เซกเมนต์รถยนต์มินิเอ็มพีวี 7 ที่นั่ง ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีหลายค่ายใหญ่เฮโลเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งกันไม่น้อย แถมเป็นระดับเบอร์ต้นๆ เสียด้วย
หนึ่งในนั้นไม่พ้น‘ฮอนด้า บีอาร์-วี’ ที่แม้กระแสอาจไม่เปรี้ยงปร้างเท่ารุ่นพี่อย่าง‘เอชอาร์-วี’ และ‘ซีอาร์-วี’ แต่ยังได้รับความสนใจในระดับหนึ่ง เพราะหากดูจากสเปคและออปชั่นที่ใส่เข้ามาถือว่าเป็นระดับหัวแถวของเซกเมนต์ ซึ่งนั่นต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงตามไปด้วย

ผมมีโอกาสรับรถรุ่นนี้มาทดสอบ โดยเป็นรุ่นท็อป EL ส่วนอีกรุ่นคือ E เมื่อเข้าไปภายในรถภาพแรกคือความกว้างพอตัวแม้จะใช้สีดำตัดด้วยวัสดุโครเมียมและสีเปียโนแบล็ก อันดับแรกคือลองนั่งดูความสบลายของห้องโดยสารเพราะรถประเภทนี้มักไปกันทั้งครอบครัว
เบาะนั่งผู้โดยสารแถวที่ 2 และแถวที่ 3 สามารถปรับพับเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย โดยเบาะนั่งแถวที่ 2 มีพื้นที่ช่วงเท้ากว้างพอสมควร สามารถปรับพับแยกแบบ 60:40 พร้อมพับตลบจังหวะเดียว (One Motion) รวมถึงปรับเลื่อนขึ้นหน้า-ถอยหลัง และพนักพิงปรับเอนได้ 3 ระดับ ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 มีพื้นที่ช่วงขากว้างขึ้น สามารถพับแยกแบบ 50:50 และปรับเอนพนักพิงได้

มีช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง ช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง เจาะช่องวางแก้วน้ำถึง 8 ตำแหน่งสำหรับทุกที่นั่ง รุ่นท็อปมีระบบสตาร์ตเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมต มีประโยชน์มากทีเดียวเวลาจอดรถกลางแดด
กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว กำลังสูงสุด 121 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 145 นิวตัน-เมตรที่ 4,300 รอบต่อนาที ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับพลังงานทางเลือก E20

พวงมาลัย 3 ก้านพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) จับกระชับมือ มีระยะฟรีให้นิดหน่อย ทำให้ควบคุมรถง่ายขึ้น หน้าจอผสมกันระหว่างอะนาล็อกและดิจิทัล มีมาตรวัดความเร็ว-รอบเครื่องยนต์อยู่ซ้ายขวา ตรงกลางเป็นจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว
กดคันเร่งพารถทะยานไปเบื้องหน้า อัตราเร่งเกินพอในทุกๆ ย่านความเร็ว โดยเฉพาะความเร็วกลางถือว่าทำได้ดีอันดับต้นๆ ของเซกเมนต์ โดยทริปนี้เลือกออกต่างจังหวัดมุ่งหน้าสระบุรี ตามปกติวิ่งเส้นพหลโยธิน แต่พอเปิดกูเกิลนำทางกลับพาลัดเลาะเข้าถนนสายรอง พอกดดูเส้นหลักพบว่ารถติดอยู่พอสมควร เลยเชื่อตามเทคดนโลยีแล้วกัน

ผลที่ได้คือเจอถนนไม่เรียบเท่าไหร่ แถมหลายช่วงเป็นถนนสองเลนสวน มีรถคันใหญ่ๆ วิ่งกร่างเต็มถนน การทำความเร็วตึงไม่มากนัก แต่ช่วงเร่งแซงที่ความเร็วกลางทำได้ดี แม้มีจังหวะรออยู่บ้างนิดๆ แต่ถ้าขับคุ้นมือแล้วไม่มีปัญหา
ช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังทอร์ชั่นบีม แบบ H-shape รับมือกับสภาพถนนได้ดี ส่วนการสาดโค้งวแรงๆ ผมไม่ได้เน้นใช้มากนัก เพราะความสูงจากพื้นถนนเกือบๆ 200 มิลลิเมตร และลักษณะการใช้งานของคนทั่วไป คงไม่มีใครพาพ่อแม่ลูกเมียไปด้วยแล้วจะขับสวิงสวายแน่
ออกมาเจอถนนใหญ่ทำความเร็วได้สบายๆระดับ 130-140 ก.ม./ชั่วโมง มาไม่ช้านักแต่เสียงเครื่องยนต์คำรามพอสมควร ถ้าให้เหมาะความเร็วน่าจะราวๆ 100-120 ก.ม./ชั่วโมง ถือว่ากำลังสวยทั้งปลอดภัย และไม่มีเสียงหนวกหูมาก

ระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Smartphone และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto ส่งเสียงผ่านลำโพง 6 ตำแหน่ง แม้ไม่ใสกิ๊งแต่ไม่แย่หากไม่ใช่พวกหูเทพ พอกล้อมแกล้ม ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และมีช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลังติดตั้งบนเพดาน เย็นฉ่ำทั้งคัน
ออปชั่นความปลอดภัยและตัวช่วยขับขี่ถือว่ามาครบที่สุดก็ว่าได้ เพราะมี“ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนน
มีระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน แต่ยังไม่ถึงจุดหยุดนิ่ง ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ ฯลฯ
ส่วนรูปร่างหน้าตาอธิบายพอสังเขปแล้วกันเพราะคงเห็นกันชินตาบนถนน เพราะเป็นเทรนด์ออกแบบของฮอนด้าในรุ่นหลักง ด้านหน้ากระจังทรงคางหมูสี Piano Black ตัดขอบด้วยโครเมี่ยม ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam : AHB) ต่ำลงมาเป็นไฟตัดหมอก
กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ แต่ส่วนล่างจะเป็นสีดำ ติดตั้งซุ้มล้อสีดำขนาดกำลังดีไม่หนาหรือบางเกินไป ไฟท้ายแบบ LED ออกแบบเป็นเส้นแนวนอน คล้ายๆ รุ่น “ซิตี้” กันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ ตกแต่งสีเงิน เช่นเดียวกับสเกิร์ตข้าง มีราวหลังคาตกแต่งแบบสปอร์ต เสาอากาศแบบครีบฉลาม ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว
ฮอนด้า บีอาร์-วี มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยรุ่น E ราคา 915,000 บาท และรุ่น EL ราคา 973,000 บาท
สันติ จิรพรพนิต…เรื่อง
