นายเด็ตเลฟ ไรเชนเดอร์ (Mr.Detlev Reicheneder) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์อุตสาหกรรม Autodesk Inc.(ออโต้เดส) ผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์อัจฉริยะ การออกแบบและผลิตแพลตฟอร์มยานยนต์ชื่อดังจากอเมริกา กล่าวว่าภายในปี 2030 (พ.ศ.2573) คาดว่ายานยนต์ 1 ใน 3 คันจะเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ด้วยนโยบายเชิงรุกการพัฒนาอย่างยั่งยืนของรัฐบาลภูมิภาคเอเชีย กำหนดให้ภูมิภาคนี้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระดับโลกไปสู่การนำพลังงานสะอาดมาใช้ในธุรกิจยานยนต์

 

เห็นได้ชัดเจนว่าจากการส่งเสริมของภาครัฐ ส่งผลให้ตลาดรถไฟฟ้า(EV) ในประเทศไทยเปลี่ยนไปสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงการลงทุนใหม่ๆ จากภาคเอกชน ณ ปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีรถยนต์ EV มากกว่า 100,000 คันบนท้องถนน และมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น จากมาตรการลดภาษีสรรพสามิตสำหรับแบตเตอรี่ EV และโครงการเงินช่วยเหลือ

คาดว่าจะสร้างมูลค่าการลงทุนสูงกว่า 4,800 ล้านดอลลาร์ในอุตสาหกรรม EV ของไทย ซึ่ง Autodesk มีนโยบายสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่การขับเคลื่อนที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ล่าสุดบริษัทได้เข้าร่วมงาน Future Mobility Asia จัดโดยกระทรวงพลังงาน ระหว่างวันที่ 17 – 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นงานนิทรรศการและการประชุมที่มีการจัดแสดงแนวคิด โซลูชั่น เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ยั่งยืนในอนาคตอย่างครอบคลุมและศึกษาข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร เพื่อการใช้ประโยชน์จากโอกาสสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล (Digital Transformation) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล ซึ่งเป็นแนวนโยบายที่ทั่วโลกรวมทั้งบริษัทให้ความสนใจ

ออโต้เดสในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตซอฟแวร์อัจฉริยะครบวงจร จากประเทศสหรัฐอเมริกา นำไฮไลต์ความสำเร็จทางเทคโนลียานยนต์ ของกลุ่มลูกค้า มาจัดแสดง อาทิ แชสซีรถยนต์อัจฉริยะที่ใช้พลังปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวแรกของโลก รวมทั้งเทคโนโลยีเจนเนอเรทีฟดีไซน์ (generative design) ที่ทำให้รถแข่งมีน้ำหนักเพียง 570 กก. และสามารถเร่งความเร็วได้ถึง 100 กม./ชม. ภายในเวลาไม่ถึง 3 วินาที รวมถึงการนำเสนอการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีผ่านระบบวีอาร์ เพื่อให้ผู้สนใจได้สัมผัสนวัตกรรมแบบเสมือนจริง

ทั้งนี้ PIX Moving ใช้เครื่องมือ AI และดิจิทัล เช่น การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ การพิมพ์ 3 มิติ และวิทยาการหุ่นยนต์เพื่อสร้างความยืดหยุ่น ปรับปรุงการทำงานร่วมกัน และทำให้กระบวนการทำงานเป็นอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรเติบโตผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ต้องเผชิญด้วยเทคโนโลยีของ Autodesk

การใช้การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้ PIX Moving สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบแชสซีให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของแต่ละแอปพลิเคชัน และสร้างแพลตฟอร์มและยานยนต์ที่ปรับแต่งได้หลากหลายแบบแทบไม่จำกัด ด้วยการรวมวิธีการนี้เข้ากับการพิมพ์โลหะ 3 มิติและเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัลอื่นๆ ทำให้ PIX Moving สามารถผลิตโซลูชันแบบกำหนดเองเหล่านี้ได้ด้วยระยะเวลาในการผลิตที่สั้นกว่า OEM และรูปแบบซัพพลายเชนแบบดั้งเดิมมาก ซึ่งช่วยลดของเสียและการใช้พลังงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน