ขึ้นชื่อลือชาในหมู่นักทดสอบรถยนต์บ้านเราไม่น้อยกับ“มาสด้า CX-8” เอสยูวี 3 แถว 6-7 ที่นั่ง เพราะไม่ว่าสำนักไหนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความแรงและความสะดวกสบาย รวมถึงออปชั่นที่จัดมาให้แบบเต็มเหนี่ยว

ฟังอย่างเดียวหรือจะสู้ลงมือเอง ว่าแล้วก็ประสานไปยังบริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ผ่านทาง“อุทัย เรืองศักดิ์” ผู้อำนวยการส่วนงานประชาสัมพันธ์ ซึ่งจัดให้ตามคำขอเป็นรุ่นท็อปเครื่องดีเซลแบบ 6 ที่นั่ง จุดเด่นคือที่นั่งแถว 2 แบบ Captain seat ปรับไฟฟ้า พร้อมคอนโซลกลาง วางแขนสบายมากขึ้น ส่วนที่วางเท้าเหลือเฟือ

ภาพแรกที่เห็นคือมิติตัวรถขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่เทอะทะ หรือเล็กจนผู้โดยสารนั่งไม่สบาย เรียกว่าเป็นรถที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือจะเดินทางไปต่างจังหวัดไกลๆ ได้สะดวก หน้าตาหล่อสไตล์การออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ กระจังหน้าแบบใหม่ดูมีมิติมากขึ้น ใช้สี Gun Metallic ไฟหน้าทรงเรียวเล็กแบบ LED พร้อมระบบอัจฉริยะ (Adaptive LED Headlamps) เพิ่มความปลอดภัยให้เพื่อนร่วมถนนที่ขับสวนทางมา และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Control)

รุ่นท็อปมีไฟตัดหมอกมาให้ด้วย อย่าเห็นแค่ดวงเล็กๆนะครับ เพราะเปิดแล้วสว่างสะใจพอสมควร ไฟท้ายออกแบบมีเอกลักษณ์ เรียกว่ามองผาดๆก็รู้แล้วว่ายี่ห้ออะไร ติดตั้งราวหลังคาเพิ่มพื้นที่วางสัมภาระ มีซันรูฟมาให้ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 19 นิ้ว

ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า กดปุ่มเดียวใช้งานได้เลย พร้อมระบบแฮนด์ฟรี แบบคิกเซ็นเซอร์ เตะเท้าเข้าไปใต้ท้องรถประตูจะเปิด-ปิดเอง

เข้าไปภายในพวงมาลัย 3 ก้านทรงสปอร์ต เรือนไมล์แบบ 3 วงกลม ตรงกลางเป็นระบบดิจิตอล ซ้าย-ขวาเป็นแบบเข็ม จอตรงกลางแบบทัชสกรีน ขนาด 8 นิ้ว ควบคุมด้วย Center Commander เชื่อมต่อ Mazda Connect อัพเดตข้อมูลข่าวสาร หรือรับ-ส่งข้อความจากสมาร์ตโฟนผ่านสัญญาณ Bluetooth ทั้ง Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto เปิดเพลงฟังเพลินๆ ผ่านลำโพง Bose รอบทิศทาง 10 ตำแหน่ง

คอนโซลดูหรูหราด้วยวัสดุแบบนุ่ม ตกแต่งด้วยวัสดุ Metal Wood ที่มาพร้อมเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red ระบบแอร์แยกโซน เจาะช่องแอร์สำหรับที่นั่งแถว 2 แบบแยกส่วน ปรับแรงลมและอุณหภูมิได้ตามความต้องการ USB สำหรับชาร์จไฟทุกที่นั่ง

กดปุ่มสตาร์ตขุมพลังสกายแอคทีฟคลีนดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร (Skyactiv-D 2.2) เทอร์โบแปรผัน กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 17.5 กิโลเมตร/ลิตร ติดตั้งระบบช่วยป้องกันล้อหมุนฟรีแบบ Off-Road (Off-Road Traction Assist) เพิ่มเติมในรุ่นที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD

เสียงเครื่องยนต์เข้ามาในห้องโดยสารน้อยมากแทบไม่ได้ยิน ลืมความเชื่อเรื่องเครื่องยนต์ดีเซลเสียงดังไปได้เลย แม้แต่ตอนขับเสียงเข้ามาไม่มากนัก เรียกว่านั่งคุยกันในรถได้สบายๆ

ช่วงเดินทางออกถนนต่างจังหวัดพร้อมผู้โดยสารรวม 4 คน 2 คนที่นั่งแถวหลังบอกเสียงเดียวกันว่าเบาะนั่งสบายมาก พื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะโปร่งโล่งไปหมด ทั้งยังมีระบบระบายอากาศเบาะนั่ง ซึ่งจัดให้ทั้งคู่หน้า และแถว 2 ทำให้เวลากลับขึ้นรถช่วงร้อนๆ สบายตัวเร็วขึ้น

เดินทางจากกรุงทพฯไปภาคตะวันออก เจอรถติดสาหัสบนถนนมอเตอร์เวย์ แต่ไม่รู้สึกงุดหงิดมากนัก เพราะนั่งคุยกัน ฟังเพลงเพลินๆ ลำโพงเสียงดีมาก ลดความเครียดและความเบื่อหน่ายบนถนนไปได้โขอยู่

มีที่ตินิดหน่อยเมื่อผมเปิดใช้ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ “MRCC” แบบ Stop & Go ถึงจุดหยุดนิ่งและเดินหน้าต่ออัตโนมัติตามรถคันหน้า ผู้โดยสารบอกว่าไม่สมูธเท่าการควบคุมของผมยามขับรถปกติ ส่วนตัวผมเองก็รู้สึกนิดหน่อย เลยตามใจยอมเมื่อยเท้าควบคุมเองดีกว่า แต่ถ้าขับคนเดียวไม่มีปัญหาใดๆ

ด้วยความที่มีผู้โดยสารในรถทำให้ผมไม่ได้ขับรุนแรงมากนัก จนฉวยจังหวะว่างๆ ออกมาขับเพียงลำพัง ซัดกันเต็มเหนี่ยวเพื่อลองอัตราเร่ง การเข้าโค้งแรงๆ ฉลุยมาก ขับสนุกจริง ยิ่งตอนออกตัวกดคันเร่งมิด พุ่งปรู๊ด ตามแรงเท้าจริงๆ ช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดี

ตัวช่วยขับขี่และความปลอดภัย i-Activsense จัดมาเพียบ เด่นๆ เช่น กล้องมองภาพรอบคัน ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาในขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง ฯลฯ

ทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus หนึ่งในเทคโนโลยีภายใต้ SKYACTIV-Vehicle Dynamics

ความประหยัดตามสเปคถือว่าดีอยู่ แม้ทริปนี้ผมไม่ได้คำนวณอย่างจริงจังนัก คร่าวๆ คือเต็มน้ำมันเต็มถัง ในรถนั่งกัน 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทาง ไป-กลับ พัทยา ขับรถเที่ยว ตระเวนหาของกินอีกหลายจุดรวม 3 วัน 2 คืน กลับถึงบ้านน้ำมันยังเหลือมีระยะทางขับได้อีกเป็นร้อยกิโล

ส่วนอีกบล็อกเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน ขนาด 2.5 ลิตร (Skyactiv-G 2.5) กำลังสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 258 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันสูงสุด 13.2 กิโลเมตร/ลิตร อันนี้ไม่ได้ทดสอบแต่จากสเปคที่ได้มาถือว่าแรงพอตัว

สนนราคาตัวท็อปเครื่องดีเซล แบบ 6 ที่นั่ง 2,199,000 บาท

ส่วนแบบ 7 ที่นั่ง ราคา 1,849,000 บาท

เครื่องยนต์เบนซินมี 3 รุ่นย่อย แบบ 7 ที่นั่ง ราคา 1,549,000-1,619,000 และ 6 ที่นั่งราคา 1,699,000 บาท

“มาสด้า CX-8” โดยเฉพาะรุ่นเบาะ 6 ที่นั่ง เหมาะทั้งขับในชีวิตประจำวันไปทำงาน ไปห้างสรรพสินค้าจอดรถได้ไม่ลำบาก ออกต่างจังหวัดไปกันได้หลายคน หรือนั่งเป็นผูบริหารอยู่แถว 2 ก็สบายด้วยที่วางแขน วางเท้า เหลือเฟือมากๆ

สันติ จิรพรพนิต….เรื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน