเดือดหนักหน่วงไปสักหน่อย เพราะบางจังหวะนอกจากรั้งพวงมาลัยแล้ว ดูเหมือนตัวรถจะหยุดด้วย ถ้าใครรู้สึกว่าดึงกลับสามารถปรับแรงรั้งหนักเบา หรือปิดไปเลยก็ได้

แวะไปลองขับกันดูว่า โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์ คันนี้มีดีคุ้มกับค่าตัวที่เริ่มต้น 1.584 ล้านบาท ไปจนถึงตัวท็อป ที่ใช้ทดสอบในครั้งนี้ 1.859 ล้านบาท

กิตติพงศ์ ศรีเจริญ…เรื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ทดสอบ ‘ฟอร์จูนเนอร์ เลเจนเดอร์’ ทั้งออนโรด-ออฟโรด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง